Saturday, February 26, 2005

ฝูงลิงกะมิ้ง

ลืมเล่าไปว่า น้องไกด์เตือนว่า ฝูงลิงชอบของวาว ๆ และอาจเข้ามาดึง-แย่งไปจากตัว ขอให้ระวังกันให้ดี ก็มีคนที่ไปด้วยกันพุ่งตรงมาบอกดิฉันว่า พี่มิ้งระวังเล็บนะครับ ลิงอาจจะชอบสีเล็บพี่มิ้ง เอ่อ ... น้องขา พี่ก็รู้ว่าน้องหวังดีหรอกนะคะ แต่ทำไม๊ทำไม ฟังดูเหมือนกำลังถูกกัดอยู่ชอบกลคะ หลังจากนั้นมาให้อาหารลิง ตามข่าวสารที่ได้รับมาล่วงหน้าจากคนดูแลนั้นลิงชอบนมกับถั่วลิสงมาก และเบื่อกล้วย เราก็เลยให้อาหารลิงไปจนกระทั่งลิงตัวหนึ่งกระโดดเกาะกบาล และอีกตัวก็กระโดดตามมา จะไม่ว่าอะไรเลยว่ามันจะใช้บ่าหรือหลังเป็นที่ landing กะ take-off ของมัน แต่นี่มันใช้ศีรษะหนูนะคะ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหัวจะคลอนขนาดไหน โดยกระโดดขึ้น-ลงไปมาประมาณ 3-4 ทีเห็นจะได้ แล้วนังลิงตัวหนึ่งก็พยายามแย่งสร้อยลูกประคำที่อยู่ที่แขน อิฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะมัวแต่ถ่ายรูปจนกระทั่งคนร้องเตือน โอ๊ะ.. ไม่ได้ ไม่ได้ เอาของกูคืนมาน้า ... ก็เลยต้องทำสงครามยื้อของกะลิง สรุปว่าจบลงที่ มิ้งชนะหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ ของอยู่ครบ แต่เสื้อยืดมีแต่รอยเปื้อนดำ ๆ ด่างๆ เป็นที่ระลึกจากคุณลิง

Thursday, February 17, 2005

มิ้งไปทำเนียบ (ภาคหลัง)

***ความเดิมจากตอนที่แล้ว – มิ้งกำลังโฆษณาชวนเชื่อขายดาวเทียมอยู่ และก็หายไปนานมากกกกกกก เนื่องจากเอาคอมเครื่องประจำไปซ่อม เพิ่งได้กลับมา***

... เนี่ยค่ะ ดูสิคะ ภาพถ่ายจากสวนหลวง ร.9 แต่พื้นที่ประเทศไทยของเรานะคะ เราต้องไปซื้อข้อมูลมา จากดาวเทียม IKONOS ของอเมริกาค่ะ ... พื้นที่ประเทศไทยแท้ ๆ ... แต่พอมี THEOSนะคะ ดาวเทียมไทยถ่ายภาพได้เอง ไม่ต้องพึ่งพาใคร ไม่ต้องซื้อข้อมูลจากต่างชาติ ... แถมยังสามารถถ่ายภาพขายข้อมูลให้ชาติอื่นได้อีกนะคะ ... อีก 3 ปี ดาวเทียมของคนไทย ... อีก 3 ปี เจอ THEOS แน่ ๆ ค่ะ

ก็เว่อร์กันขนาดนี้ เว่อร์กันเข้าไป ขนาดมีภาพสวนหลวงที่ดาวเทียมดวงอื่นถ่ายยังเอามาผสมโรงกันได้ ไม่รู้จักมาตาปีย์ซะแล้ว THEOS ยังใช้ไม่ได้ไม่เป็นไร เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสได้อยู่แล้วค่า อิฉันก็ย้ำ ๆ คำว่า ของเรา ของชาติ ของประเทศไทย บริษัทต่างชาติ ย้ำ ... ของเรา ของชาติ ของประเทศไทย บริษัทต่างชาติ ... ปลุกระดมกระแส nationalism กันขนานใหญ่ เรื่องแบบนี้ถนัดนักแล ยุแยงตะแคงรั่วเป็นบ่างด้วยหน้าตาใสซื่อเนี่ย ฝึกมาดีอยู่แล้ว ยิ่งช่วงหลัง ๆ มีกระแสกลัวการฮุบโลกนะคะ พอย้ำว่าเป็นของอเมริกา ได้ผลเกินร้อยค่ะ

อ๊ะ พ่อแม่ลุงป้าน้าอาเด็กบางคนมีความรู้ก็จะลากกกกหนูเข้าไปลึกลงรายละเอียด แล้วสร้างที่ไหน เท่าไหร่ อย่างไร ... ซึ่งจริง ๆ หนูไม่ได้เล่าตรงนี้ให้ฟังเพราะเห็นว่าลึกลงมากไป แต่ถ้าถามมาก็จะตอบให้ค่า (ฟังดูมีน้ำใจดีแท้หนอ) แต่อ๊ะ จะถือว่าปิดบังหมกเม็ดข้อมูลไม่ได้นะคะ ก็ถามไม่ละเอียด/ ไม่สนใจถามเองนี่คะ หนูก็ต้องตอบตามตรงไป งบประมาณ 6 พันล้านค่ะ ผู้ปกครองก็จะตาโต (....หรือเหลือกค้างไม่แน่ใจนัก) แล้วก็แน่นิ่งไป แล้วคิดเหรอคะว่า มาตาปีย์จะปล่อยมือจากเหยื่อที่ขม้ำไว้เหรอคะ อันความกรุณาปรานีจะมีใครบังคับก็หาไม่

ดังนั้น ไม่มีค่ะ ... อิฉันก็ใส่ต่อไปเลย ... แต่คุ้มนะคะ เพราะคิดง่าย ๆ อย่างกรณี tsunami เราได้ภาพช้าเพราะเราไม่มีดาวเทียมของเราเอง กว่าเขาจะถ่ายให้แล้วส่งมาก็ช้ามาก ช้าจนไม่ทันการนะคะ ... เหตุผลทางด้านความมั่นคง ก็สำคัญค่ะ เราสามารถตรวจที่มั่นและสถานการณ์ของประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งชายแดนได้ตลอดเวลา โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว อย่างกรณีเหตุการณ์ไม่สงบภาคใต้เราก็ถ่ายได้นะคะ ... ต่างจากเครื่องบินสอดแนมค่ะ เพราะบินไปได้โดยที่ไม่มีใครรู้ แล้วถ่ายภาพได้โดยที่ไม่มีปัญหาอุปสรรคด้านพรมแดนนะคะ .... คุ้มค่ะ เราต้องเสียแพง เพราะมีค่า know-how มาก แต่คุ้มนะคะ เพราะเรากะลังว่าหลังจากนั้น เราจะเริ่มทยอยสร้างดาวเทียมของเราเอง เหมือนที่เกาหลีใต้ทำมาก่อน คือยอมเสียเงินซื้อค่าเทคโนโลยี แต่หลังจากนั้น ก็จะเริ่มสร้าง และรวมไปถึงพัฒนาของตัวเองได้ จะมีดาวเทียม THEOS 2-3-4 และอื่น ๆ ตามมาแน่ค่ะ ... เพราะแผนแม่บทดาวเทียมตั้งเป้าให้เราเป็นผู้นำในภูมิภาค SEA ภายใน 10 ปีนะคะ

... แหม การมีดาวเทียมของตัวเองก็เหมือนการใช้อินเตอร์เนท broad band ค่ะ ก่อนหน้านั้น เพราะต้องจ่ายเป็นรายชั่วโมง เราก็ใช้ได้อย่างจำกัด ถึงขั้นกระเบียดกระเสียด แต่พอมี broad band เราก็สามารถใช้ได้เท่าที่อยากใช้ ไม่ต้องห่วงเรื่องเวลาใช่ไหมคะ .... การมีดาวเทียมสำรวจทรัพยากรธรรมชาติของตัวเองก็เหมือนกันค่ะ ... ใช้ได้เท่าที่อยากใช้ ... แล้วทราบไหมคะ ว่าการใช้ข้อมูลดาวเทียมของไทยมีน้อยกว่าที่ควรจะเป็น เพราะไม่มีงบประมาณรองรับพอเพียงนะคะ ถ้ามีข้อมูลดาวเทียมที่พร้อมจะใช้บริการหน่วยงานรัฐอย่างไม่คิดมูลค่า ประเทศไทยจะได้ประโยชน์กว่านี้เยอะค่ะ ... ดูทางเศรษฐกิจสิคะ อย่างแค่เอามาวางแผนการปลูกข้าว ปลูกข้าวโพด เลี้ยงกุ้ง คุมดี ๆ ก็จะบริหารทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้น ได้เงินจากการส่งออกเข้าประเทศอีกปีละไม่รู้เท่าไหร่ แล้วค่ะ …พล่าม พล่าม พล่าม

*ดูข้อมูลประกอบเชิงวิชาการเพิ่มเติมได้ในคอมเมนต์หลัง มิ้งไปทำเนียบภาคแรก ค่ะ*

คิกคัก คิกคัก คิดเหรอคะ ว่าหนูจะจนมุม ... นอกจากเวลาที่หนูเปิดสวิตช์จะไฮเปอร์โลกแตกชนิดพูดเร็วจนรถด่วนชินคังเซ็นตามไม่ทันแล้ว หนูก็ยังมีพรสวรรค์ที่เกิดจากการฝึกฝนจนชำนาญอีก 2 ประการ นั่นคือ 1. พูดจาเว่อร์ ๆ - อันนี้คนที่บ้านรับประกัน ประเภทถูกน้องกัดขณะเล่นกัน ก็จะ ... โฮโฮ หัวใจฉันกำลังแตกสลาย ความปวดร้าว กำลังจะทำให้ชีวิตฉันดับสูญสิ้น หรือ ชมแมวตัวโปรด ว่า กรี๊ดด เจ้าหญิง สง่างามเหลือเกิน ที่เป็นแมวดำเพราะกลัวว่าถ้าเป็นแมวขาวแล้วจะงดงามสว่างไสวจนคนตาพร่าก็เลยเป็นแค่แมวดำใช่ไหมคะ แต่แค่นี้หนูก็ทำให้พี่มิ้งเห็นแสงสว่างเรืองรอบ ๆ ตัวหนูแล้ว ... หรือ กลับมาบ้าน โอ๊ยย หิว ๆๆๆ หิว หิวที่สุดในโลก หิวจังเลย มีอะไรกินบ้างค้า กรี๊ดด มีกวางตุ้งเหรอ ดีใจจังเลย
(มาอ่านดูก็เวอร์จริง ๆ -_-‘’’ )
กับอีกประการ คือ 2. เถียงคำไม่ตกฟากค่ะ – คุณป๋าบอกอยู่ทุกวันว่า ฟังให้จบแล้วค่อยเถียงได้ไหม กับบอกว่าหนูเถียงไปเรื่อย ๆ เถียงข้าง ๆ คู ๆ ก็ให้ได้เถียงไว้ก่อน ทั้ง ๆ ที่ไม่ต้องเถียงออกไปก็ได้ แต่ก็นะคะ ขอเถียง ขอค้าน ขอแย้ง ไม่งั้นไม่ใช่อีมิ้งค่ะ

กลับมาที่เรื่องเดิมหลังจากนอกคอกเลี้ยวรถตกถนนไป แล้วทีนี้ ดังนั้น คุณผู้ปกครองก็จะต้องยอมรับ argument ล้านแปดนานาประการที่หนูเขี่ย-ขุด-คุ้ย-คิด-ค้น-คาบขึ้นมา แต่ไอ้จะยอมรับหรือเปล่าก็อีกเรื่องหนึ่ง อาจจะเป็นแค่ เออ กูเถียงเอาชนะคะคานสู้มันไม่ได้ เงียบไว้ก่อนเป็นดี มันจะได้จบ ๆ ไม่พูดต่อ แล้วไอ้ที่หนูเรียนมา นั่นคือ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ตามต่อด้วยเศรษฐกิจการเมืองระหว่างประเทศนะค้า ประเด็นเว่อร์ ๆ อย่างเรื่อง high security มั่ว ๆ ซั่ว ๆ ไปเรื่อยยยพูดเรื่องที่ชาวบ้านไม่รู้เรื่องฟังยากได้เข้าใจยากได้อยู่แล้ว

ฉะนั้น .... อีก 3 ปี ดาวเทียมของคนไทย ... อีก 3 ปี เจอ THEOS แน่ ๆ ค่ะ

Tuesday, February 08, 2005

ไปเขาชะโงก (ครึ่งหลัง)

(ต่อ)
มีไวน์รสชาติใช้ได้มา มาตาปีย์ก็เลยนั่งจิบ ๆ ไวน์ละเลียดมีมาดผู้ดีอยู่พักใหญ่ แล้วอย่างไรต่อทราบไหมคะ หลังอาหาร พี่คนนึงย้ายมานั่งแถว ๆ นั้นพร้อมกับแก้วเหล้าในมือเพื่อเริ่มก๊งกะพี่ผู้หญิงอีกคน แล้วคุณพี่ก็ถามว่ากินป่ะ กินอะไร เดี๋ยวจะไปเอามาให้ .... พูดได้คำเดียวว่าเป็นการเปิดศักราชนรกมาก ๆ เพราะหนูเนี่ย ถึงแม้จะทำตัวใสซื่อไม่รอด เพราะถูกรู้เช่นเห็นชาติเห็นธาตุแท้ไปแล้ว แต่ทั้งหมดก็ยังไม่เท่าอาการตอนกินเหล้า อย่างที่รู้กันว่า นอกจากด้านการกินเหล้าเป็นน้ำ และท้าชาวบ้านหมดแก้วตลอดเวลาแล้ว ก็ยังจะไฮเปอร์สุด ๆ อัพคึกสติจิตหลุดอีกตังหาก

และแล้ว … ครั้งนี้จะมีความแตกต่างได้เหรอคะ ตอนแรกก็ยังเก็บกิริยาอาการได้อยู่หรอก แต่สักพักก็เริ่มหลุดออกสภาพสามล้อถูกหวยมากขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มมีการหมดแก้ว หมดแก้วนะคะ หมดแก้วนะค้าา ออกมา แล้วก็เริ่มเอาแก้วที่คว่ำเคาะ ๆ กระแทก ๆ ไปรอบโต๊ะ เพื่อกรี๊ดกร๊าดจิกเร่งคนอื่น ใครยังกินไม่หมดก็ไปว่าเค้าห่วย เค้าแย่อีกตังหาก หางและหูที่อุตส่าห์เอาสก็อตเทปพันมานานหลุดโผล่ประจานออกมาทีละนิดจนหมดสิ้น เหลือแค่สภาพกระเทยป่าแตกจริง ๆ แล้วหนูก็ทำให้เค้าอึ้งกะการแยกน้ำแข็งออกจากแก้วเพื่อเร่งความเร็วในการ “หมดแก้ว” อีกแล้ว โฮโฮ ท้าชาวบ้านร้านตลาดหมดโต๊ะไปเรื่อย ๆ ไม่พอ คุณพี่ที่กลายเป็นคนปลุกอาการสามล้อถูกหวยผสานกระเทยแจ๋นของหนูมาก็เริ่มไอเดียบรรเจิดว่าเราน่าจะไปชนแก้วกะหัวหน้านะ แล้ออกนโยบายมาแล้ว คน implement ก็คือกูน่ะสิคะ แจ๋นเปอร์อัพคึกขนาดนั้นจะปล่อยตัวเองให้อยู่เฉย ๆ ไม่สนองนโยบายอย่างไรได้ รู้ ๆ กันอยู่ว่ามาตาปีย์เป็นระบบเอกชนประสิทธิภาพสูง เหอเหอเหอ อิฉันก็เอาช้อนมาเคาะแก้วค่ะ “Attention please … เราจะไป on tournament กันนะคะ ขอให้เตรียมตัว เตรียมแก้ว ลุกๆๆๆๆ” แล้วอิฉันก็พุ่งตรงดิ่งไปที่ท่านหัวหน้า มุ่งมั่นบอกแกว่า … ว่าอะไรวะ จำไม่ได้ รู้แต่บอกท้าวเธอว่าหมดแก้วอีกตังหาก

หลังจากนั้น ก็ไม่มีอะไรมาก ก็ย้ายไป on tournament กะโต๊ะอื่นบ้าง แล้วก็กิน ๆ แอ๊บ ๆ กันไปเรื่อย ๆ แล้วพอเปอร์มาก ๆ ก็เริ่มลุกขึ้นมากระโดดเชือกกะวิ่งไปมา ปีนเก้าอี้ เอาถังน้ำแข็งครอบหัว มีอะไรอีกล่ะ อ้อ ... ถูกยุให้ไปวิ่งรอบ ๆ คนร้องเกะ แล้วหนูก็ไปวิ่งเสียด้วย ไม่ใช่เพราะเมานะเจ้าคะ แต่เป็นเพราะถูกท้า – นิสัย ยอมไม่ได้ ๆๆ ก็ยังคงความแรงสม่ำเสมออยู่ดี อ้อ... มีเรื่องโง่อีกเรื่อง โง่จริง ๆ เปอร์จัดก็เลยแอบเปิดประตูทะลุห้องจัดเลี้ยงไปอีกห้องนึง แบบคิดภาพห้องจัดเลี้ยงที่มักจะมีบานเฟี้ยมกั้นแบ่ง 2 ห้องน่ะ แล้วมันก็ดันเปิดได้เสียด้วย (คงคิดว่าจะไม่มีคนอุตริไปแน่ แต่ผิดคาด .. เพราะอิฉันคือมาตาปีย์ 555 ) ก็เลยวิ่งไปเล่น แล้วก็เกิดเรื่องค่า เพราะไปเปิดประตูผลัวะเข้าไปอย่างแรง ก็ดันทำลำโพงที่ตั้งอยู่บนขาเหล็กตะแคงไปกระแทกผนังอีกด้าน แล้วก็เพราะเริ่มกึ่ม พยายามดึงกลับมาก็เสือกไปดึงกระชากขาลำโพง ผลน่ะเหรอคะ ... ลำโพงล้มน่ะสิเจ้าคะ แล้วก็ยังดังมาก ๆ ชนิดผู้คนที่อยู่ห้องเดิมได้ยินชัดแจ๋ว ก็เลยต้องมาตามพี่ ๆ ไปช่วยจิกมันกลับขึ้นมา แล้วก็ถูกกัดจิกอยู่จนกระทั่งตอนนี้ TT

พอเที่ยงคืนก็หมดเวลาทำการ ทุกคนถูกไล่กลับห้อง แล้วกรี๊ดดด เพิ่งตีหนึ่งเอง ยังไม่ง่วง ยังไม่ง่วง โฮโฮ ยังไม่นอน .... โหยหอน โหยหวนไปสักพัก พี่ ๆ ทั้งหลายก็เลยซวยต้องมาเล่นเป็นเพื่อนอีกค่อนชั่วโมง แล้วที่กลับมานอนก็คือ เค้าอยู่กันไม่ไหวแล้ว แล้วก็ไม่มีใครยอมเป็นเหยื่อหนูอีกต่อไป (โฮโฮ) พี่ที่อยู่ห้องเดียวกันถึงกับเสียสละมาก บอกว่าถ้าไม่มีใครเล่นมาเล่นกับพี่ก็ได้นะ ก็เลยในที่สุดสำนึกถึงความชั่วและเอาแต่ใจของตัวเอง กลับมานอนได้

วันต่อมา ปรากฏว่าแทบทุกคนพลังชีวิตหมดสิ้น แบบเบลอ ๆ หนืด ๆ กันสุด ๆ มีพี่ที่เมาค้างบอกว่าเป็นเพราะมิ้งมอม (อะไรกันค้า) แล้วก็มีแค่หนูที่ยังวิ่งไปวิ่งมา กระโดด ๆ ไปมา ๆ อีกเช่นเคย คำถามจากทุกคนก็คือ มันชาร์ตแบตกี่ชั่วโมงเนี่ยยยย หรือไม่ต้องนอนก็ได้วะ วันนี้ใส่เสื้อยืดเพ้นท์เป็นรูปหัวกะโหลก ทุกคนก็ได้ข้อสรุปว่า อีเสื้อเนี่ย เป็น label และหัวกะโหลกก็เป็นตัวบอกแจ้งความเป็นอันตรายถึงชีวิตของอิฮั้น แล้วก็มีแต่คนบอกว่า ทำไมมึงไม่เอามาใส่บอกเตือนให้ทุกคนรู้ตั้งแต่วันแรกๆๆๆๆๆ พอขึ้นรถ คนรอบข้างก็บอกให้ไปเล่นข้างหน้าเพราะจะนอน แล้วคนข้างหน้าก็พูดอย่างเดียวกัน โฮโฮ มาตาปีย์ persona non grata ไม่มีใครต้องการจริง ๆ พยายามหลับแล้วก็ไม่หลับก็เลยเล่นคนเดียวไปเรื่อย ๆ ถึงกรุงเทพ

*** ขอขอบคุณเหยื่อทั้งหลาย โดยเฉพาะที่มาปรากฏตัวอยู่ในเรื่องเล่าอีมิ้งนะค้า จะแก้ไข-แก้ข่าวยังไงก็บอกได้นะคะ

ไปเขาชะโงก (ครึ่งแรก)

ว่าง ๆ ไม่มีอะไรทำเลยมาเล่าเรื่องไปทริปกะที่ทำงานเจ้าค่ะ แต่ไปวันเสาร์แล้ววันอาทิตย์เช้าก็กลับนะ อืมมม ฟังดูเหมือนสั้นแต่จริง ๆ ก็แอบนานนะเนี่ย เพราะว่าไปวันเสาร์เนี่ย คือเสาร์เช้าเจ้าค่ะ เน้นว่า เช้า เช้ามาก ๆ นัดกัน 6 โมงครึ่ง โอแม่เจ้า ที่บริษัทนี้มันจะเช้าอะไรกันนักหนาคะ แล้วกว่าดิฉันจะหลับตานอนก็ตีสองกว่าพอดี โอ ต้องตื่นตี 5 ครึ่ง เวลานอน 3 ชั่วโมงจะช่วยชีวิตหนูจากการออกภาคสนามไป adventure ที่เขาชะโงกไหมคะคุณ ๆ? ตื่นขึ้นมาแล้วก็ขอบอกว่าแสบตามาก ๆ อาบน้ำอย่างเบลอ ๆ แล้วก็แต่งหน้า ด้วยความที่กลัวแดดจัดก็เลยโบ๊ะครีมกันแดดกะรองพื้นหนามาก หนา หนา หนา ประมาณว่าแล้วตาอิฉันก็แดงซะจากการนอนน้อย กะนั่งสะลึมสะลือ What a perfect combination มากค่ะ รู้สึกตัวเองเป็นธงชาติอิตาเลี่ยน หน้าขาวซีด ตาแดง เสื้อเขียว แล้วคุณเพื่อนก็ชวนเดินข้ามถนนไปกินข้าวหมูแดงอีก กรี๊ดด แบกของข้ามสะพานลอยนะค้า เกรงว่าแบตเตอรี่ในตัวดิฉันจะไม่ขึ้นขีดแดงกว่าที่เป็นอยู่หรือไร

แต่นะคะ สัญชาติไฮเปอร์แอคทีพอย่างหนูจะไปสลดเฉาๆ ได้นานอย่างไร แม้จะไปนั่งเบลอ ๆ อยู่ที่ร้านข้าวหมูแดงสักพัก พอขึ้นรถรวมพลกันได้ไม่นาน หนูก็ตื่น แล้วเหอเหอ คนรอบข้างจะเป็นสุขได้เหรอ ไม่มีทาง ฉันก็เริ่มออกอาการไฮเปอร์ เปอร์ เปอร์ เปอร์มาก จนถูกขอร้อง (แกมบังคับ)ให้นอนแบบมึงนอนได้แล้ววว เพราะคนครึ่งรถหลังอยากหลับ (ทำบาปกะคนหมู่มากจริง ๆ กู) ก็เลย ฮือ ๆๆๆ เงียบ ๆ ก็ได้วะ แล้วพอลงมา พี่คนหนึ่งเธอถึงขนาดบอกว่า ได้ยินเสียงมิ้งตลอดเวลาแล้ว

พอมาถึง เอากระเป๋าเก็บ เราก็ออกไปทำกิจกรรมกัน มีโดดหอ โรยตัว แล้วก็ยิงปืน Laser ในตอนเช้า .... โดดหอเนี่ยยังไม่ค่อยเท่าไหร่ ก็แค่กระโดดลงมา ความเปอร์ของมิ้งทำได้อยู่แล้ว แต่พอมาโรยตัวนี่สิ โฮโฮ คนดูเยอะมาก แล้วมาตาปีย์ก็ไม่ชอบ ไม่ชอบ ไม่ชอบ ทำอะไรต่อหน้าคนหมู่มากเล๊ย จึงไม่น่าสงสัยที่จะทำอะไรอนาถ ๆ ออกไป อย่างการกะจังหวะผิดแล้วเอาเข่าสองข้างกระแทกตัวหอสูง ๆ ดังชนิดคนที่ดูได้ยินเสียงชัดไปสามบ้านแปดบ้าน พอลงมาถึงก็แอบขอไปนั่งสลดปลงตกกะความโง่ของตัวเอง

ถึงเวลากินข้าวเที่ยง มื้อนี้มีไก่ย่าง ลาบ ส้มตำ น้ำตก ต้มแซ่บกระดูกหมู ปลาเผา แล้วที่เจ๋งมาก ๆ ก็คือ ซุปหน่อไม้ โอ๊ยยย ชอบมาก ชอบ ชอบ ชอบ อือ... อันที่จริง ดิฉันเป็นคนสั่งอาหารให้คณะเอง ก็ไม่น่าจะมากรี๊ดดกร๊าดดได้เนอะ แต่ก็ชอบนี่หว่า แถมเดี๋ยวนี้ซุปหน่อไม้หากินยากมาก ๆ อร่อยก็ไม่อร่อยอีก กิน ๆๆ แล้วหนูกะพี่อีกคนก็ทำให้คนรอบข้างประหลาดใจด้วยการกินอย่างเมามัน แถมนั่งตรงข้ามกันอีก แบบสรุปกันเองว่ากินกันอยู่ 2 คน ย้ายจานมาตรงหน้าเลยเหอะ แล้วทั้งสองชีวิตก็มีแต่คนถามว่า อ๊ะ กินเป็นด้วยเหรอ หน้าตาแบบนี้ไม่น่ากินเป็นนะเนี่ย ตลอด (อ๊ะ มันหมายความว่าอย่างไรวะ ประโยคหลัง) แล้วก็ ข้าวเหนียวยังมีข้าวเหนียวดำให้เลือกกินอีก พูดได้คำเดียวว่าถูกใจคุณมิ้งมาก to the max :D

หลังอาหารก็มาถึงกิจกรรมยิงปืน มีให้เลือกทั้งปืนสั้นและปืนยาว แล้วก็ Strategic thinking ทำงานดีอีกเช่นเคย เพราะอิฉันยากลองปืนลูกโม่แต่เพราะคนเยอะก็เลยมาลองปืนยาวก่อน แล้วพอเปลี่ยนกลับไปลองปืนสั้นจริง ๆ คนก็ย้ายบ้านมาลองปืนยาวกันแล้ว แถมไม่ต้องทำอะไรประจานตัวเองต่อหน้าคนหมู่มากด้วย ต้นทุนค่าเสียโอกาสไม่มีจริง ๆ ชอบบบ แต่ก็นะ ... ยังมีความโง่ออกมาเล็กน้อย เพราะดันไปเกี่ยวเอาต้นไม้ที่วางอยู่ที่เคาท์เตอร์เค้าล้มลงมา ดินกระจาย ก้อนกรวดโรยหน้าไปทาง กระถางไปทาง อนาถ อนาถ อนาถ แล้วพี่สักคนที่อุตส่าห์เดินออกมาเพื่อการนี้ ก็เดินมาถึงอิฉัน ส่ายหัวส่ายหน้าว่าไม่ไหวเลย ซุ่มซ่ามอีกแล้วนะหนู แล้วก็เดินกลับเข้าไป (น้ำใจงามเกินร้อยจริง ๆ -__-’) กะอีกคนที่เดินผ่านมาพอดี ก็บอกว่ามิ้ง มิ้งทำใช่ไหม ซุ่มซ่ามอย่างนี้มิ้งแน่ ๆ โฮโฮโฮ ....

กลับมาถึงที่พักอีกทีประมาณ เกือบ 5 โมง ได้ความว่านัดตอนเย็นอีกที 6 โมงครึ่ง ปล่อยพี่ roommate อาบน้ำก่อน แล้วเราก็ออกมาเดินเล่น แล้วก็เจอแมวค่ะ กรี๊ดด สิ่งมีชีวิตศักดิ์สิทธิ์ในดินแดนพิศวง ชอบ ชอบ ชอบ ก็เลยวิ่งกลับ 100 เมตรไปที่ห้องเพื่อเอาทาโร่มาให้คุณแมว ระหว่างนั้น หัวหน้าอีกคนก็เดินมาพร้อมลูกชายบอกว่าจะไปน้ำตกนางรอง ด้วยความเปอร์หรืออะไรไม่ทราบได้ ดิฉันก็เกาะไปเป็นติ่งของครอบครัวเขาเรียบร้อย แบบ หนูไปด้วย อย่างไรก็ไม่รู้ และไม่รู้ตัว แจ๋นแด๋นตามเคยจริง ๆ แต่เพราะความไม่ชินทางและน้ำตกอยู่ไกลมากกก .. ไกลชนิดสุดขอบโลก ก็เลยไปถึงน้ำตกแบบไปถึงจริง ๆ คือไม่ได้ลงจากรถ แต่ตีรถกลับมาเลย โฮโฮ หนูมานั่งรถเล่นกะฟังเพลงในรถคุณพ่อคุณลูกแล้วนะคะ กลับถึงที่พักอีกทีก็ 6 โมง 25 พอดี เราใช้เวลาชั่วโมงครึ่งรื่นเริงทัศนาจรอยู่ในรถเชียวหรือนี่ ก็เลยรีบวิ่งกลับมาที่ห้อง แล้วก็อาบน้ำสระผมแต่งตัวอย่างรวดเร็ว (พลังงานชีวิตเกือบจะสูญสิ้นไปกับสภาพ resource drain จริง ๆ TT) ลงไปผมก็ยังไม่แห้ง เดินหัวเปียก เป็นผีน้ำขยี้ผมไปตลอดทาง แล้วพอไปถึง คนก็ยังไม่ค่อยมากันเท่าไหร่ หนูจะ resource abuse ไปเพื่ออะไรกันคะ โฮโฮ นั่งแกร่ว ๆ อยู่ที่โต๊ะสักพัก หน้าตาคนรอทั้งหลายหิวมาก ๆ แบบมาจากโซมาเลียอดอาหารจะล้มวัวล้มควายกินกันแล้ว (จริง ๆ ก็รวมมาตาปีย์ด้วยนั่นแหละ มีหน้าไปจิกคนอื่น) ก็เลยวิ่งกลับไปที่ห้อง แล้วเอาขนมที่กะกินยามดึกลงมาประทังชีวิตกันตาย

Friday, February 04, 2005

เรื่องของฟันปลอมกับความสุขง่าย ๆ

ดูข่าวสักช่องเมื่อวาน แล้วก็มีเรื่องที่ทางการฟิลิปปินส์มีโครงการทำฟันปลอมให้ตำรวจผู้น้อย ทั้งนี้ ตำรวจของฟิ
ลิปปินส์มักจะฟันหัก-ฟันหลอจากการปฏิบัติหน้าที่อยู่เนือง ๆ แต่เพราะค่าทำฟันที่แพงมากที่เทียบกับเงินเดือน (คือ ประมาณพันกว่าบาท จากเงินเดือน 5-6,000 บาท) ก็เลยต้องปล่อยเลยตามเลย ไม่มีเงินมากพอจะทำฟันใหม่ได้ แต่จากโครงการสวัสดิการที่มี ก็เลยช่วยให้มีฟันปลอมใส่ แล้วก็ยิ้มได้เต็มที่ผ่านกล้องที่ถ่ายมาได้อีกครั้งหนึ่ง

ที่สะดุดใจอย่างมาก ไม่ใช่ตัวโครงการ แต่เป็นภาพของตำรวจหลาย ๆ คนที่ยิ้มให้เห็นผ่านทางจอทีวี ความสุขและความดีใจฉายชัดให้เห็นผ่านทางแววตา ซึ่งแม้จะมองผ่าน ๆ ก็เห็นได้ชัดเจน

บางที ความสุขก็เป็นเรื่องง่าย ๆ และก็เป็นเรื่องใกล้ตัว ถ้าเพียงเราหยุดทำความเข้าใจ