Wednesday, October 13, 2004

ปีศาจกับนักบวช

นั่งอ่านการ์ตูนเรื่องหนึ่ง ตัวเอกเป็นปีศาจที่เกิดรักกับมนุษย์ธรรมดา และก็ทำให้ปีศาจนั้นเปลี่ยนไป จากที่ไม่เคยสนใจความเป็นไปของสิ่งมีชีวิตอื่น ก็กลับกลายเป็นมาพยายามทำความเข้าใจ และสนใจห่วงใยว่าสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากตนก็มีค่าไม่ต่างกัน แต่ประเด็นสำคัญที่ชอบมากในเรื่องและอยากเล่าสู่กันฟังในวันนี้ กลับเป็นว่า ในเรื่องมีนักบวชที่ถูกปลูกฝังและสั่งสอนมาว่าปีศาจนั้นชั่วร้าย และโหดเหี้ยม เป็นภัยกับมนุษย์ และถ้าเจอเมื่อไหร่ก็ให้กำจัดทิ้งได้ทันที ขณะเดียวกัน นักบวชมองว่าชีวิตของตนและของเหล่ามนุษย์ที่ตนมีหน้าที่ปกป้องนั้นมีค่า และมีหน้าที่ที่ต้องรักษา และปกป้อง

ถ้าจะมองด้านหนึ่ง นักบวชอาจจะเป็นฝ่ายถูก เพราะว่าได้ทำหน้าที่ของตนได้อย่างครบถ้วน ไม่บกพร่อง แต่แง่หนึ่ง ถ้าจะมองเข้าข้างปีศาจสักนิด เหล่าปีศาจก็มีชีวิตจิตใจไม่ต่างจากมนุษย์เลย อาจจะแตกต่างกันที่รูปลักษณ์ภายนอก แต่ข้างในนั้น ก็มีความรักพวกพ้อง และก็เลยเกิดคำถามว่า เรามองกันที่ว่าเป็นอะไร มากกว่าจะมองว่าเป็นใครเช่นนั้นหรือ มนุษย์หรือนักบวชเองก็ไม่ต่างจากปีศาจเท่าใด มีทั้งพวกที่ดี และพวกที่เลว เหล่าปีศาจก็มีทั้งพวกที่ดีและพวกที่เลวเช่นกัน แต่ความเชื่อที่เรามี เกิดเป็นมโนทัศน์เกี่ยวกับคน ๆ นั้นหรือสิ่ง ๆ นั้นทำให้เราเกิดความคิดที่จะมองเห็นสีขาว และสีดำแยกกันชัดเจน โดยลืมมองไปว่าตรงกลางของขาวและดำ ก็ยังมีสีเทาอยู่ และหลักกาลามสูตรก็เข้ามาเกี่ยวข้องในตรงนี้ ก่อนจะตัดสินใจว่าใครเป็นอย่างไร มาจากไหน ขอให้ดูและคิดจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้า คิดด้วยสมอง ตรองด้วยปัญญาเสียก่อน

จริง ๆ คราวนี้ คงหลุดประเด็นที่อยากพูดไปพอสมควร คิดไว้แต่ว่าวางกรอบได้ไม่ดี สิ่งที่อยากจะสื่อออกไปก็คือ ทั้งปีศาจ นักบวช หรือมนุษย์ต่างก็เป็นตัวแทนของเราทุกหนทุกแห่งทั้งนั้น มองง่ายที่สุด ชัดที่สุด ในการเมืองโลกนั่นไง ปีศาจอาจจะเปรียบได้กับชาติทั้งหลายที่คิดแตกต่างจากสหรัฐอเมริกาหรือนักบวช และมนุษย์ก็คือ ประเทศเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่มีอำนาจใด ๆ ในมืออย่างเรา เพราะว่าปีศาจไม่เหมือนมนุษย์ และไม่ใช่นักบวช ความแตกต่างทำให้นักบวชหวาดกลัวปีศาจ และไม่ยอมทำความเข้าใจกับปีศาจ ซ้ำร้าย เมื่อความต่างทำให้เกิดความกลัว นักบวชก็เลือกที่จะกำจัดปีศาจนั้นเสีย และมนุษย์ ผู้ซึ่งเป็นฝูงชนที่รวมอยู่ด้วยกันก็ถูกนักบวชบอกให้เห็นในสิ่งที่นักบวชเชื่อไปด้วย โดยที่ไม่มีข้อโต้แย้ง อำนาจที่เหนือกว่าของนักบวชทำให้มนุษย์ฝังใจและฝังจำโดยที่ไม่คิดหาเหตุผลใด ๆ จากมุมมองหรือความเชื่อของตัวเอง คิดไปคิดมา ในที่สุด ทุกอย่างก็กลับมาอยู่ที่คำว่าความเข้าใจ และความพยายามจะเข้าใจกันนั่นเอง