Friday, January 04, 2008

งานสัปดาห์หนังสือ 50

(เขียนมานาน และเพิ่งจะสรุปจบได้เพราะไม่ขยัน .. และไปเปิดตู้ก็พบว่ามีรายชื่อหนังสือที่ตกค้างอีกจำนวนหนึ่ง กำลังจะมาเพิ่มซูนถ้าไม่ขี้เกียจเสียก่อน)

คุณคะ คุณขา หลังจากไม่ได้ไปงานสัปดาห์หนังสือมาหลายปีดีดัก อิฉันก็เกิดติดกับดักกรรมเข้าเมื่อวานด้วยความที่ว่างจัดค่ะ ไปงานตั้งแต่บ่ายสอง แล้วก็ด้วยความที่กลัวว่าจะเดินได้ไม่ทั่วถ้าต้องหอบหิ้วหนังสือไปด้วยเป็นระยะ ๆ และเพราะอาจจะเลือกซื้อเล่มที่ไม่ควรซื้อแล้วไปเจอของดีมีอยู่ที่น่าจะซื้อทีหลัง (ตามหลัก economico me อ๊ะ econo-eming น่าจะดีกว่า!) ก็เลยเป็นบ้าประกาศยุทธศาสตร์เดินตะลุยแหลก เดินตะลุยแหลกจริง ๆ ลุยมันไปตั้งแต่ชั้นสองมาชั้นหนึ่งไปต่อ..... แล้วก็ไปเพลนนารี่ฮอลล์ เดิน เดิน เดิน จิก จิก จิก มองหาหนังสือถูกใจไปเรื่อย ๆ แบบเรื่อยยยยยจริง ๆ แล้วก็นั่นแหละ ไม่นานเล๊ยยยไม่นานเลย ใช้สี่ชั่วโมงเอง พอสักหกโมงกว่าก็เดินเก็บครบ ได้เวลามาซื้อหนังสือกันแล้ว ตอนนี้กระแสฟื้นสำเนียงบริทิชแอคเซ่นท์ของอิชั้นกำลังมาแรง เมื่อไปเจอหนังสือพวก Readers พร้อมซีดีประกอบก็เลยซื้อ The Wizard of Oz พร้อมซีดี 2 แผ่น ของ Macmillan Readers (178 บาท) มา กะว่าจะเอาลงไอพ็อดไว้ฟังระหว่างดำเนินกิจกรรมชีวิต

หลังจากนั้น เนื่องจากกำลังอยู่ในช่วงแสวงหาสัจจธรรมและความสว่างให้จิตใจ หัวข้อซื้อหนังสือปีนี้ก็เลยเป็นแนวทางศาสนาและการรู้จักตัวเอง พอกันที how to self-help แบบฝรั่ง งวดนี้ลุง Og Mandino ก็ช่วยไม่ได้ ปีนี้ มตป. ขอกลับมาที่กระแสตะวันออกเสียที อยากได้จันทร์ในบ่อจันทร์ในใจกลับคืนมาเหลือเกิน เลยไปได้หนังสือของท่านพุทธทาสที่พิมพ์เป็นแบบไดอารี่ของท่านจริง ๆ ที่ฝากขายกับมูลนิธิโกมลคีมทองมา 3-4 เล่ม บวก ทัศนะว่าด้วยเศรษฐกิจของอาจารย์ป๋วยฯ/ งานแห่งชีวิต คู่มือแสวงหาวิสัยทัศน์และเป้าหมายเพื่อการสร้างสรรค์ (The Quest for Life’s Work)/ สีหนาทบันลือ ของ โกมลคีมทองมาอีก

นอกเหนือจากนั้นเหรอคะ ผู้ปกครองของดิฉันต้องภูมิใจแน่ ๆ ค่ะ เดินกลับไปที่สวนเงินมีมาก็ได้ ความเงียบ (The Spirit of Silence, John Lane) และเรียนรู้ด้วยใจอย่างใคร่ครวญ ของ วิจักขณ์ พาณิช มาด้วยเสียอีก และนั่นแหละค่ะ บอกแล้วว่ากระแสรู้แจ้งแห่งใจ ยังแรง ก็เลยไปได้ ปรัชญาพุทธในพระไตรปิกฎ ของสำนักพิมพ์จุฬาฯ มาอีกเล่ม

เดินได้ สถาบันสถาปนา (Foundation, Isaac Asimov) เล่มแรก มาอีกเล่ม จริง ๆ ก็คืออยู่ว่าจะซื้อภาษาไทยหรือเอาภาษาอังกฤษมาอ่านดี แต่ไหน ๆ น้ำขึ้นให้รีบตัก หนังสือมาอยู่ตรงหน้าก็เลยรวบมาเลย เดชะบุญที่ความบ้าระห่ำแบบสมัยก่อนหายไปแล้ว ไม่งั้นก็คงโอละพ่อหอบกลับมาทั้งชุดให้ครบถ้วน

นอกเหนือจากนั้น โอ้ นี่ค่ะ เร็วไม่ว่า ช้าให้เป็น (In Praise of Slowness, Carl Honore) เห็นตั้งแต่ก่อนไปอังกฤษตอนไปรับปริญญาฟินน์ แต่ตอนนั้นกะว่าจะไปซื้อที่อังกฤษก็เลยยังไม่ได้ซื้อ พอไปอังกฤษก็มัวแต่ไปหอบพวกภาษากลับมา กลับมาเมืองไทยก็หาไม่เจอแล้ว (ชีวิตฟังดูทำให้วุ่นวาย ชนิดที่ไม่ควรจะวุ่นวายเอง) พอเจอก็เลยรวบมาอีกเล่ม

นอกจากนี้ก็ยังมี กาลครั้งหนึ่ง ว่าด้วยตำนานกับวัฒนธรรม และ วาทกรรมการพัฒนา ของ ดร. ไชยรัตน์ เจริญสินโอฬาร อีก จริง ๆ แล้วดิฉันเนี่ย แอบชอบพวก so-called discourse วาทกรรมนำสุข (สำหรับใครก็ไม่รู้ สำหรับคนคิดและคนเริ่มใช้ แต่คงไม่สำหรับคนที่เป็นฝูงแกะ!) นะคะ ชอบมานานตั้งแต่ก่อนเขาจะฮิต แล้วก็ยังจะชอบต่อไป เอาวาทกรรมมาผสมกับแนวคิดที่ไม่เน้นวิธี ก็คงจะเกิดได้ความชอบธรรมดี แต่อย่างน้อยช่วยทำให้เนียน และดู rightful, lawful หน่อยนะคะ!

อย่างไรก็ตาม ปีนี้ตั้งข้อสังเกตว่าสำนักพิมพ์และร้านหนังสือเล็ก ๆ หายไปเยอะเหมือนกันนะเนี่ย กลายเป็นร้านใหญ่มีที่มาก และมีพื้นที่จัดกิจกรรม-มหกรรมการขายอย่างยิ่งใหญ่อลังการ ปลาเล็กหายไปปลาใหญ่จงมา เราอยู่ในสังคมทุนนิยมกันนี่คะ คุณ ๆ ขา cartel, monopoly และ mergers & acquisitions เป็นอย่างไรให้มาดู ทุกส่วนของสังคมมีให้เห็นค่า แล้วก็โอ้ เศรษฐกิจไม่ดี หนังสือขายไม่ออก แต่ก็นะคะ กลุ่มที่ยังมีเงินอยู่คือพวกเด็ก ๆ ดังนั้น ไม่ต้องห่วง นิยายรักหวานแหววตะแหน่วจ๋าล้าลาป๊อกกี้แคนดี้ขายดีอยู่แน่นอน สวนกระแส และสวนกระแสเด็กฉลาดชาติเจริญด้วยหรือเปล่าไม่แน่ใจ

และที่สำคัญ สงสัยต้องกลับไปอีกรอบ เพราะนี่ได้หนังสือเฉพาะที่กะว่าจะอ่านมาแค่บางส่วน ยังไม่ได้เก็บหลาย ๆ เล่ม โดยเฉพาะ หนังสือของจิตรฯ ที่ฟ้าเดียวกันพิมพ์ใหม่มาแล้ว แล้วก็ยังไม่ได้ซื้อหนังสือที่กะว่าอยากเก็บบางส่วนอีกเสียด้วย! กรี๊ด กรี๊ด กรี๊ด!

จบด้วยคำคมประจำวันนี้ เพื่อแสวงหาความชอบธรรม (เบื่อคำนี้อีกคำ วาทกรรมเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมดแล้วนะคะ คุณ ๆ ขา) ไม่ได้อยากทำตัวบูชาฝรั่ง แต่เจอที่เป็นภาษาอังกฤษ และกลัวแปลหลงทางก็เลยขอยกมาแบบนี้

To know the mind is the most important task of your life. And to know the mind is to know the world.
-Buddhist Teaching -

---
หลังจากนั้นไปอีกวันมา เก็บหนังสือทุกเล่มของจิตรฯที่ฟ้าเดียวกันพิมพ์ ได้ฟ้าเดียวกันเล่มที่สนใจมา ได้เก็บวิภาษาเล่มที่ซื้อไม่ได้ (หายากจริง แผงละเล่มแถมเยินยับ ซื้อไม่ลงๆๆๆ) แล้วก็ได้ชุดการเมืองชาวบ้านที่เป็นเล่มเล็ก ๆ มาอีกบางเล่ม ซึ่งพวกนี้ โดยเฉพาะเล่มการเมืองทหารใน SEA อ่านง่ายและก็รีวิวความรู้เดิมอย่างมาก ชอบ ชอบ ชอบ (ปล. ขอยืนยันว่าเมื่อก่อนความรู้ความเข้าใจพื้นหลังการเมืองและสังคม SEA ดีมาก โดยเฉพาะฟิลิปปินส์ อินโด ทำรายงานกระจายมาทั้งนั้น ตอนนี้ชักจะมลายสิ้น กรี๊ด กรี๊ด กู ท่องไว้ ท่องไว้ ฉันรู้มากกว่าที่ตัวเองคิด แล้วจิกกลับมาให้ได้!!)

อ๋อ ไปที่แผง thaicoon ซื้อ Mass Communication Theory เล่มทฤษฎีและเล่ม critical ของ ดร.กาญจนา แก้วเทพมาได้ และเพราะหนังสือที่นี้ลดเหลือ ไม่ 19 บาท ก็ 59 บาท กว่าจะรู้ตัวว่าทำอะไรอยู่ก็รูดการ์ดไปเรียบร้อย จำไม่ได้ว่าซื้อมากี่เล่ม เพราะเก็บเข้าชั้นเข้าห้องไปแล้ว

อื่น ๆ ที่นึกได้ว่าซื้อและยังไม่ได้บันทึกลงไป (คงจะมีมาอีกเป็นระยะ ๆ )
09/01/08
- ทรัพย์ศาสตร์ ของพระยาสุริยานุวัตร (125)
- หนังสือหลายเล่มของ สนพ. Opens ดังเช่น คสพ. จีน-ญป./ ศตวรรษจีน/ 20 ปี ปาฐกถาพิเศษ อ.ป๋วย ฯลฯ
---

และดังนั้น สรุปรายงานการซื้อหนังสือได้ว่า อุปทานที่มีอยู่มากมายมักจะสร้างอุปสงค์เทียมได้เสมอ จึงไม่ควรไปงานสัปดาห์อีก อยากได้หนังสืออะไร ไปซื้อตามร้านเลยจะดีกว่า เพราะเป็นการซื้อของที่อยากได้จริง ๆ ไม่เหนื่อย (ในแง่ต้องไปลุยตระเวณเดิน และแบกหนังสือ) และไม่ทำให้เกิดต้นทุนจมที่เกิดจากซื้อหนังสือที่คิดว่าจะได้อ่าน ซื้อมาเก็บเข้าตู้ หรือเพื่อประดับบารมีคนซื้อ (และในเวลาต่อมาผู้ครองครอง)

ปล. ไม่รู้ว่าเล่าเรื่องซื้อหนังสือ หรือเล่าไดอารี่!

No comments: