Wednesday, August 24, 2005

มิ้งกิทัวร์ ภาควันแม่

ตอนแรกว่าจะนอนกลิ้งเป็นลูกขนุนอยู่บ้านแล้วแน่ ๆ เพราะคนบ้านนี้ไม่มิยมไปไหนวันหยุด long weekends เนื่องจากกลัวจะไปแก่งแย่งชิงที่กับคนนับล้านที่ออกไปเที่ยววันหยุด แต่แล้ว พระมาร (ดา) ก็เกิดอารมณ์เก๋ อยากไป vacations ขึ้นมา

อืมม ไปไหนดีน้า ...แล้วก็มาลงตัวที่ Fisherman’s Village, boutique resort สุดเก๋ที่หาดเจ้าสำราญ เมืองเพชรบุรี มิ้งก็ไม่แน่ใจนักหรอกว่าเป็นอย่างไร แต่คุณพี่ (= พระมารดา) เธอการันตีแน่นหนามากว่าที่นี่กำลังอินและโด่งดังในเวบ pantip อยู่ (แหม เจ๊ ยังกะเจ๊เล่นเนทตลอด คอมฯ ยังไม่ยอมแตะเลย ........ อ๊ะ วันแม่ ไม่ควรเม๊าท์แม่ ไม่ได้ ไม่ดี)

เอาเถอะ ไปก็ไป พูดเจรจากันจบ เราก็เก็บกระเป๋าแล้วก็ออกเดินทางกันวันแม่เลย ฝนตกพรำ ๆ ตลอดทาง ก็เลยทำให้การเดินทางใช้เวลามากกว่าที่คิดสักหน่อย แต่ก็ไม่เป็นไร นั่งคุยกันสลับกับมองวิวข้างทางไปเรื่อย ๆ ก็เพลิดเพลินและฆ่าเวลาไปได้เหมือนกัน

มาถึงโรงแรมสักที ในที่สุด ต้องบอกว่าคุณพี่ที่เคารพไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยจริง ๆ Fisherman’s Village เป็นของเครือ fraser ซึ่งเป็น international chain ที่ทำเรื่อง serviced residences/ apartment ของสิงคโปร์ แล้วก็โด่งดังมากในเรื่องบริการ กับเรื่องความมีน้ำใจ เอาใจใส่ลูกค้า ด้วยแนวคิดว่า More than just a guest. .... สรุปว่าก็นั่นแหละ Fisherman’s Village เป็นตัว boutique resort ที่แรกของ fraser

ถึงที่พัก เอากระเป๋าเข้าห้อง แล้วก็กลิ้ง ๆ เล่นอยู่บนเตียงสักพัก ก็ได้เวลาไปเดินเอ้อระเหยชมโรงแรมซะที มิ้งกับฟินน์วน ๆ เวียน ๆ ลัดเลาะไปตามห้องพักต่าง ๆ แล้วก็สรุปได้ข้อมูลมาว่านอกเหนือจากเลขห้องพักแล้ว ทางโรงแรมจะตั้งชื่อให้บ้านทั้งหมดด้วย ก็น่ารักดีเหมือนกัน เกิด personalisation กันมาขนาดนี้ บ้านที่เป็น suit 2 ห้องนอนจะมีชื่อเป็นมหาสมุทร ซึ่งของเราเป็น Indian อยู่ตรงข้ามกับสระน้ำพอดี ขณะที่บ้านห้องเดี่ยวจะมีชื่อเป็นชื่อสัตว์น้ำ แล้วก็ปลาชนิดต่าง ๆ อย่าง seahorse/ scallop/ abalone/ trout แล้วก็อื่น ๆ มากมาย จนในที่สุดมาเห็นชื่อ lobster ก็เริ่มจะหิวขึ้นมา

หลังจากนั้นไปนั่งเล่นมิวสิคอยู่ที่หาดสักแป๊บก็ต้องเลิก อย่างที่บอกว่าชื่อบ้านพักเป็นอาหารทะเลทำให้หิว หิว หิว อย่างหนัก นักสำรวจ 2 ชีวิตก็เลยเดินไปตามอาปาอามามากินข้าวเสียที

กัปตันปราดเข้ามาแนะนำ seafood basket อาหารทะเลชนิดต่าง ๆ ปิ้งย่างสุดเก๋มาในกระจาดยักษ์ แล้วพ่อก็ดันไปตกหลุมเสียด้วย สั่งมาแล้วก็สั่งปลากะพงทอดสมุนไพร แล้วก็อาหารอีกล้านเจ็ดมาอีก แล้วมิ้งน่ะ เข้าพรรษาก็เหอะ แต่ไหน ๆ ก็ไหน ๆ มาทะเล แล้วบรรยากาศก็เป็นใจเหลือเกิน ก็เลยสั่งไวน์ขาวกะมาแกล้มกิ๊บ ๆ กั๊บ ๆ กับพี่ปลากะพงสักหน่อย แต่อ้าว ... ไม่มีเป็นแก้วเหรอคะ พี่กัปตันขา ... เอาเป็นขวดก็แน่ใจได้ว่า มีแค่ฟินน์คนเดียวที่จะช่วยกันแบ่งไวน์ทั้งขวด แล้วยังไงดี อยากกินนี่นา สั่งก็ได้ สั่ง ถึง ฟ จะช่วยแค่แก้วสองแก้ว ก็เหอะ เหลือก็เอาไปนั่งกินที่ห้องได้นี่นา กลั้นใจสั่งไปแล้ว รอ ร๊อ รอ ไวน์ที่รักก็ยังไม่มา อ้าว ... แล้วพี่บริกรก็เดินมาบอกว่า ไวน์ตัวที่สั่งไม่ดี เอาอะไรแทนดี ตอนนี้ไม่อยากรับภาระชีวิตเป็นไวน์หนึ่งขวดคนเดียวแล้ว ถ้าเกิดต้องซดแทนจิบไวน์ มาตาปีย์ก็เลยเอาวะ สั่งเป็น cocktails แทนก็ได้

แก้วแรกเป็น campari กับน้ำส้ม โอ้ ป้าจะบอกว่า ขนาดป้าที่ชื่นชอบการผสมเหล้าแรง ๆ ยังต้องขอยอมแพ้อีแก้วนี่ แรงมาก ๆ แต่เอาเถอะ กินไปเรื่อย ๆ ก็อร่อยดี กินข้าวเสร็จ ก็มาถึงของหวาน ซึ่งเป็นไอศกรีมทอด แล้วก็ไม่ใช้ วอลล์ หรือ ครีโม นะคะ ที่นี่เป็น Hagen-Daz เจ้าค่ะ Macadamia Nut อร่อยสุด ๆ บนแป้งนุ่ม ๆ กรอบ ๆ ก็ราดซอสส้ม แต่เสียดายที่ป้าไม่ชอบแย่ง ฟ ไป 1 คำก็ขอเปลี่ยนมาเข้าโหมดอีมิ้ง สั่ง cocktail มากินอีกแก้วแทน

อ้อ ระหว่างรออาหาร มีเหตุการณ์น่ารักมาก ๆ คือ มีการจุดพลุถวายพระพร เราก็เลยวิ่งออกไปดูพลุที่ระเบียงหน้าห้องอาหารกัน แม้ฝนจะตกปรอย ๆ แต่ทุกคนก็ทำตาแป๋วดูพลุสีกันอย่างสบายใจ ที่น่ารักมาก ๆ ก็คือ ครอบครัวฟิลิปปินส์ข้าง ๆ กำลังทะเลาะกันอยู่ โดยลูกชายคนโต ซึ่งประมาณ 5 ขวบโกรธพ่อขนาดแยกไปนั่งอีกโต๊ะเลย แล้วพ่อก็ตะโกนดุอยู่ สองพ่อลูกทะเลาะกันห้ามโต๊ะไปมาจนกระทั่งไปดูพลุ แล้วหลังจากนั้น สองพ่อลูกก็มานั่งตัวติดกัน คุยกันกระหนุงกระหนิง แล้วหัวข้อการสนทนา ซึ่งเป็นว่า กินข้าวเข้าไป-ผมไม่กิน ก็กลายเป็นการพูดถึงพลุ (ว่าแต่อ๊ะ ฉันสอดรู้สอดเห็นแท้ ๆ เลย)

กลับห้องไปหลังจากนั้น ก็เกิดอารมณ์อยากเล่นมิวสิคขึ้นมาอีกรอบ ก็เลยเดินไปริมทะเล แต่กรี๊ดด น้ำขึ้นสุด ๆ เท่านั้นยังไม่พอ ลมก็แรงเป็นญาติพายุ แล้วก็มืดมาก จะบอกว่า โอ เข้าใจอารมณ์ tsunami ขึ้นมาทันที หาดหายไปแล้ววว น้อง ฟ ก็เลยชวนไปกินไอศกรีมทอดอีกถ้วย

หลังจากนั้น ไม่อยากจะเม๊าท์เล๊ยย ฟ กินไอศกรีมทอดทุกมื้ออาหารน่ะ
(จบ)
http://www.fishermansvillage.net/

Tuesday, August 02, 2005

ย้าย

ในที่สุด โผ ครม. ใหม่ก็ออกมาแล้ว หลังจากที่มีกระแสปรับเปลี่ยน ครม. มาอยู่ร่วมเดือน มีข่าวว่านายของเราจะถูกย้ายไปก็หลายหน ตั้งแต่ลือกันอย่างหนัก แล้วก็แผ่ว แล้วก็ลือ ... มิ้งก็ไม่แน่ใจนักหรอกว่าอย่างไรในตอนแรก จริง ๆ แล้วจะมีโผมากมายอย่างไร ในที่สุด สิ่งที่เป็นตัวเฉลยก็คือการตัดสินใจของนายกฯ อยู่คนเดียว และบ่อยครั้งที่โผทั้งหลายก็ผิดจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ดังนั้น อย่างมากที่สุดก็คือ ฟังและรับรู้เพื่อเป็นข้อมูล และรอดูสิ่งที่จะมาถึง

ที่สำคัญ สิ่งหนึ่งที่มิ้งต้องยอมรับก็คือ มิ้งชอบทีมงานที่อยู่ด้วยกันตอนนี้มาก มากจนไม่อยากคิดถึงการปรับเปลี่ยน-เปลี่ยนแปลงใด ๆ ทุกคนทำงานอย่างรู้หน้าที่ความรับผิดชอบของตน ไม่เคยโยนงาน ไม่เคยเกี่ยงงาน และนอกจากพร้อมที่จะช่วยเหลือสนับสนุนกันตลอดเวลาแล้ว สิ่งสำคัญก็คือ แต่ละคนนิสัยดี และมีความเป็นมนุษย์สูงมาก จนทำให้มิ้งทำงานด้วยความสนุก และพอใจจริงจัง ในแง่นี้ ก็ทำให้มิ้งพร้อมที่จะบอกตัวเองว่า จะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใด ๆ อย่างน้อยก็ในช่วงนี้

แต่มิ้งก็ต้องรู้ว่า ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่มีวันเลิกรา และสิ่งที่เป็นความพอใจของมิ้งก็ตั้งอยู่บนรากฐานที่เปราะบางเหลือเกิน ดังนั้น เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง ทีมงานที่มาจากที่ต่าง ๆ กัน ก็คงจะต้องกระจัดกระจายไปหลังจากนี้

มิ้งนึกถึงเรื่องเจ้าชายน้อยขึ้นมาอีกครั้ง สิ่งที่ทำให้คนแต่ละคนเป็นคนพิเศษสำหรับเราก็คือเวลาที่เราได้ใช้ไปเพื่อทำความรู้จัก ใกล้ชิด และสนิทสนมกับใครสักคนขึ้นมา เวลานั้นจะช่วยให้ใครสักคนที่เมื่อก่อนไม่เคยมีความหมายความใด ๆ สำหรับเราให้กลายเป็นคนที่มีความหมายมากมายสำหรับเรา และแม้เมื่อจะต้องจากกัน ถึงจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน เห็นกันทุกวันอีก แต่เราก็จะมีความทรงจำของกันและกัน เมืองจีนก็คงทำให้มิ้งนึกถึงการไปทริปทำงานต่างประเทศครั้งแรก คิดถึงการโทรไปประสานงาน การจิตหลุดกับบรรดา ส.ส. และอื่น ๆ อีกมากมาย

มิ้งอาจจะเหงาที่ต้องจากใครหลายคนไป แต่อย่างน้อย มิ้งก็ควรจะดีใจแล้วว่ามิ้งได้มีช่วงเวลาที่ดีที่จะกลายเป็นความทรงจำและประสบการณ์ที่ดีต่อไป

ปล. อ่านเรื่องการเปลี่ยนแปลงของมิ้งเรื่องที่แล้วเมื่อตอนจะออกจากที่ทำงานแรก มิ้งว่ามิ้งโตและยอมรับกับการเปลี่ยนแปลงได้ดีกว่าเดิมนะเนี่ย :D

20.35 3 สิงหา 48