Saturday, November 18, 2006

เมื่อรู้จักปลงรู้จักวาง อยู่ที่ไหนก็เป็นสุข

“เมื่อรู้จักปลงรู้จักวาง อยู่ที่ไหนก็เป็นสุข

คนที่ไม่ได้เข้าถึงธรรมะ ไม่ได้ศึกษาเรื่องชีวิตให้ถูกต้อง พอมีการสูญเสียอะไรขึ้นแม้นิดหน่อย ความทุกข์มันใหญ่โตเท่าภูเขา แล้วก็บอกว่า ฉันทุกข์ที่สุดในชีวิต ฉันลำบากที่สุดในชีวิต ไปพูดเสียอย่างนั้น เพราะไม่รู้จักปลง ไม่รู้จักวาง ไม่รู้จักใช้ธรรมะเป็นเครื่องแก้ปัญหา เขาจึงมีสภาพจิตใจอย่างนั้น คนที่ได้เรียนได้รู้แล้ว สภาพจิตใจมันแตกต่างกัน อยู่ในที่ไหนก็มีสภาพเป็นสุขทั้งนั้น

หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ”


ไปเจอในบล๊อกคุณ 90210 มาพอดี แล้วก็ต้องบอกว่าตรงใจอย่างมาก โดยเฉพาะประโยคแรก เพราะรู้ตัวว่าไม่ใช่คนที่ปล่อยอะไรไปง่าย ๆ แม้ความสุขจะเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่จะค้นหา ที่จะพบเจอ แต่เพราะความเป็นพวก perfectionist ก็ทำให้หลายครั้งละเลยหลงลืมที่จะให้คุณค่าของสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไปเหมือนกัน และกว่าจะย้อนกลับมาเห็นค่าของสิ่งนั้นได้ ก็เกือบจะสายเกินไป หรือว่าสายเกินไปเลยก็มี

เมื่อรู้จักปลงรู้จักวาง อยู่ที่ไหนก็เป็นสุข แล้วเมื่อนั้นก็จะเจอ peace of mind ที่ตก ๆ หล่น ๆ อยู่ตามทางจนต้องตามหาอยู่เนือง ๆ เสียที

Monday, November 13, 2006

ต้อยติ่ง (2)

ดอกต้อยติ่งบานเตะตามาหลายวัน
แต่ที่สะดุดใจยิ่งกว่า ก็คงจะเป็นเมล็ดสีน้ำตาลกระมัง
อย่ากระนั้นเลย วิ่งออกไปเก็บเมล็ดต้อยติ่ง
ค้นหาเหมือนเวลาพระราชาหาสมบัติล้ำค่า
ใต้ร่มไม้ ริมทางเดิน
แล้วเก็บมาใส่ใบไม้ไว้

เก็บ เก็บ เก็บ
ทำตาให้ไว ทำมือให้เร็ว
แล้วเก็บมารวมกัน

เอาไปโยนลงน้ำ
เป๊าะแป๊ะ เป๊าะแป๊ะ แตกกระจาย

ใครว่ากลับเป็นเด็กไม่ได้
นี่ไงล่ะ เล่นอยู่นี่แล้ว

แถมยังมีคนมาร่วมวง
สบายใจ สนุกจัง

พรุ่งนี้มาเล่นกันอีกนะ

ปล. ขอบคุณที่ไฟดับ จนได้มีโอกาสหนีมาเล่น
แล้วก็ขอบคุณคนที่มาเล่นเป็นเด็กด้วยกัน :D :D

Sunday, November 12, 2006

มังกรกลับบ้าน

วันนี้ มังกรกำลังบินกลับบ้าน
ระหว่างทางเจอดอกไม้สวยมากมาย
สีแดง สีฟ้า สีชมพู
ผลิบานงามตา

ถ้าเก็บไปให้เด็กหญิงก็คงดี
เธอคงชอบใจ

ดอกไม้ไม่มีค่าอะไรกับมังกร
แต่ถ้าเด็กหญิงเห็นว่ามีความหมาย
ดอกไม้ก็จะมีความหมายได้จริง

ต้อยติ่ง

ต้อยติ่งบานกระจายอยู่เต็มทุ่ง
ดอกสีม่วงบานสบายใจ

ฉันชะงัก แล้วทำกริยาอย่างหญิงสาว
ชื่มชมความงามง่าย ๆ ที่ตาทอดมอง

แล้วก็เปลี่ยนใจ

วันนี้ขอเป็นเด็กอีกสักครั้ง
ขอเก็บเมล็ดสีน้ำตาล
เอาไปลอยน้ำ

สนุกจัง

ฟอนต์ที่รัก

ตอนนี้กำลังมีวิกฤตฟอนต์นิดหน่อย ด้วยว่าฟอร์แมทเครื่องใหม่ แล้วนอกเหนือประเด็นที่ว่า ย้ายที่เก็บของเก็บไฟล์ต่าง ๆ จนหากันไม่เจอแล้ว ก็เพิ่งจะรู้ความจริงมี่โหดร้ายอย่างหนึ่งว่า บรรดาฟอนต์หลากหลายนานาชนิดที่ได้สะสมโหลดลง folder fonts ใน control panel ก็กลายเป็นศูนย์อีกต่างหาก งงนิดหน่อยว่าจะไปตามเก็บกลับมาให้หมดได้อย่างไร แต่ก็เริ่มทำทีละอย่าง โดยเริ่มจากฟอนต์ที่ใช้งานจริงจังก่อนจะดีกว่า เก็บในเครื่องเจอบ้าง หาในเวบโปรดบ้าง แล้วก็ค้นพบความจริงที่รู้ตัวเป็นระยะ ๆ ว่าบ้าฟอนต์เหมือนกันแฮะเรา เพราะตอนไปเยี่ยม dafont.com ที่ไม่ได้ไปจริงจังมาเกือบครึ่งปี ก็พบว่ามีของเก๋ ๆ ใหม่ ๆ ให้โหลดเพิ่มเยอะเหมือนกัน ก็ลยเกิดอาการหยุดโหลดไม่ได้เข้า อันนี้ก็สวย อันนั้นดี อันโน้นเก๋ โหลดไปสักพัก แล้วก็ต้องไปหยิบสมุดมาเล่มหนึ่งเพื่อทำเป็นสมุดฟอนต์แยกประเภทให้ตัวเอง ซึ่งน้อง ฟ ก็เห็นแล้วตกใจ จริง ๆ มิ้งก็มีการจดมาตลอดล่ะนะ แต่วันนี้สงสัยจะคึกจัด หาสมุดมาเป็นเอกเทศเลย แล้วก็เลยนึกไปถึงวันหนึ่งที่ว่า เปิดหนังสือฟอนต์ดูอยู่ที่เอเชียบุ๊ค แล้วก็พบว่า โอ้ ฟอนต์โน้นหนูรู้จัก อันนี้ก็รู้จัก ก็รู้จักเกือบหมดทั้งเล่ม ก็เลยต้อง aware ว่า เออ ฉันก็บ้าของฉันจริง ๆ นะเนี่ย ก็นะ ถ้าทำงาน แล้วฟอนต์ไม่ดีไม่สวย มันก็ลดค่างานลงไปนี่นา ฟอนต์เป็นตัวบอกอารมณ์ เป็นตัวประสานขนาดนี้ .. อย่างที่มิ้งพูดบ่อย ๆ ว่า ฟอนต์ดีมีชัยไปกว่าครึ่งนั่นแหละ

ก็นั่นแหละ กำลังเปิดไฟล์ไล่โฟลเดอร์หาฟอนต์ที่โหลดมาเรื่อย ๆ อยู่ แล้วก็พบว่า ด้วยฟอนต์ที่มี เอาไปตั้งเวบโหลดฟอนต์ได้เลย :D :D :D

ปล. เห็นฟอนต์ดี ๆ แล้วมีความสุข แม้ว่าจะเปลี่ยนจากรัก fancy ไปสู่ handwriting เป็นหลักก็ตาม – getting older ก็ไม่รู้ว่าจะ wiser จริงไหม