Friday, September 09, 2005

บอร์ดกับการแปลงร่างของกองทัพมนุษย์ผักชี

*เรื่องเก่าที่ลืมเอามาเม๊าท์ ... ขอเล่าตอนนี้ก็ยังทันเนอะ*

คุณคะ คุณคะ คุณรู้จักมนุษย์ผักชีกันบ้างไหมคะ

คืออย่างนี้ค่ะ วันศุกร์นี้ เหล่าคณะกรรมการบริหาร หรือ ที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า บอร์ด จะเดินทางมาเยี่ยมพวกเราพร้อมกับให้โอวาทพวกเราค่ะ แล้วทีนี้ ปกติบอร์ดจะเข้าไปประชุมเฉพาะที่บางเขน ซึ่งเป็น Head Quarter เท่านั้น แต่แหม ... Head Quarter คำนี้ฟังดูดี๊ดี ฟังดูหรูหรา ยิ่งใหญ่จนไม่อาจ และไม่น่าจะใช้กับตึกที่บางเขนของเราได้เลย นอกเรื่องไปนิด ... เราอยู่กันที่ลาดกระบังไงคะ เป็น middle of no where สุดใจขาดดิ้น ชนิดต้องตระเวนไปไกลเพื่อหาอาหาร และ ท๊อป ซุปเปอร์มาร์เก็ตเล็ก ๆ ขนาดเดิน 2 นาทีทั่วก็กลายเป็นสวรรค์บนดินไป

จากที่พูดมาก็คงไม่น่าจะแปลกใจว่า ทุกคนจะตื่นเต้น รวมไปถึง (ไม่แน่ใจว่าจะใช้คำว่ารวมไปถึง หรือ จะเป็นแค่อย่างหลัง) แตกตื่น ตกใจ ตื่นตูม หรือตระหนกกันเพียงไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อบอร์ดหลายคนเพิ่งได้รับการแต่งตั้งเข้ามาใหม่และยังไม่เคยมาที่ลาดกระบัง อันเป็นสถานที่ตั้งสถานีรับสัญญาณดาวเทียมสุดเดิ้นเด็ดดีของเรามาก่อน และแล้ว กระบวนการการปลูกผักชีก็เริ่มขึ้น

คณะกรรมการบริหารจะมากันวันศุกร์ แต่ไม่เป็นไร การพรวนดินรดน้ำต้นไม้น้อยต้องใช้เวลา ดังนั้น ตั้งแต่วันจันทร์ ก็เริ่มมีการคิดหาความเก๋ไก๋มาเพิ่มให้กับหน่วยงาน ดังมี จะทำป้ายหน้าสำนักงานใหม่ เปลี่ยนธงชาติเอาที่สีสด ๆ มา สั่งตู้ไฟเพื่อมาโชว์ภาพถ่ายดาวเทียม วางกระถางต้นไม้เพิ่มให้เป็นสวนหย่อม (หรือป่าเขตร้อนถ้าทำได้) เปลี่ยนโปสเตอร์ยักษ์ตามรายทาง และอื่น ๆ อีกนับไม่ถ้วน พูดได้ว่าแทบทุกคนวางมือจากงานประจำ เพื่อหันมาลงมือลงแรงและร่วมแรงร่วมใจกับการเพาะกล้าแปลงผักสีเขียวสดใสนี้เต็มที่

ได้ข่าวแว่ว ๆ ถึงการหาซื้อต้นไม้มาประดับเพิ่มเติมตั้งแต่วันจันทร์ และการสรรหาก็เริ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว วันอังคารบางคนใช้เวลาพักกลางวันไปเลือกต้นไม้ แล้วพอวันพุธ พี่กลุ่มหนึ่งหายไปตั้งแต่บ่ายสอง จนกระทั่งหกโมงเย็น รถตู้ก็ประคองลากสังขารอ่อนระโหยโรยแรงของชาวผักชีกลับมาที่สำนักงานพร้อมต้นไม้หนึ่งป่า จับความได้ว่า ออกตระเวนหาต้นไม้ไปเรื่อย ๆ แล้วรู้ตัวอีกทีก็ไปโผล่ที่รังสิตกันแล้ว เล่ามาถึงตอนนี้ ถ้าใครยังไม่รู้ หรือจำยังไม่ได้ก็จะขออนุญาตพูดขยายความอีกนิด ... เราทำงานที่ลาดกระบังกันค่ะ ... แล้วที่มนุษย์ผักชีหายไปถึงก็คือ รังสิต โอ้ลา ... มีเสียงใครก็ไม่รู้ที่ได้ฟัง ถามขึ้นมาแบบอึ้ง ๆ ว่า โห ถ้างั้นทำไมไม่ไปพุทธมณฑลเลยล่ะ ต้นไม้จะได้ยิ่งสวยแล้วก็ยิ่งถูก ... ก็ไม่รู้ว่าเป็นการยุ การอึ้ง หรือการระชด แต่อย่างใด แต่อ๊ะ ... กระถางยังไม่ลงตัว จะยอมได้เหรอคะ วันพฤหัสส่งหน่วยกล้าตายก็เลยวิ่งไปถึงโฮมโปร เพื่อซื้อกระถางไม้แผง ๆ วางต้นไม้ประดับหน้าสำนักงานและห้องประชุมกันต่อ ระหว่างนี้ คิดว่าแม่บ้านและนักการจะได้นั่งเฉย ๆ เหรอคะ โน๊ โน โนค่า ... เช็ดใบเขียว ๆ ของต้นไม้ให้หมดฝุ่นแล้วไม่พอหรอกนะ ต้องเอานมมาเช็ดต่อด้วย จะได้เงา มัน แล้วก็สีสด โอ เคล็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ ไม่บอกไม่รู้นะเนี่ยย คุณป้าประนอมขา รายการแม่บ้านที่รักและแม่บ้านสมองไหล ขอร่วมใจมอบให้คุณป้า 2,000 บาทค่ะ แล้วก็อ๊ะ ... กระถางไม่เงาเหรอ ไม่ด้ายยยย ไม่ด๊ายยย ... เอาน้ำมันพืชมาลงสิคะ เงา งาม เปล่งประกายแห่งคุณค่าแน่ ๆ ยังดีนะ สำนักงานเราเป็นพื้นกระเบื้องยาง ขืนเป็นกระเบื้องมัน ก็คงต้องมีการขัดน้ำมันลงพื้นให้ทุกคนลื่นหัวคะมำกันไปต่ออีกแน่

หน่วยงานอื่นทำอะไร??? แน่นอนว่าไม่ได้อยู่เฉยแน่ ๆ พวกที่มีหน้าที่ผลิตข้อมูล-ภาพ ก็ต้องสรรหาภาพที่สวยงามและเป็นเลิศมาประดับประดาข้างฝา เอารูปอะไรดี มุมไหน อัตราส่วนเท่าไหร่ พริ้นท์มาแปะตรงไหนดี เลือก เลือก เลือก หา หา หา ความเป็นเลิศทางวิชาการและคุณธรรม คือสิ่งที่เราต้องการ 555 (อิฉันก็มั่วซั่วไปเรื่อยยย) และเมื่อได้รูปถูกใจ ถูกตากรรมการ ก็ได้ฤกษ์พริ้นท์ หลังจากนั้นยังไม่จบนะคะ เราต้องเอารูป A0 ทั้งหลายมาประกอบรวมร่างกันต่อ เพื่อกลายเป็นรูปภาพถ่ายดาวเทียม A –2 ปิดข้างฝา 1 ด้านได้พอดี ซึ่งงานนี้ก็ไม่ใช่ทำง่ายนะคะ ต้องแปะให้เนี๊ยบ แปะให้เรียบ แปะให้สวย แต่ก็ไม่มีปัญหา เราได้ฝึกมาเพื่อเป็นมนุษย์ผักชีกันอยู่แล้ว ความชำนาญเช่นนี้เกิดจากการฝึกฝนและขวยขวายใช่ไหมคะ GISTDA ทำได้ GISTDA เป็นหนึ่ง!

ลุงคนขับรถก็ไม่ยอมน้อยหน้าเช่นกัน วันพุธเห็นลุงแกกวาดใบไม้ยิ่งกว่าตั้งใจอยู่หน้าตึกตั้งแต่บ่ายแก่ ๆ แล้วตอนกลับบ้านตอนเย็นจัด ๆ ก็ยังเห็นคุณลุงคนเดิมกวาด ๆ อยู่ ที่สำคัญและขำมากก็คือ พอวันพฤหัสมาทำงานตอนเช้า ลุงแกก็ยังอยู่ที่เดิม ก็เลยต้องขอแซวว่าลุงแกกวาดพื้นกวาดใบไม้มาทั้งคืนเลยหรือเปล่านี่ แล้วก็มอบหมายให้ลุงเป็นหัวหน้ากองทัพผักชีไป แล้วพอไปเรียกแกว่ามนุษย์ผักชีหมายเลขหนึ่ง แกก็งอน ๆ งอแงไปฟ้องหัวหน้า น่ารักสมวัยสุด ๆ :D อ๊ะ ไม่ต้องเดาก็รู้ ระหว่างนี้ คนสวนก็กวาดใบไม้ ตัดหญ้า และเล็มกิ่งไม้ไปตามรายทาง อืมมม ไม่แน่ใจว่ามีการขุดลอกบ่อด้วยไหมก็ไม่รู้ 555

วันที่บอร์ดมาถึง คณะพวกเราก็ทำตัวน่ารักน่าเอ็นดู (หรือจะเป็นน่ารักน่าสงสาร หรือน่ารักน่าสมเพชก็ไม่รู้) ขออนุญาตมอบช่อดอกไม้แต่ละคนเป็นการแสดงความยินดีที่ได้รับตำแหน่ง และก็เป็นการฝากเนื้อฝากตัวกลาย ๆ ไปในตัว ไม่ต้องห่วงเลยว่าท่าน ๆ จะปลาบปลื้มมมมม แล้วก็ยิ้มจนแก้มปริ

จากทั้งหลายทั้งปวงที่เล่ามา ไม่ต้องสงสัยเลยว่า งานจะประสบความสำเร็จด้วยดี และหลังจากนั้น เราได้ข้อสรุปเล็ก ๆ น้อย ๆ กันเกี่ยวกับเรื่องทฤษฎีการปลูกผักชีกันว่า ผักชีนั้นจะปลูกให้เติบโตดีก็ต้องปลูกล่วงหน้าหลาย ๆ วัน ต้นผักชีจะสวย แข็งแรง และไม่มีปัญหาใด ๆ ตามมาในภายหลัง และบุคลากรที่มีก็จะแปรสภาพไปเป็นคนงานไร่ผักชีชนิดที่ยิ่งกว่าอัตโนมัติ แต่อย่างไรก็ตาม นั่นแหละ ถ้าเวลาน้อย การปลูกผักชีก็ทำได้ดีเช่นกัน และอาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ คุณพี่ ก. (ขอสงวนนาม) สรุปได้น่าสนใจว่า ยิ่งปลูกดึก ต้นไม้ของเราก็ยิ่งโตไว เพราะแรงงานจะยิ่งรวมแรงรวมใจขยันหมั่นเพียร และมีประสิทธิภาพกันยิ่งนัก ซึ่งประเด็นนี้มาสรุปกันเองต่อได้ง่าย ๆ ว่า อัตราการเติบโตของต้นผักเป็นสัดส่วนผกผันกับระยะเวลาปลูก :D

อย่างไรก็ตาม การปลูกผักชีเป็นของสากลและเป็นโรคระบาดจริง ๆ เพราะหลังจากนั้น เพื่อนหนึ่งฝูงจะมากินข้าวและเล่นกันที่บ้านอิฉัน และไม่ต้องก็รู้ว่า กลายร่างเป็นคนงานแปลงผักชีชนิดเข้มข้นด้วยเหมือนกัน!

Thursday, September 01, 2005

คัตเตอร์

เมื่อวันก่อน มาตาปีย์หยิบคัตเตอร์มาตัดกระดาษ แล้วด้วยความที่สไลด์ใบคัตเตอร์ให้เลื่อนออกมาด้วยมือเดียว ก็เลยถูกส่วนแหลมของคุณคัตเตอร์กดใส่มือ แต่อิฉันก็ไม่คิดอะไรมาก รอกระดาษจากเครื่องพรินเตอร์เพื่อมาตัดแบ่งต่อไป แล้วยังไงเหรอคะ รอจนได้กระดาษมาแล้ว ก็รีบหยิบมาตัด ตัด ตัด แล้วก็ อ๊ะ .. อะไรเนี่ยเปื้อนกระดาษ สีชมพู ชมพู ก็ตัดต่อไปไม่ได้สนใจ แล้วก็อ๊ะ อะไรเนี่ย ยิ่งเปื้อน ที่พรินเตอร์ก็ไม่ได้เลอะอะไรนี่นา ก็เลยเอามือปัดไอ้ที่เปื้อนออกไป แล้วอะไรเกิดขึ้นเหรอคะ มาตาปีย์ยิ่งทำกระดาษเปื้อนกว่าเดิม ... ได้ไงก็ไม่รู้ คราวนี้ ก็เลยเพ่งมองชัด ๆ เลือดค่ะ กรี๊ด กรี๊ด เลือดดดดของหนูเอง ไอ้ที่โดนคัตเตอร์บาดน่ะ มันเลือดออก แต่เพราะมันคมมากกก คม ค๊ม คม ก็เลยไม่รู้สึกเจ็บน่ะ แค่จึ๊กเดียว แล้วขอโทษ เลือดมันก็ไหลๆๆ ไม่ยอมหยุดด้วยนะเจ้าคะ เลยเลิกตัดกระดาษ เพราะเกรงว่าเอกสารสำคัญจะเปื้อนไปกันใหญ่ ที่สำคัญก็นะ ผู้รับอาจจะนึกว่าส่งเอกสารวูดูไปแช่งมากกว่าจะส่งเอกสารไปให้ก็ได้