Tuesday, January 24, 2006

Under the Spell

Under the Spell

*** เขียนมานานแล้ว ตั้งแต่ผู้ใหญ่กระทรวงวัฒนธรรมออกมาบ่นเรื่องนี้ แล้วก็เขียนไม่จบจนกระทั่งวันนี้เนี่ยแหละ สาบานได้ว่าเป็นเรื่องจริงทั้งสิ้น ***


เห็นเด็ก ๆ เล่นเกม แล้วมีผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งหลายออกมาแตกตื่น ตระหนก และ ตกใจว่า อนาคตของชาติกำลังหลงผิดสู่ด้านมืดดดดดด แล้วก็ให้ชวนสะท้อนใจ .... ทั้งนี้และทั้งนั้น ไม่ได้คิดว่าเด็กไม่ดีหรอกนะคะ แต่เป็นเพราว่า –เพราะว่า –เพราะว่า ป้าก็ติดเกมเช่นเดียวกัน!!!!แล้วจะให้ไปว่าเด็กมันได้อย่างไร ขนาดอิฉัน จบโทมาแล้ว การงานก็มีทำ แต่เมื่อใดก็เถอะได้เล่นเกม เมื่อนั้น สติ ก็จะลดเหลือเพียง สมอง (หรือจะแค่ไขสันหลังก็ไม่ทราบได้) สั่งงานให้เล่น เล่น และเล่น อย่างเดียวเท่านั้น … ขนาดโตกว่า มีวุฒิภาวะความรับผิดชอบ และความรู้สึกผิดชอบชั่วดีมากกว่านะเจ้าคะ

แต่ก็นั่นแหละ เพราะอิฉันรู้ตัวดี และดีมาก ว่าการเล่มเกมนั้น irresistible ไม่สามารถต้านทานได้มากเพียงไร ถึงได้ไม่พยายามซื้อเกมใหม่ ๆ มาเล่น ขอแค่ได้ดูชายตามองแว๊บ ๆ เห็นแค่โครงเรื่อง แล้วก็กราฟฟิคสวย ๆ ก็ชื่นใจแล้ว มีความสุข โดยเฉพาะเมื่อได้จินตนการว่าวันหนึ่งจะเล่นให้หนำใจ

ฟังดูป้าน่าสงสารไหมคะที่มีความสุขอยู่กับความฝันลม ๆ แล้ง ๆ? น่าสงสารป้า เด็ก ๆ อาจพูด แต่เบื้องหลังน่ะเหรอคะ มันก็มีบ้างที่ป้าจะข่มใจและข่มอารมณ์อยากกไม่อยู่ พุ่งตัวไปหาเกมที่อยากได้เหมือนกัน

อันว่าอิฉันนั้นชอบเล่มเกมแนวสร้าง ๆ และวางแผนมาก ไม่ว่าจะเป็น Sims สวนสนุก โรงพยาบาล ร้านอาหาร หรือแม้แต่ สวนสัตว์ รวมไปถึง Caesar/ Zeus/ Romance of Three Kingdoms และอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ เกม RTS (Real Time Strategy) ที่ผสมกับการใช้เวทย์มนต์ใดก็ตามที่หลงมาก็อย่าได้คิดว่าจะรอดเงื้อมมือไปได้เลย อย่าง Populous 2 (ที่ตามมาตั้งแต่ยังเป็นเครื่องแฟมิคอม)/ Black and White/ Age of Mythology โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกมต้องห้ามของนังมิ้ง SpellForce เกินห้ามใจซึ่งเป็นทั้ง RPG (Role Playing Game) ผสมกับ RTS

Spell Force: The Order of the Dawn แค่ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า จะ force ให้เราอยู่ under the spell on and in to that spell กันขนาดไหน ยิ่งช่วงนั้นกำลังอยู่ในระหว่างเปลี่ยนงาน และว่างอยู่พอดี ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า เวลานอนและเวลากินสลับสับสนหายไปเพื่อเป็นเวลาเล่มเกม สิ่งแรกที่ทำตอนตื่นหลังอาบน้ำแล้วก็คือ มาเล่นเกมเนี่ยแหละ บางทีก็เปิดเกมทิ้งเอาไว้ระหว่างไปนอนเพื่อเก็บเลเวลก็มี ... ก็นะ ทุกครั้งที่เข้าไปในเกม การได้ยินเสียงอินโทรก็ทำให้จิตใจเต้นระทึกตึกตักได้ด้วยความสุข แล้วก็ขอได้เล่น ๆๆ ได้ใช้เวทย์มนต์ที่รักก็ทำให้ปลดปล่อยจินตนาการดิบออกมาอย่างเต็มที่ ช่วงนั้นจำได้เลยว่า units แต่ละตัวพูดว่าอะไร โดยเฉพาะจากกลุ่ม elves สุดที่รัก “Like the wind.” “Your wish is my command.” “Whatever the rune desires.” โอ แล้วก็อื่น ๆ อีกมากมายเพื่อเป็นการตอบรับคำสั่งการของเรา

ไม่อยากไปไหน ไม่อยากทำอะไร ขอแค่ได้เล่นเกมเป็นพอ จำได้ว่า เพราะต้องไปต่างจังหวัดกับแม่หลายวัน ก็ถึงกับไม่นอนก่อนเดินทาง เพราะจะได้ใช้เวลาคืนนั้น เพื่อให้ได้ผ่านด่านที่กำลังเล่นไป แล้วก็ ...ไม่ต้องสงสัย ... อีกประการหนึ่งก็คือขอให้ได้เล่นเกมตุนไว้เพื่อไม่ให้ลงแดงระหว่างเดินทาง ผลน่ะหรือคะ? ได้นอนไปประมาณเกือบสองชั่วโมงตอนจะเช้า แล้วพอแม่มาปลุกก็อยู่ในระหว่างความฝันและความจริง จนถึงขั้นถามแม่ว่า แม่ขา แม่จะใช้ไฟหรือน้ำแข็งฆ่ามันดี ... สาบานได้ว่าพูดไปจริง ๆ

เพราะตัวบริษัทพัฒนาเกมเป็นออสเตรีย เลยทำให้ตัวแผ่น extension ไม่มีขายในเมืองไทยหรือในอังกฤษ จำได้ว่ากระวนกระวายอยากได้ขนาดไหน ถึงขั้นวางแผนว่าจะให้เพื่อนที่กำลังเดินทางไปเรียนที่ฝรั่งเศสซื้อให้เลย แล้วพอมีคนบอกว่าที่ร้านประจำที่มาบุญครองนั้น อิมพอร์ตเอาแผ่นเสริมเข้ามา ก็ใช้เวลาเย็นวันนั้นแหละพุ่งตัวไปเพื่อที่จะคว้าแผ่นเกมที่รักและรอคอยมาให้ได้ ... แผ่นเสริมที่ราคาพันกว่าบาท! แพงกว่าแผ่นจริงอีก!! โอ ไม่รู้จะสมเพชตัวเองหรือชื่นชมในความมุ่งมั่นที่จ่ายเงินไปแล้วอีกหลายวันกว่าจะรู้ตัวว่าราคาเท่าไหร่ดี

ก็นั่นแหละ หลังจากนั้น พอเริ่มงานใหม่ กลับมาสู่ชีวิตที่ต้องรับผิดชอบอีกครั้ง (หรือจะพูดว่า กลับมา”สู้”ชีวิตที่ต้องรับผิดชอบอีกครั้งดีก็ไม่รู้) เราก็กลับมาสู่ชีวิตปกติที่อุทิศให้งาน และใช้เวลาว่างแค่ในส่วนหนึ่งของวันหยุดสำหรับการเล่นเกมต่อไปได้ แล้วก็รู้จักการแบ่งเวลาอย่างถูกต้องเพื่อชีวิตที่ดีกว่าได้อีกครั้ง .... ดังนั้น ป้าขา พ่อแม่พี่น้อง อย่าไปห้ามเล๊ยว่าเด็กมันจะเล่นเกม มาช่วยกันคิดว่าจะสอนให้เด็กแบ่งเวลาอย่างไรจะดีกว่า การเล่นเกมไม่ได้แย่อย่างเดียวเสมอไปนะคะ นอกจากฝึกให้เด็กรู้จักคิด โดยเฉพาะและพัฒนาทักษะการประสานความสัมพันธ์ระหว่างการสั่งการของสมองและการเคลื่อนไหวของมือแล้ว เกมก็พัฒนาความสามารถทางภาษาของเด็กได้ อืมม .. ลืมไปกำลังจะเข้าโหมดวิชาการแล้ว สรุปอีกประการแล้วจบก็แล้วกัน อย่างน้อย เด็กก็ได้ปลดปล่อยตัวเองล่ะน่า ป้า!!

ปล. ภาคสองจะออกแล้ว โอ ไม่อยากจะคิด ! @#$$%^&

Tuesday, January 17, 2006

ค่าเท่ากัน

เช้าวันหนึ่ง เด็กหญิงปฏิเสธที่จะรับเหรียญบาทและเหรียญห้าบาทจากพ่อเป็นค่าขนม โดยขอเป็นธนบัตรแทน เธอให้เหตุผลบอกพ่อว่าการใช้เศษเหรียญทำให้เธออายเพื่อน ๆ ก่อนที่พ่อจะสอนให้เด็กน้อยเข้าใจว่าเงินแต่ละบาทมีค่าเท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นเหรียญหรือธนบัตร

เมื่อพ่อไปรับลูกสาวที่โรงเรียน เธอกำลังเล่นกับเพื่อน ๆ คนอื่นอยู่ในสนามเด็กเล่น และพ่อก็ไม่ชอบใจนักที่ลูกสาวของตัวเองเล่นอยู่ระหว่างเพื่อนผิวดำและเหลือง ระหว่างทางกลับบ้าน พ่อห้ามไม่ให้เด็กหญิงเล่นกับเพื่อนต่างสีผิวเหล่านั้น เด็กน้อยจึงย้อนถามพ่อว่าทำไม เมื่อทุกคนก็เป็นเพื่อนของเธอทั้งนั้น พ่อยังคงห้ามเธอต่อไป ก่อนที่เด็กหญิงจะพูดบอกพ่อว่า ถ้าเงินแต่ละบาทมีค่าเท่ากัน คนแต่ละคนมีค่าเท่ากันเช่นกัน


* คิด ๆ เล่น ตอนฟังเพลง love is color blind ของ Sarah Conner

เนื้อเพลง http://www.lyrics007.com/Sarah%20Connor%20Lyrics.html