Friday, May 21, 2010

เพลง 2009

(ไม่ได้โพสต์สักที)

ได้เวลาอีกปีที่จะมานั่งบันทึกและเล่าถึงเพลงที่ฟังบ่อยในปี 2009 ซึ่งอันที่จริง พอมาดูปีถัดไปก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งเกิดในชีวิตเป็นเรื่องที่เราจะลืมไปได้ง่ายที่สุด และดังนั้น ก็บันทึกเอาไว้เสียดีกว่า โดยเฉพาะเมื่อทำต่อเนื่องกันมาเป็นปีที่สาม
ไม่แน่ใจว่าจะนึกออกครบไหม แต่จะพยายามนึกทวนมาให้ได้ถึงเพลงที่ฟังบ่อยก็แล้วกัน และก็ไม่ได้เรียงลำดับอะไรนอกจากลำดับการนึกได้

I Don't Believe You + Please Don't Leave Me / Pink
เพลงของนักร้องเจ้าเดียวกัน แต่ว่าต่างอารมณ์ออกไป เพลงแรกเป็นบัลลาด อกหักที่เงียบเหงาแล้วก็เศร้าจับใจ ติดใจตั้งแต่ประโยคที่ร้องว่า It's like you're the swing set and I'm the kid that falls เพราะฟังแล้วจินตนาการตารมไปแล้วเห็นภาพเลย สิ่งที่จบไป มันเร็วเกินจะตั้งตัว และดังนั้นก็ทำให้สับสนงุนงงไปได้อยู่ It's like one of those bad dreams when you can't wake up ไม่อยากให้จบ ไม่เชื่อว่าจะเกิด แต่ก็เกิดอยู่ดี ใจหนึ่งที่ชอบก็เพราะคิดว่าเข้าใจความรู้สึกและบรรยายความรู้สึกเวลาที่จบไม่ลงได้ดีมาก ๆ

เพลงที่สอง คงเป็นเพลงบอกรักของสาวซ่าอารมณ์แปรปรวนเป็นแน่แท้ รักมากก็เหนื่อยมาก และก็ถูกเป็นที่รองรับอารมณ์มากกว่าคนอื่น แต่ทั้งนี้ก็เป็นเพราะรัก? I forgot to say out loud/ How beautiful you really are to me/ I can't be without/ You're my perfect little punching bag/ And I need you/ I'm sorry. ฟังเพลงแล้วก็สนุกดี แต่ถ้าเจอกับตัวเช่นนี้ก็อาจจะอยู่ไม่ไหว เพราะแค่รักแต่ไม่แสดงออก หรือแสดงออกในรูปแบบแปลก ๆ ถูกเหวี่ยงอยู่ตลอดเวลาก็คงต้องบอกลาแน่แท้

Perhaps, Perhaps, Perhaps / Pussycat Dolls
เริ่มงงว่าฟังเพลงนี้ปีนี้หรือปีที่แล้ว แต่น่าจะเป็นปีนี้กระมัง นอกเหนือจากจังหวะที่เป็นแทงโก้หน่อย ๆ แล้วก็ชอบความกล้าและมุ่งมั่นของสาวเจ้าที่เดินเข้าไปถามผู้ชายตรง ๆ เลยว่ารักหรือไม่รักอย่างไร จะได้ตัดสินใจถูก ความเชื่อมั่นในตัวเองสูงดี และก็คงผิดจากนางเอกในนิยายไทยที่รอให้ผู้ชายมาบอกรัก หรือรอเทวดาพระอินทร์มาช่วยเหลือด้วย อย่างน้อย ถ้าไม่รักไม่มีโอกาสสานต่อก็จะได้จบ ไม่หวังมาก บอกให้รู้เรื่อง จบกันไปได้ไหม You won't admit you love me/ And so how am I ever to know/ ..... / If you can't make your mind up/ We'll never get started/ And I don't wanna wind up/ Being parted, broken-hearted/ So if you really love me/ Say yes, but if you don't dear, confess
ฟังดูเป็นเพลงของผู้หญิงที่ฉลาดและรัก-นับถือตัวเองดี ไม่หลอกตัวเองด้วย

We'll Be Together Again / Vivian Buczek
เพลงแจ๊ซนุ่มสบายที่บอกให้คิดถึงกันเวลาอยู่ห่างกัน ชอบความนุ่มและอบอุ่นในเพลง ความรู้สึกด้านบวกที่อยู่ในเพลงทำให้รู้สึกดีตามไปด้วย ฝันหวานก็จริง แต่อย่างน้อยก็ทำให้มีความหวังใช่ไหม? Your kiss, your smile/ are memories I'll treasure forever/ so try thinking with your heart/ We'll be together again /.../ Times when I know you'll be lonesome / times when I know you'll be sad /.../ Some day, some way/ we both have a lifetime before us / for parting is not goodbye / We'll be together again ถึงจะได้เจอหรือไม่เจอกันอีกก็ตาม แต่เราก็มีความทรงจำถึงกันและกันไว้

Corcovado / Stacey Kent
ฟังเพราะว่าติดมาจากฟินน์ ทั้งความชอบ และอารมณ์ต่าง ๆ ก็มาจากฟินน์ทั้งสิ้น จากที่ว่าเนือยและหนืดก็อยากเป็นเพราะและชวนฝันไป อย่างน้อยการที่เรารักใครสักคนก็ทำให้ชีวิตมีความหมายและมีคุณค่าขึ้นมา This is where to be / Here with you so close to me
Till the final flicker of life's ember //I who was lost and lonely/ Believing life was a only a tragic joke / Have found with you the meaning of existence oh, my love

Delayed Devotion / Duffy
รักมาก ก็ผิดหวังมาก และดังนั้นก็กลายเป็นเกลียดได้ง่ายนะ แต่อย่างน้อย เราก็มีเวลาที่ได้เรียนรู้และทดลองรูปแบบความรักที่เกิด และถ้าจะไม่ดี คนที่รักตัวเองเป็นก็พร้อมจะเดินถอยจบออกมา You just let me wait/ Now it's too late/ For your delayed, delayed devotion อาจจะดูว่ายอมจบง่ายเกินไป แต่บางครั้งมันก็ถึงเวลาต้องจบ – ถ้าเป็นนิยายไทย นางเอกก็คงต้องยอมคืนดีกับพระเอก แต่ชีวิตจริง ถ้าความรู้สึกมันเสียไปแล้ว ถ้าแก้วมันตกแตกจะเหมือนเดิมได้อีกเชียวหรือ (แต่ก็ชอบอ่านเอาอารมณ์เป็นบางทีท่วมอยู่ดี)

Pretty Young Thing/ Lene
เพลงเก่าที่เพิ่งเอามาเปิดฟังใหม่ – จริง ๆ ไม่ค่อยชอบแนวคิดเพลงเท่าไหร่ เพราะดูเป็นป้ากินเด็ก แต่ก็ชอบท่อนขึ้นที่ว่า I wanna bruise your lips with a tender kiss / I wanna crush your heart / I wanna be your scar บางทีการรักใคร ชอบใครสักคนก็ทำให้เราอยากเป็นคนสำคัญ หรือไม่อย่างนั้นก็เป็นคนที่อีกฝ่ายจดจำเราได้ (โดยไม่เลือกวิธี) ฟังแล้วสงสัยว่า คำว่า scar นั้นเป็นอย่างไร ดีหรือไม่ดี และเป็นไปได้ไหมที่ในแง่นี้จะหมายถึงเรื่องดี/ ความรู้สึกในด้านบวกได้อย่างเดียว แต่ก็สงสัยจนเลิกสงสัยไปแล้ว

Crazy Little Thing Called Love/ Rihanna
ชอบทำนองแรกเก้หน่อย ๆ และก็ชอบเนื้อที่บรรยายความรู้สึกใจแล่นด้วย ซึ่งจริง ๆ แค่ชื่อเพลงก็บอกได้แล้ว ใจแล่น ใจแล่น ทำอย่างไร ใจก็แล่น ทั้งที่ไม่ได้อยากให้แล่น แต่ก็เป็นไปแล้ว I didn't understand the reason/ That my heart was beating like a drum ก็เป็นความรู้สึกดี ๆ และเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เราจะรู้สึกอย่างนี้กับใครสักคนนะ ซึ่งจะว่าไปก็อยากจะใจเต้น และใจแล่นอีกสักครา

Tomorrow + Over + Ice Cream Girl / Sean Kingstion
ชอบทำนอง และจังหวะที่ฟังไหลลื่น และสบายหู เพลงแนวนี้มีให้ได้ยินบ่อยที่ว่าจากไกลและจะได้กลับไปเจอ แต่ก็หลงรักได้อยู่ดี จากความรู้สึกด้านบวกและความมุ่งมั่นคาดหวัง เนื้อเพลงน่ารักทั้งเพลง แต่ชอบท่อนนี้ที่สุด How can they say you don't exist?/ When I've been branded by your lips/ Nothing they can say or do/ Will keep me from seeing you ดูเป็นการผูกพันและยอมที่จะถูกผูกพันกับใครสักคนชัดเจน

ชอบ Over ตอนร้องว่า O V E R น่าจะได้ เพราะใส่อารมณ์ให้ได้รู้สึกตามดี จบและไม่มีการรื้อฟื้นดี

Ice Cream Girl ดูเป็นเพลงหน้าร้อนดี ฟังแล้วสนุกคึกตามอย่างหนัก อารมณ์ดี สบายใจก็พอแล้ว Give me an ice cream girl for the weekend / Kind of girl she built for any season/ For the winter... for the fall / Even in the summer... time is no fall

?????/???
บอกดีไหมว่าเป็นเพลง ตกหลุมรัก ของปีนี้ และเป็นไปตามสูตรที่ทำให้อารมณ์กึ่มทุกอย่าง ฟังในรถ และเป็นเพลงที่ทำให้นึกถึงคนที่ทำให้กึ่มขนาดนี้ เสียดายที่ครึ่งหลังเป็นสแปนิช เพราะทำให้ร้องต่อ และเข้าใจความหมายไม่รู้เรื่อง ก็เลยจะค้างอยู่กลางเพลง

ปล. มีโอกาสมั่วเปิดให้เจ้าตัวฟังไปแล้ว จะรู้เรื่องไม่รู้เรื่องฉันก็ล๊าลาแฟงไปแล้ว

Fire + I don’t care / 2NE1
ไม่น่าเชื่อว่าชีวิตนี้จะบ้า K-Pop แต่ก็เป็นไปได้แล้วกับสาว ๆ วงนี้ ถึงแม้กระแสเกาหลีจะมาแรง แต่นักร้องกลุ่มก็มักจะขายความน่ารักคิกขุมากกว่าเสียง แต่วงนี้เพลงดี และเป็นแนวสตรีทที่ชอบ และก็ขายความแรงนี้มากกว่าขายความใสก๊องแก๊งด้วย เป็นวงแรกที่นั่งตามดูใน youtube ข้ามวันอย่างไม่รู้เหนื่อย และก็เป็นเพลงที่เปิดในรถตอนเช้าเพิ่มความคึกอย่างสุด ๆ บนทางด่วน
เสียดายที่เป็นเนื้อเกาหลีทำให้มีส่วนที่ยังร้องไม่ได้อยู่ (เพราะถ้าฟังขนาดนี้และเป็นอังกฤษก็ยังเชี่ยวและช่องไปแล้วว)

Girl On A Wire (Sexy Element Remix) / Swan Dive
ฟังจากไม่เพราะกลายเป็นเพราะ สมกับคำที่ว่าการล้างสมอง และล้างหูเสียจริง แต่ทั้งนี้ ชอบท่อนฮุก หลอน ๆ มึน ๆ แต่ก็น่ารักดี เนื้อเพลงไม่เกี่ยวกัน แต่ก็ทำให้เกี่ยวกันได้ ถึงปัจจุบันยังเกาะเนื้อเพลงออกไม่หมด แต่ก็ได้อารมณ์ไปบ้างแล้ว

Monsoon / Luka Bloom
คาดว่าน่าจะเอาไปฟังในรถช่วงแรก ๆ ก็เลยทำให้ติดมา แต่ชอบเพราะบรรยายความรู้สึกหลงรัก ลุ่มหลง ชัดเจนระดับหนึ่ง เปรียบเทียบความรักกับมรสุมเลยทีเดียว Everyday is the rainy season / Every night is a full moon / Whenever I'm with you darling / Love is a monsoon ทั้งจังหวะทั้งทำนองก็เป็นเพลงที่ราบสูงหลอน ๆ แบบไอริชดี

อัลบั้มของปี 2009 ไม่ได้ดูปีที่ผลิต แต่เป็นอัลบั้มที่รู้สึกชอบใจที่สุดในปีขอยกให้ Taste of Brazil ก็แล้วกัน เพราะเอากลับมาฟังใหม่แล้วฟังได้ทุกเพลง และฟังตอบขับรถสบายใจไม่มีเบื่อดีด้วย
ชวนผิดหวังที่สุดเป็น Mayfair ของ Swandive เนื่องจากความเนือยไร้ขอบเขต โดยเฉพาะเมื่อคาดหวังว่าจะเป็นแบบ Until !!!!!!!!!!