long, long tag
แก้ไข/ เพิ่มเติม 02/11/07
จริง ๆ แล้ว กะว่าจะโพสต์แล้วโพสต์เลย ปล่อยไปตามยถากรรมนะนี่ แต่ทำไมกลายเป็นเรื่องที่มีคนมาอ่านเยอะ และเยอะขนาดนี่เจ้าคะ อนิจจา ก็เลยเห็นควรจะมีการเปลี่ยงแปลงแก้ไขบ้าง น่าจะดี
ไม่เคยใส่เลยว่าที่มาของ tag แสนยาว 50 ข้อนี่มาจากไหน ว่าจะใส่แล้วก็ลืมทุกมี พี่จูน – moneypenny นั่นไง เอามาให้ แล้วก็สะใจรอดูคำตอบยาว ๆ (อ่านจนชีวิตจะหาไม่ไมก็ไม่รู้ มตป. ไม่ทำอะไรให้เป็นเรื่องเล็กอยู่แล้วนี่คะ :D :D :D)
ดูแก้ไขตัวสีก็แล้วกัน แล้วก็ไม่ได้เขียนให้ใครอ่าน เขียนไว้อ่านเลย เพราะชอบเล่นตอบคำถามมาก ๆ
ถ้าคิดว่าจะได้อะไรตื่นเต้น เร้าใจ ขอให้คิดใหม่ เพราะมันจะน่าเบื่อมาก ๆ ระดับหนึ่งค่ะ!แล้วก็ยาวที่สุดในโลกด้วย
1. ที่มาของชื่อและความหมาย
---ชื่อแปลว่าที่รักของแม่ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า แม่เห่อและดีใจขนาดไหนตอนมีลูกสาว ไม่ขอเขียนชื่อจริงก็แล้วกันเพราะว่าชื่อแปลกมากจนไม่ค่อยมีคนซ้ำ เดี๋ยวตามตัวได้ ฮ่า :D ส่วนชื่อเล่นจริง ๆ มาจาก “มุ้งมิ้ง” ที่แปลว่า เวลาพลบค่ำ เพราะเกิดตอนเย็นพอดี
2. อายุ
---ยี่สิบเกือบจะปลาย
3. สถานที่เกิด
---กรุงเทพฯ
4. มีพี่น้องกี่คน
---สองคนพี่น้อง เป็นลูกคนโต มีน้องชายอีกคน สนิทกันมากจนคิดเล่น ๆ ว่าถ้าเกิดเป็นฝาแฝดกันจะเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้ถึงเป็นแฝดไม่เป็นแฝด เราก็เป็นหนอนในท้องกันและกันไปแล้ว ล่าสุด มีคนสองสามคนมาทักว่าเป็นแฝดกันหรือเปล่า หน้าตาก็ไม่ได้เหมือนกันมากขนาดนั้น หรือจะเหมือนก็ไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ ๆ บุคลิกหลายอย่างเหมือนกันแน่ ๆ มาดูท่านั่งตอนกินข้าวจะเห็นชัดมาก ๆ :D :D
5. ฉายาขำ ๆ ที่เพื่อนเรียก
---ไม่ค่อยมี มักจะจิกกัดกันด้วยวาจามากกว่าฉายามังคะ
อืม สองสามวันก่อน เพิ่งถูกเรียกอีกทีว่า “เมียญี่ปุ่น” หลังจากไม่ได้ยินมาหลายปี คนที่เรียกเรียกเพราะว่า เวลาทำกับข้าวกินด้วยกันในหมู่เพื่อน ๆ แล้วหลังกินข้าวเสร็จจะลุกขึ้นมาเก็บของล้างจานทันที ไม่ใช่เพราะรักสะอาดหรือขยัน แต่เพราะว่าไม่ชอบเห็นของที่กินเหลือ หรือจานชามสกปรกกอง ๆ อยู่หน้าตัว (เอ หรือจะเจ้าระเบียบจริง ๆ หว่า ก็ชักไม่แน่ใจ แต่จริง ๆ ถ้าทำทีหลัง มันก็อาจจะหนืดได้) ชื่อนี้ติดใจเพราะไม่คิดว่าเราจะเข้าข่ายแบบนี้ได้ แต่เพื่อนบอกว่าเข้าข่ายและใช่ ใช่ ใช่ ทำมันตั้งแต่ซื้อของ-เตรียมของ-ทำกับข้าว-จัดสำรับและล้างจาน ถ้าไม่ใช่จะเป็นอะไรได้ อาทิตย์ที่แล้ว น้องเพิ่งพูดขึ้นมา เพราะกินข้าวด้วยกันเสร็จแล้ว อิฉันเป็นบ้าลุกขึ้นมาล้างจากทำความสะดอาดทันที ขณะที่คนอื่นยังนั่งหน้าทีวีสบาย ๆ หลังอาหาร ก็ไม่ชอบนั่งหนืดเฉย ๆ นี่คะ
6. Hobbies & Life Style
---เรื่อย ๆ มังคะ เห็นอย่างนี้ก็เถอะ เป็นคนที่เนือยที่สุดคนหนึ่ง แต่สันนิษฐานว่าเป็นพวก home girl นิดหน่อย ถ้ามีหนังสือดี ๆ เพลงที่ชอบก็อยู่บ้านได้แล้วล่ะ หลัง ๆ ออกนอกบ้านมากขึ้นแต่ก็ยังถือว่าอยู่บ้านเยอะอยู่ดี เพราะบางอารมณ์เป็นพวก anti-social – แล้วก็เหมือนว่าช่วงนี้จะเป็นบ่อย อยากอยู่ในที่ที่เงียบ ๆ สงบ ๆ ได้ยินเสียงตัวเองคิด ฮ่า ประมาณว่าอารมณ์กางร่มอยู่ในฝนคนเดียวกลางสวนสาธารณะ
งานอดิเรก ก็ illustrator นั่นแล เป็นหลัก เมื่อก่อน เรียนปั้นเซรามิคบ้าง เรียนเพ้นส์จานบ้างแต่พวกนี้ทำที่บ้านไม่ได้ก็เลยรา ๆ ไป กำลังจะหาอะไรทำเป็นงานอดิเรกแบบที่ทำได้ที่บ้านมาทำอยู่ แต่ยังคิดไม่ออก
Life Style เกรงว่าจะเป็น new age เพราะออกไปทาง spiritual เหลือเกิน ดังเช่น ฝึกจี้กง (ฟังดูแก๊แก่ ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่ต่างจากโยคะแท้ ๆ)
7. สถานที่ไปช็อปปิ้ง
---ถ้าจะช็อปจริง ๆ ก็ไปได้ทุกที่ แต่ที่ ๆ ไปแล้วซื้อของบ้าเลือดน่ากลัวมาก ก็คือ ตลาดนัดทั้งหลาย เนื่องจากจะซื้อได้ทุกอย่างทุกทาง ตั้งแต่ เสื้อผ้า เครื่องประดับ ไปจนถึงจานชาม และผักสดผลไม้ ยิ่งอย่างหลัง สามารถเหมาซื้อมาหมด เพราะสงสารแม่ค้าพ่อค้า จนถึงขยายต้องแจกคนอื่นไปก็มี หรือมิฉะนั้น ด้วยความที่ชอบผัก ก็จะอยากได้ทุกอย่างตั้งแต่สาระแหน่โหระพา ผักชี ไปจนถึงกวางตุ้ง ผักโขม แล้วก็มะเขือเทศ แครอท พูดง่าย ๆ ว่าเห็นผักเป็นไม่ได้
ที่อื่น ๆ ก็สยาม สีลมตอนกลางคืน หรือไม่ก็ห้าง แต่ก็แล้วแต่ด้วยว่าคำว่าช็อปปิ้งหมายถึงว่าซื้ออะไร
8. โรงภาพยนตร์
---ไม่ชอบดูหนังอย่างยิ่ง เพราะถือว่า brainwash ด้านจิตใจ ถ้าเลือกได้ขออ่านหนังสือดีกว่า (บอกแล้วว่า anti-social แล้วก็อคติสูง) แต่ถ้าจะต้องไปดู ไปไหนก็เหมือนกัน เอาสะดวกเป็นหลัก
9. คำ 3 คำที่บ่งบอกความเป็นตัวคุณ
---wacky-hyperactive (หรือเป็น vivacious ดี เพราะคนอื่นชอบใช้คำแรกเวลาพูดถึงอีฉันมากกว่า?)-temperamental น่าจะอธิบายได้ในตัวเองแล้วกระมัง แต่ละคำ
10. กิจกรรมที่ชอบทำ
---ข้อข้างบนน่าจะอธิบายไว้แล้วมังคะ
11. web ที่เข้าบ่อย
---Gmail เพราะตั้งเป็น default หน้าหลักไว้ อื่น ๆ ก็แล้วแต่วัน เพราะขึ้นอยู่กับว่าทำอะไรอยู่ ถ้าทำงาน ก็อาจจะพึ่งพวก dictionary บ้าง พวก references บ้าง ถ้าอัพบล็อกก็ bloggang โดยเฉพาะ mingki.bloggang.com ฮ่า โฆษณาซะ! ถ้าวาดรูป อืม... เอาเป็นว่า google แล้วกัน เพราะ search บ่อย มีคนบอกว่าใช้ google หาของได้เก่งมาก ก็ไม่รู้จริงหรือเปล่า
12. สไตล์การแต่งตัว
---เกรงว่าจะเป็นแบบ practical คือเน้น function เป็นหลัก เช่น ถ้าเดินหนัก ๆ อิฉันจะใส่ผ้าใบ ถ้าหนาวก็มีผ้าพันคอ อะไรแบบนี้ ลึก ๆ แล้วเป็นอารมณ์ขี้เกียจแต่งตัวมาก ยกเว้นนัดเพื่อนนัดฝูงไว้ ก็จะต้อง dress up มาเล็กน้อยถึงมาก มาก มาก ส่วน style? เกรงว่าจะไม่มี เพราะไม่รู้เหมือนกันว่าแต่งตัวเองอะไรอยู่ แต่งไปตามใจฉัน แต่ถ้าชอบมาก ก็คือ street/ mild punk กับ vintage แต่ปัจจุบัน คล้ายว่าจะเซอร์แบบเป็นซาก ไม่งามๆๆ
ตอนนี้ติดรองเท้าผ้าใบมาก ไม่ได้ใส่ส้นสูงเลย แล้วพอกลับมาใส่อีกทีก็ไม่ชิน กำลังเครียดว่าจะทำอย่างไรดีอยู่
13. คุณใช้โทรศัพท์รุ่นไหน / เสียงเรียกเข้า
---Sony-Ericsson รุ่นเก่า ไม่อยากเปลี่ยนใหม่ เพราะเป็นพวกผูกพันกับของที่ใช้อยู่ด้วยกันอย่างสูง และไม่รู้จะเปลี่ยนไปเพื่อเหตุผลอะไร เพราะไฮเทคมากไปก็จะไม่ได้ทำอะไรนอกจากโทรออก-รับสายเข้าเป็นหลัก เสียงที่เรียกเป็นเสียงกริ่งแบบ old phone ชอบมาก ๆ รู้สึก unique แล้วก็ attitude ดี - ถ้าไม่รู้สึกไปเอง
14. ของสะสม
---หนังสือ (เดาได้ไม่ยาก) แล้วก็เหมือนจะเป็นแหวน รู้ตัวอีกทีเป็นคนชอบแหวนไปแล้ว ดังนั้น ถ้าเจอที่ไหนถูกใจก็จะซื้อมาเก็บ แต้ถ้าถามคนที่บ้าน คงถูกประนามว่า รองเท้าอีกอย่าง (ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่ของสะสมแท้ๆ ) อื่น ๆ ก็เป็นจานชาม ... เอ คำว่า ของสะสม คืออะไร คือของที่ซื้อมาบ่อย ๆ หรือของที่ซื้อมาเก็บให้ได้เยอะ ๆ เพราะความชอบ ไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกัน อ้อ เหมือนว่าจะสะสมพวกสครับอีกอย่างค่ะ ทั้งสำหรับตัว และสำหรับหน้า (รวมถึง mask และพวก peel off) เพราะถ้าเจอที่ไหนถูกใจก็ซื้อ มีข้อดีคือเวลาอาบน้ำมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกใช้มากมายไม่มีเบื่อ กับเปลี่ยนได้ตามความต้องการและอารมณ์ แต่ข้อเสีย คือ ถ้าช่วงไหนซื้อมาก ๆ จะใช้ไม่ทัน ตอนนี้เวลาพยายามไม่ให้เกิน 15-20 ตัวต่อช่วง กับพยายามใช้ให้หนักมือ จะได้หนักแล้วซื้อใหม่ได้เร็ว ๆ ฮ่า ;D
ปล. อืม เกิดสงสัยว่าคำว่าสะสมต้องเป็นสะสมแบบรู้ตัวว่าสะสมหรือเปล่า ถ้าไม่รู้ตัวจะเรียกว่าสะสมไหม แล้วความหมายของคำว่าสะสมคืออะไร เพราะอย่างทั้งหนังสือ แหวน หรืออื่น ๆ ก็ไม่ได้ซื้อมาเพราะคิดว่าจะสะสม (ในความหมายที่แปลว่าอยากมีให้มาก ๆ ) แต่เป็นเพราะชอบและอยากได้มาครอบครองโดยมิได้มุ่งปริมาณแต่อย่างใด – philosoplising me อีกแล้ว!
15. สีที่ชอบ
---โทนฟ้า เขียว ก็แล้วสีส้ม
16. เวลาเหงา ๆ สิ่งแรกที่จะทำ
---วาดรูป เนื่องจากความเหงาและอารมณ์ต่าง ๆ เป็นแรงบันดาลใจได้ดี หรือมิฉะนั้นก็โทรศัพท์หรือส่ง msg หาใครสักคน ... หลัง ๆ ทำบ่อย คือมองดูแมวที่บ้านว่าทำอะไร อย่างไร แล้วสังเกตพฤติกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จับตามองดูบุ้งกี๋ สักพักก็สบายใจหายเหงาแล้ว
17. ชอบดูหนังแนวไหน และหนังที่ประทับใจ
---ตอบไปแล้วว่าไม่ชอบดูหนัง แต่ถ้าดู และถ้าต้องดู ชอบหนังที่ทำให้คิด แต่ก็ทำให้อบอุ่นในใจไปได้พร้อมกัน คือ ไม่ tough กับชีวิตมากไป อย่างไรก็ตาม แอบติด pop culture เพราะชอบ Shrek 2 กับ Monster Inc. มีแต่พวกการ์ตูนอนิเมทั้งนั้น!
18. ชอบฟังเพลงแนวไหน แล้วเพลงที่ชอบมากที่สุด
---ฟังได้หลายแนว สบาย ๆ ตั้งแต่ Jim Brickman เล่นเปียโน Dave Koz เป่าแซก/ แล้วก็พวก bossa nova โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสียงของ Clementine (หรือเธอไม่นับอยู่ในพวกนี้หนอ เป็น easy-listening แทน?)/ แล้วก็พวกเสียงใส ๆ ของนักร้องผู้หญิงอย่าง Ayo, Mocca, My Little Airport / Italian Pop อย่าง Laura Pausini หรือ Eros/ พวก Indie Pop อย่าง Swan Dive ก็ชอบ/ Dance กระจาย ก็ใช่ อย่าง Kylie, Aqua, Daze รวมไปถึง Jessic Folker, Sophie Ellis Baxter แล้วก็พวก Disco 80’s / Pop Rock ก็ใช่ อย่าง Evan and Jaron, Binocular (เอ๊ะ ฝ่ายหลังเป็นไหมหว่า)/ Indies เลย อย่าง Sugar Ray, Smash Mouth, Travis,Wheatus หรือ Fool’s Garden ก็ชอบ/ แล้วก็ Linkin’ Park
ปล. เป็นคนที่แบ่งแนวได้ไม่เป็น ใช่ไม่ใช่ก็ไม่รู้!!!!
ฟังได้เรื่อย ๆ นะคะ ถ้าชอบ แล้วแต่อารมณ์ แต่หลัง ๆ ทำไมฟังเพลง bossa nova กับ easy listening เยอะไปก็ไม่รู้ แต่กำลังจะกลับไปหาแนวอื่น เพราะชักไม่สมดุลแล้ว อ้อ แล้วก็กำลังเรียนภาษาจีนเพิ่มก็เลยกำลังพยายามจะหาเพลง Pop จีนมาฟังอีกอย่าง ที่ฟัง ๆ ดูก็โอเคดี เพราะว่าความเป็น acoustic จะสูงกว่าเพลงวัยรุ่นบ้านเราโข ฟังง่าย ฮ่า ๆ เพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการและภาษาจีน!
19. เครื่องประดับที่ขาดไม่ได้
---นาฬิกา และแหวนแปลก ๆ ... หรือว่าใส่เสื้อยืดใส่ยีนส์ จะต้องมีสร้อยคอสร้อยข้อมือไม้ ๆ ด้วย
20. ของที่ติดสุด ๆ
---ติดแบบไหน? ติดโลชั่นกระมังเพราะไม่ถ้าไม่ทา จะรู้สึกตัวแห้ง และแสบมาก แล้วก็ถ้านอนต้องมีลิปมันอีกอย่าง อื่น ๆ ถ้าติด ก็แมวกี้ ถ้าอยู่บ้าน อยากให้แมวกี้อยู่ใกล้ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลานอน ถ้าไม่มีกี้อยู่ในห้องแล้วไม่ค่อยชิน
21. เพื่อนที่สนิทที่สุด
---จากคณะ
22. ชายหนุ่มที่ทำให้ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
---ถ้าเป็นแบบ worst case เลย เคยมีอยู่คนเดียว เป็นเพราะเด็กด้วย ไม่น่าเชื่อว่าชอบคุณพี่คนนี้มาก ๆ ไม่ได้เจอกันนานหลายปี วันนั้นไปดูรูปก็ตกใจมากว่าพี่แกกลายเป็นลุงวัยกลางคนไปแล้ว โอ้ สังขารไม่เที่ยง! … แต่ อืม คำถามนี้ตอบยาก ถ้าเราหลงรักใครสักคน หรือแม้แต่มีความรู้สึกดีด้วย ก็ไม่แปลกที่จะทำให้ “ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว” แล้ว ดังนั้นในแง่นี้แล้ว สำหนับเราทุกคน มันก็มีเป็นเรื่อย ๆ ได้หรือเปล่าหนอ?
23. ผู้ชายที่ดูดีในสายตาคุณ
---ข้อนี้ยากจัง – ถ้าเกิดว่าความรักทำให้คนตาบอดแล้ว พอรักแล้วก็ดูดีได้เองแหละ! ดังนั้นขอตอบว่าไม่รู้ แต้ถ้าจะให้ดีได้ง่ายที่สุด ก็ไม่เรื่องมาก แล้วก็อารมณ์ดีกระมัง
24. ความสามารถพิเศษ
---ตอนนี้คิดไม่ออก – อืม มันขึ้นอยู่กับคนอื่นมองเรามากกว่ามังคะ ให้คนอ่านมาบอกก็แล้วกัน น่าจะได้น่า
25. อาหารที่ทำอร่อยที่สุด
---อืม อืม อืม พูดยากเพราะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ แต่ที่เป็นตำนาน (ฟังดูเว่อร์เพราะเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยทำอาหารแล้ว) ก็คือซุปหัวหอม แล้วก็พาสต้าที่ทำแม้กระทั่งเส้นเอง น้ำสลัดใสสูตรของที่บ้านอีกอย่าง มีทั้งน้ำผึ้ง มัสตาร์ด ไวน์เวเนการ์ น้ำส้ม ลูกเกด หอมใหญ่ ฯลฯ ปรับเรื่อย ๆ จนถูกปากถูกใจคนที่บ้าน ก็พวกอาหารฝรั่งมังคะถ้าจะว่าไป อาหารไทยที่ทำอร่อยแทบจะไม่มี นอกจากไก่ย่าง หรือไม่ก็ยำวุ้นเส้นแบบใส่น้ำพริกเผา ก๋วยเตี๋ยวหมู ผัดขี้เมา จิ้มจุ่ม ... แล้วแต่น่ะ เพราะหลัง ๆ ไม่ได้ทำอะไรเท่าไหร่ เพราะไม่มีคนกิน อ้อ ทำพวกน้ำปั่น และ smoothie ทั้งหลายได้อีกอย่าง เมนูเด็ดเป็นพวก berry ปั่นแล้วใส่ grand manier ผสม แล้วก็มี House’s Punch อีกอย่าง แล้วก็พวกเหล้าผสม cocktails ต่าง ๆ ด้วย
26. ของที่เห็นแล้วต้องซื้อ
---หลายอย่างมาก – แล้วแต่อารมณ์ด้วยแหละ
27. สิ่งที่เห็นแล้วต้องยี้
---ยี้เพราะอะไร – ขยะแขยง? หงุดหงิด? ไม่พอใจ? ถ้าเห็นแล้วอารมณ์ขึ้นต้องเป็นละครไทยเห็น ๆ ไม่ชอบ และไม่ขออยู่ร่วมห้องที่เปิดละครเอาไว้ ได้ยินเสียงกรี๊ด ๆ ก็อยากกรี๊ดต่ออีกทอดแล้ว อารมณ์เสียๆๆๆๆ
28. หนังสือเล่มโปรด
---หลายเล่มมาก แล้วแต่ประเภทด้วย แต่ถ้านึกได้เป็นอันดับแรก ๆ ก็คือ Little Prince เพราะเป็นปรัชญาความสัมพันธ์ชีวิตมนุษย์ในสังคมดี โดยเฉพาะบทที่ว่าด้วยหมาจิ้งจอก แล้วก็ The Greatest Miracle in The World ของ Og Mandino เป็น self-help ที่บอกให้รักตัวเองดี โดยเฉพาะที่บอกว่าให้ choose to grow, rather than rotten!
29. คำพูดที่ดีที่สุดที่คนอื่นพูดกับเรา
---เป็นคนร่าเริงที่ทำให้รอบข้างมีความสุขตาม – หลายคนพูดประโยคนี้ให้ฟังเสมอ ๆ
30. ประเทศที่อยากไปมากที่สุด
---หลายที่ อยากไปเที่ยวรอบโลก โดยเฉพาะที่ ๆ culture จัด ๆ ได้เห็นและเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมของแต่ละที่ด้วยตัวเอง
31. ปกติเข้านอนกี่โมง ตื่นกี่โมง
---ดึก หลังตีสอง พยายามแก้ทำเป็น Resolution มาหลายปีแล้วก็ไม่สำเร็จเสียที
32. ชุดที่ใส่นอน
--- เสื้อกล้ามกับขาสั้น
33. เวลานอนไม่หลับกิจกรรมที่ทำ
--- ลุกขึ้นมาเปิดคอมพิวเตอร์แล้วหาอะไรทำอีกสัก 2-3 ชั่วโมง (ไม่ดีมาก ๆ )
34. unseen เวลานอนต้องกอด
---แมวบุ้งกี๋ แหล่งพลังงานที่ทำให้มีความสุข หรือไม่ก็ไม่ต้องกอดก็ได้ ให้ได้แตะตัวบุ้งกี๋เป็นพอ
35. เรื่องที่เห่อล่าสุด
---ไม่มี แต่กำลังคิดว่าถ้าจะเอาภาษาจีนให้ได้ดีจริง ๆ จะไปเรียนที่คุนหมิงหรือไม่ก็ปักกิ่งสักพัก
35. สิ่งที่ทำบ่อยจนติดเป็นนิสัย
---เช็คเมลในตอนเช้า
37. นิสัยแย่ๆๆที่แก้ไม่เคยได้
---นอนดึก เป็นมาตั้งแต่เด็ก กับชอบผลัดวันประกันพรุ่งบางที กับนิสัย perfectionist หน่อย ๆ ถ้าทำได้ไม่ดี ก็ไม่ยอมทำต่อ แย่มาก ๆ
38. Idol ในดวงใจ
---เปลี่ยนเป็นพวก thinkers ได้ไหมคะ? ถ้าเช่นนั้นก็มี อ. กุลลดา เกษบุญชู/ อ. นิธิ เอียวศรีวงศ์/ Walden Bello/ Michael Klare/ Machiavelli/ Andrew Bacevich อืม ตอนนี้นึกไม่ค่อยออกกระมัง .. มาเรื่อย ๆ ไป ๆ มา ๆ
นึกออกว่าตก Gramsci สุดที่รักไปอีกคน กรี๊ดดด ถูกพระเจ้าลงโทษแน่ ๆ
39. ศิลปินคนโปรด
--- Clementine/ Laura Pausini/ Sophie Ellis Baxtor แต่หลัง ๆ ก็ชอบว่า เอ้อ ต้องฟังคนนี้ร้องเฉย ๆ ไม่ได้ติดตามข่าวคราวอะไรนอกจากเรื่องเพลง หรือประมาณว่า แค่ฟังเพลงเฉย ๆ
40. ดาราคนโปรด
--- ถ้าเปลี่ยนเป็นนักเขียนคนโปรดได้ จะได้ Anne Bishop คนเขียวเรื่องแฟนตาซีแนวโหด ชอบสำนวน แล้วก็ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วดี สะใจเวลาเห็นพวกตัวร้ายรับกรรมแบบรับกรรม ฮ่า! เป็นพวกใจร้ายแล้ว
41. ส่วนใหญ่จะตื่นเต้นที่สุดเวลาต้องทำอะไร
--- ไม่ชอบทำอะไรที่ต้องแข่งขัน แล้วก็เร่งกับเวลา แต่หลัง ๆ บางทีก็สนุกดี
42. สเป็กคนรู้ใจ
--- IQ ดี EQ เด่น -ยังกับคำขวัญโรงเรียน หรือจะบอกว่า ความรู้คู่คุณธรรมก็ได้!
อันนั้นเป็นหลัก ... แล้วก็มีข้อรอง ๆ ต่อ ๆ มาอีกเป็นหางว่าว
43. ดอกไม้ที่บอกถึงความเป็นตัวเรา
--- ใบไม้มากกว่า ไม่ค่อยชอบดอกไม้ ยกเว้นพวกสีแปลก ๆ หรือไม่ก็มัมสีขาว แต่นั่นก็ดูไม่ใช่ตัวเองอีกนั่นแหละ ถ้าไม่คิดอะไรมาก รู้สึกว่าตัวเองเป็นทานตะวันดี แบบร่าเริง เติบโต หรือรู้สึกไปเองก็ไม่รู้ ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ อยากเป็นใบซันนาดูแบบไม่ต้องทำอะไรก็เก๋ได้ในตัวเอง (ฟังดูแปลก ๆ !)
44. ถ้าวันแห่งความรักไม่ใช่วันที่ 14 กพ. อยากให้เป็นวันอะไร
--- ทุกวัน – ให้รักกัน และเผื่อแผ่กันให้มาก ๆ กับคนรอบข้าง
45. เปรียบความรักเป็น
--- แรงบันดาลใจ – เคยคิดเล่น ๆ ว่า “I love being in love, it makes one a better person.” ถ้ารักใครก็อยากทำตัวให้ดีกว่าที่เป็นอยู่แหละ
46. ถ้าเป็นชาย 1 วัน
--- ได้มากกว่าวันนึงไหม? ทำสิ่งที่การเป็นผู้หญิงทำไม่ได้ หรือไม่ควรทำ
47. เรื่องที่ทำให้ต้องเสียน้ำตา
--- หลายเรื่อง แต่แพ้เรื่องคนแก่เดียวดายกับสัตว์รอเจ้าของมาก แค่คิดก็น้ำตาท่วมเป็นทะเล
48. ถ้าโลกแตกจะทำอะไร
--- ไม่ทำ – ไหน ๆ ก็ตายพร้อมกันทุกคน หรือไม่แน่ก็ให้คนที่รักมาจับมือกันเป็นวงกลม แล้วตายด้วยกันมั้ง? หรือไม่ก็พยายามไม่ตาย
49. อยากพูดอะไรมากที่สุดตอนนี้
--- ยาวดีแฮะ ที่ตอบไปก็ยาวด้วย จะมีใครอ่านไหวไหมเนี่ย ไม่ได้น่าสนใจขนาดนั้นเสียด้วย จริง ๆ กะว่าจะเลี่ยง ๆ บางข้อแล้ว กลัวคนอ่านรู้จักเราดีขึ้น ฮ่า! แล้วก็จริง ๆ ชอบเล่นอะไรแบบนี้นะเนี่ย ก็เลยสนุกดี ยกเว้นกลัวคนอ่านรู้เรื่องแล้วกลัว ฮ่า ฮ่า
50. ส่งต่อให้ใคร
อืม 1. แพนด้ามหาภัย
2. DropAtearInMyWineGlass
3. Brownie point
* แต่ทั้งนี้จะทำหรือไม่ทำก็ได้นะคะ เพรามันยาว และใช้เวลามาก หรือจะเลือกทำเป็นบางข้อก็ไม่ว่ากัน :D :D :D
4 comments:
โอเช มาแตะมือรับ tag นะคับ...
ลงมือเมื่อใด จะแจ้งให้ทราบอีกที อิอิ
จากหมีแพนด้านักถางป่าไผ่มือวางอันดับที่ท้ายๆ ของโลก
หนูมิ้ง ชื่อจริงเพราะมากกกก พี่ชอบ ส่วนชื่อเล่นน่ารักมากเป็นภาษาใต้นะนั่น
เราแอบมีนิสัย perfectionist เหมือนกันเลยนะ บางครั้งเวลาพี่เลิกทำอะไรคนชอบเข้าใจผิด หรือเวลาเราไม่ลงมือทำอะไรเพราะถ้าทำไม่ดีเราไม่อยากทำไง คนอาจจะนึกว่าจับจด นิสัยแบบพวกเราบางทีก็เหนื่อยใจเหมือนกันนะ
นิสัยที่คล้ายกันอีกอย่างหนึ่งคืออยู่ที่ไหนก็ช็อปได้ ชอบเหมือนกันเลยซื้อได้ทุกอย่างตั้งกะของสวยงามยันผักสด เรื่องเสียน้ำตานี่ก็ใกล้เคียงมากๆ เลย น้องเอ๋ย
MNPN
โอ อย่างที่เคยคุยกันในบล๊อกเนอะ ว่าถ้าเราสนใจใคร ไม่ว่าแท็กอะไรมันก็น่าอ่าน (ถ้าไม่ยืดยาวหรือหาสาระไม่ได้จนเกินไป) แทกอันนี้ยาวจริง แต่ก็อ่านจบ เพราะว่ารู้สึกได้รู้จักมากขึ้น :)
เรื่องวาดรูปเวลาเหงาๆนี่เป็นเหมือนกัน แต่ไม่ค่อยเป็นเรื่องเป็นราว เพราะว่าเหงาไม่นาน ฮ่าๆ ถ้าเหงานานๆอาจจะมีคอลเลคชั่นส่วนตัวไปแล้ว
แพ้คนแก่นี่เป็นเหมือนกันนะคะ คิดว่าคนเอเซียส่วนใหญ่จะเซนซิทีฟเรื่องนี้ แต่จริงๆคนแก่ที่แอบร้ายแยะแยะ
สบโอกาสเมื่อไหร่เดี๋ยวจะมาเขียนตอบค่า แต่จะตอบทุกข้อไหมไม่แน่ใจ อิอิ เพราะเหมือนที่เขียนแหละ มันสนุกที่เขียนเรื่องราวของตัวเอง แต่ว่าในขณะเดียวกันก็กลัวที่จะมีคนรู้เรื่องส่วนตัวเรามากไป (คือคนอ่านที่เราไม่อยากให้เขารู้มันก็มีใช่มิเคอะ บล๊อกมันยังไงก็สาธารณะ)
ตอบแล้วค่าที่นี่ http://aayy.blogang.com
แต่ตอบไว้แค่ครึ่งเดียวก่อน อิอิ
อ้อ จะให้ลิ้งค์มาที่นี่ไหมคะ แต่เดิมไม่ได้ลิ้งค์ไว้ เพราะเข้าใจว่าที่นี่น่าจะอยากให้เป็นส่วนตัวนิดนึง :)
Post a Comment