Saturday, July 07, 2007

[book review] Touch The Dark

หลังจากที่เดินวน ๆ อยู่ในคิโนะ เอ็มโพเรียมสักพัก ก็ได้ฤกษ์เดินไปเช็คสต็อคพวกแฟนตาซี ดูแล้วเบื่อพล็อต the chosen one saving the world fighting epic อยู่หน่อย ๆ แต่อยากหาอะไรอ่าน ก็เลยมาดู Urban Fantasy ต่อ เผื่อจะเจออะไรแปลกใหม่ แล้วก็เลยได้ Touch The Dark นี่มา จริง ๆ แล้วการตัดสินใจเลือกซื้อนี่ทำในเวลารวดเร็วมาก คือไม่ถึงสิบนาที



Touch The Dark
By Karen Chance

ชนิด : Supernatural/ Urban Fantasy
สำนักพิมพ์ : Roc (MM) (Jun 6 2006) ]
จำนวนหน้า : 320 หน้า


Cassandra Palmer มีพลังพิเศษ นอกจากเธอจะมองเห็นอนาคตได้แล้ว เธอยังสามารถมองเห็นและสื่อสารกับวิญญาณได้อีก และความพิเศษนี้ก็ทำให้เธอเป็นที่ต้องการตัวจากมาเฟียแวมไพร์ที่ต้องการใช้มันเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง เวลาผ่านไปCassandra เติบโตขึ้นและเรียนรู้มากขึ้นจนสามารถหนีออกมาเป็นอิสระได้

แต่ช่วงเวลานั้นอยู่ได้ไม่นาน ตอนนี้แวมไพร์ที่เธอหลบหนีมารู้แล้วว่าเธออยู่ไหน และโทษของการหนีเช่นนี้มีสถานเดียวคือ “ตาย” เธอหนีมาได้แล้วครั้งหนึ่ง และครั้งนี้เธอจะหนีไปได้อีกหรือไม่

มิหนำซ้ำ โชคไม่ได้เข้าข้าง Cassandra สักเท่าไหร่ สภาแวมไพร์จะยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการสะสางหนี้ครั้งนี้เสียด้วย ดูเหมือนว่ามีอะไรอยู่เบื้องหลังมากกว่าที่เธอคาดคิดและพร้อมจะรับมือเสียแล้ว

และที่สำคัญ เธอจะเชื่อใจใครได้ไหม และจะเลือกข้างอย่างไร

สารภาพว่าตอนแรกที่อ่านหงุดหงิดแทบจะปาหนังสือทิ้ง เพราะตามจังหวะการเล่าเรื่องของ Cassandra (ผ่านมุมมอง “I”) ไม่ทัน เนื่องจากคุณเธอพูดไปเรื่อย ๆ ไม่ค่อยปะติดปะต่อกันมากเท่านั้นในสายตาของคนอ่าน แต่เมื่อผ่านไปสักพัก (กรณีนี้ร่วมสามสิบหน้า) พอเริ่มจับต้นชนปลายถูกและตามความเร็วในการคิดของเธอแล้วก็กลายเป็นว่าสนุกสนานไปกับการดำเนินเรื่องรวดเร็ว ฉับไวไป

นอกจากนี้ หนังสือก็ยังเต็มไปด้วยเรื่องเหลือเชื่ออีก นั่นก็คือ หลัก ๆ เรื่อง paranormal มักจะเป็น genre ใด genre หนึ่งโดยชัดเจน ถ้าเป็นแวมไพร์ก็เป็นแวมไพร์ไปเลยอย่างเดียว ไม่มีอย่างอื่นมาเจือปน แต่นี่ เธอมีพลังพิเศษสองสามอย่างอย่างหยั่งรู้ สื่อสารกับวิญญาณ ฯลฯ ได้ แล้วยังมีตัวละครอื่น ๆ อย่างแม่มด fairy และเรื่องแปลกประหลาดอื่น ๆ ในเล่มอีกต่างหาก ถือว่าเป็นการผสมรวมกันไป ซึ่งก็ไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดี เพราะถ้ามองว่าเอามารวมกันแล้วเกิดเรื่องใหม่ก็ได้ หรือว่าเป็นการจับมังกรมาผสมกิ้งกือเอาเรื่องที่ไม่ควรรวมมารวมก็ได้

และก็เหมือนกับ Urban Fantasy ทั่วไป ที่ตัวเอกมักจะต้องทำเรื่องราวต่าง ๆ เพราะต้องทำ ไม่มีทางเลือก และสิ่งนี้ก็ทำให้ต่างไปจาก classic fantasy ที่มักจะทำเพื่อความดี รักษาความดี กำจัดคนชั่ว เป็น honour of the mind แบบนั้น อย่างในเรื่องก็เห็นได้ชัดมากว่าต้องทำเพราะต้องการรักษาชีวิตของตัว และจากมุมมองนี้ก็ทำให้ตัวเอกของเรื่อง practical มาก ๆ เห็นภาพรวมสถานการณ์ชัด และตัดสินใจเลือกได้ โดยไม่ค่อยมีอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องได้ ซึ่งถือว่าทำให้เป็นตัวละครที่เลือกว่าชอบได้อีกตัวหนึ่ง

การตัดสินใจเลือกข้างและสถานการณ์คลุมเครือไม่สามารถจะจำแนกได้ว่าใครเป็นมิตร หรือศัตรูก็สนุก เพราะตัวละครในเรื่องค่อย ๆ ปรากฏออกมาทีละตัว และผู้อ่าน (ตามมุมมองเล่าของ Cassandra) จะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าใครเป็นอย่างไร ทำให้ต้องมีการคาดเดาและเลือกเข้าข้างตัวละครเหล่านี้เป็นระยะ ๆ

แต่อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่สามารถคาดเดากับตัวละครได้ แต่เมื่อเป็นการดำเนินเรื่องแล้วเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะว่าถ้าคิดตามอ่านตามก็จะสามารถเดาต่อไปได้ว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น หรือกำลังเกิดเป็นส่วนใหญ่ แต่แม้จะรู้ได้แล้วก็ไม่ทำลายเรื่องแต่อย่างใด

อีกสิ่งหนึ่งที่แปลกกว่าหนังสือเล่มอื่น ๆ ก็คือ Touch The Dark ใช้ตัวละครในประวัติศาสตร์หลายตัวมามีบทบาทในหนังสือใหม่ในฐานะแวมไพร์ และก็เติมแต่งลักษณะบุคลิกภาพใหม่ลงไป ทำให้รู้สึกแปลกที่เห็นบุคคลเหล่านี้มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง แต่ขณะเดียวกันก็เหมือนไม่ใช่คนที่เราได้อ่านพบมาตั้งแต่เด็ก (ซึ่งอาจจะเป็นเพราะส่วนหนึ่งนั่นก็เพราะเราไม่เคยได้รู้จักบุคคลเหล่านี้ในฐานะคนเลย)

นั่นแหละ จริง ๆ แล้วกะว่าจะอ่านแล้วหลับไม่เกินตีหนึ่ง แต่พอรู้ตัวอีกทีก็ใกล้สว่างแล้ว ทำให้ไม่เคยวางหนังสือก่อนจบเล่มได้เลยคะ? คราวหน้าถ้าจะเริ่มอ่านอะไรสักอย่างควรจะเป็นกลางวันจะได้ไม่กินเวลานอนเช่นนี้ แต่นะ ก็ถือว่าพอใจพอสมควร

สรุปในหนึ่งประโยคว่า A fine mix-up!

ปล. ตอนนี้ชุด Cassandra Palmer ออกมาแล้วสองเล่ม กะว่าจะไปเอาเล่มสองมาอ่านพรุ่งนี้ ก็คงได้รีวิวกันต่อไป