มิ้งไปทำเนียบ (ครึ่งแรก)
แว่ว ๆ ไปให้หลายคนฟังแล้วว่าต้องไปช่วยเค้าจัดซุ้มวันเด็กแล้วก็ไม่ได้เล่าให้ฟังอย่างละเอียดสักทีว่าทำอะไรกันไปบ้าง ดังนั้นมาฟังมิ้งสติแตกกับวันเด็กกันดีไหมคะ
เค้าบอกว่าจะให้ไปช่วยงานวันเด็ก ไอ้เราก็รับ ๆ ค่ะ ๆ ไปเพราะเป็นการสร้างเรตติ้งภาพพจน์น้องหนูมีน้ำใจดีงาม แต่นะคะ คำว่ารักเด็กเนี่ย ห่างไกลจากดิฉันไปกี่ล้านปีแสงก็ไม่รู้ไม่อยากจะบอกเลยว่าไม่กลัวต้องทำงานหนักต้องหน้าเริ่ดวิ่งไปมา หัวฟู หางชี้แต่กลัวมาก ๆ ว่าจะเผลออาละวาดแล้วลงไม้ลงมือกับเด็กไป 55555
เค้านัดหนู 6 โมงครึ่งที่สำนักงาน กรี๊ดด ได้ยินไหมคะว่า หกโมงเช้าองค์กรนี่ทำไมมันนัดกันเช้านักวะ งวดที่แล้วไปสัมมนาว่า 6โมงครึ่งก็โหดแล้ว งวดหน้าไม่นัดสักตี5 ตี 5 ? เลยล่ะแล้วก็ต้องสารภาพว่ามาตาปีย์ตื่นสายเจ้าค่ะ เพื่อไม่ต้องไปอ้อมประตูไกล๊ไกลประตูเดียวที่เปิดหนูก็เลยถึงกับต้องปีนเข้าประตูรั้วที่อยู่ริมถนนเพื่อประหยัดเวลา ดีนะ เอกปีนป่ายมาก่อน จากนั้นก็วิ่งหน้าเริ่ดไปที่ตึก เฮ้อออ.. นึกว่าตัวเองมาแข่งวิบากไม่ก็วิ่งข้ามรั้วเสียแล้ว
นั่งไปถึงทำเนียบ ก็ต้องช่วยกันเอาของลงแล้วเดินข้ามทวีปมาที่ตึกไอ้ของที่ถือมันก็หนักขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ยังดีมีอาหารตาเล็ก ๆ เป็นพี่หมาตำรวจ 2-3 ตัวที่เห็นตามรายทางเป็นอัลเซเชี่ยนกับลาบราดอร์กำลังทำงานกันอยู่ น่ารักสุด ๆ น่ารัก ๆๆๆๆๆพอไปถึง เอ่อ... สงสัยหนูจะอิมเมจิ้น (imagine) สภาพซุ้มหรูหราไฮโซและโซไฮที่เห็นตามงาน expo ทั้งหลายมากไปนิดพอมาเห็นใต้ถุนที่ทำงานที่ถูกแปรสภาพให้เป็นที่จัดงานก็เลยงง ๆไปถึงกับตั้งตัวไม่ติด แล้วเค้าก็ให้หนูเอาของออกจากกล่อง ซึ่งก็เป็นโบรชัวร์แผ่นพับทั้งหลายเกี่ยวกับสำนักงานออกมาวางเรียงกัน เอ่อ ... ประเทืองปัญหามากค่ะ เหลือบไปมองซุ้มข้าง ๆ ของ MicroSoft เป็นพวกหมวกสี ๆ เสื้อยืด แล้วก็เกมหลอกเด็กอย่างโยนห่วง แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจเงียบ ๆ กะตัวเอง แล้วอีซุ้มของพวกกูจะมีเด็กมาไหมวะ ประเทืองปัญญาขนาดนี้ ไม่ได้จัดงานวิทยาศาสตร์โอลิมปิค หรือแข่งประกวดนักวิทยาศาสตร์โลกนะคะ นี่มันให้เด็ก ๆ มาเที่ยว แล้วคุณ ๆ คิดว่าเด็กที่มาทำเนียบกับญาติผู้ใหญ่เนี่ยจะเกิน 10 ขวบเหรอ อย่างเก่งก็อายุเฉลี่ยประมาณนี้ แล้วข้อมูลดาวเทียมเนี่ยนะคะ
เอาเหอะ ผู้น้อยจะไปเสนอความคิดอะไรได้วะ ก็เลยทำตามไปอย่างรู้สึกอนาถ แต่นะ เค้าก็ยังอุตส่าห์มีเอาขวดน้ำพลาสติกกันมาต่อกัน 2 ขวดเพื่อทำเป็นพายุหมุนในขวด ก็หลอกเด็กไปได้บ้างแหละหนา
แล้วไฮไลท์ (ของหนู) ก็มาถึง มีการใส่ชุด mascot ออกไปหลอกเด็ก แต่น่ะ เค้าไม่ยอมให้มิ้งใส่ ก็ไม่เป็นไร เป็นซือเจ๊ทำหน้าที่ผยุงและบอกทาง mascot รูปดาวเทียมสีเหลืองน่ารักเหมือนหุ่นยนต์ แล้วพี่หัวหน้าก็บอกว่ามิ้งต้องมีหน้าที่หลักอีกอย่างนอกจากแจกโบรชัวร์ก็คือ ดูแลและพิทักษ์ตัว mascot ฟังดูก็งง ๆ เนอะ แต่แล้วก็ถึงบางอ้อ เพราะเด็ก ๆ จะกรี๊ดดดกร๊าดดโถมวิ่งเข้าใส่ mascot ที่น่าสงสารตลอดเวลา หรือเมื่อเด็กเปรตเริ่มเห็นว่าข้างใน ตัว mascot นั้นเป็นคน ก็จะทุบ ๆๆๆ อย่างไม่ปราณีปราศัย เฮ้ออ .... ถือว่าเป็นเด็กถือว่าวันเด็กแล้วทำแบบนี้ได้เหรอนะหนู ๆ ไม่ดีนะคะ แต่เพราะตอนนั้น สวิตช์ friendly อีมิ้งกะลังเปิดออนอยู่ก็เลย ทำเป็นเสียงเจ็บแล้วบอกเด็ก ๆ ว่า “ไม่ได้นะคะ อย่าตีพี่ THEOS พี่เค้าเจ็บ” “โอ๊ย ๆๆ อย่าตี พี่ดาวเทียมร้องไห้แล้ว” อะไรเทือก ๆ นี้ไป แล้วพอเด็กบางคนไม่รู้จักว่าดาวเทียมคืออะไร อิฉันก็ไป simplify จนเว่อร์ ๆ ประมาณว่า ดาวเทียมคือกล้องถ่ายภาพตัวใหญ่ ๆ ที่อยู่นอกโลกอีกตังหาก พย๊ามพยามจะให้คุณหนู ๆ เข้าใจ
** THEOS – Thailand Earth Observation Satellie **
แล้วสักพัก ก็เลยเปลี่ยน target มาเป็นพ่อแม่และพี่ป้าน้าอาของเด็กซะแทน จริง ๆ กะแจกเฉย ๆ แต่พี่อีกคนไม่พูดเลย ฉันก็ อ๊ะ ได้ไงยะ แล้วผู้รับสาร มันจะไม่โยนสารเราทิ้งลับหลังเหรอ ไม่ได้การแล้วมึง ต้องรีบกรอกหูเหยื่อก่อนก็เลยรีบเดินเครื่องกดปุ่มเปิด ประมาณว่า เคยผ่านตากับดาวเทียม THEOS หรือยังคะ? (คำถามล่อมาก ๆ ) แล้วหนูก็จะรีบหยิบโบรชัวร์มาบอกว่า ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรธรรมชาติดวงแรกของไทยไงคะ ... ดาวเทียมของคนไทย และประเทศไทยแท้ ๆ เลยนะคะ เพราะรัฐบาลไทยสร้างโดยให้กระทรวงวิทย์และ (หน่วยงานของหนู) รับผิดชอบค่ะ ... ไม่ต้องห่วงนะคะ ไม่ใช่ของเอกชนแน่ ๆ .... ตอนนี้กำลังสร้างค่ะ ... อีก 3 ปีได้ใช้แน่ ๆ อะไรเทือก ๆ นี้กันไป (แล้วแต่ปฏิกิริยาของเหยื่อ) แล้วแป๊บนึง มันก็มีปฏิทินพลาสติกด้วย เป็นรูปถ่ายทางอากาศของสวนหลวง ร.9 ถ่ายโดยดาวเทียม IKONOS ของอเมริกา ได้การค่ะ ... เจอใครก็รีบเอาอีปฏิทินพลาสติกเสือกไปที่หน้าของผู้เคราะห์ร้ายทันที และแล้ว
... เนี่ยค่ะ ดูสิคะ ภาพถ่ายจากสวนหลวง ร.9 แต่พื้นที่ประเทศไทยของเรานะคะ เราต้องไปซื้อข้อมูลมา จากดาวเทียม IKONOS ของอเมริกาค่ะ ... พื้นที่ประเทศไทยแท้ ๆ ... แต่พอมี THEOSนะคะ ดาวเทียมไทยถ่ายภาพได้เอง ไม่ต้องพึ่งพาใคร ไม่ต้องซื้อข้อมูลจากต่างชาติ ... แถมยังสามารถถ่ายภาพขายข้อมูลให้ชาติอื่นได้อีกนะคะ ... อีก 3 ปี ดาวเทียมของคนไทย ... อีก 3 ปี เจอ THEOS แน่ ๆ ค่ะ
8 comments:
จบแล้วยัง เล่าต่อจิๆ กะลังมัน ^^
พส
เอ่อ....
อื่มมม...
อ่านแล้วรู้สึกอนาถกับองค์กรอวกาศ (มหาชน) ของสยามประเทศไงไม่รู้แฮะ
แล้วอีกกี่ปีกี่ชาติมันจะสามารถส่งกระสวยอวกาศสู้กับนาสา ได้ล่ะเนี่ย
แกะไฮเปอร์แบบเนี้ย อย่าไปทำงานใน รสก หรือหน่วยงานราชการเล๊ย
มาทำงานเอกชนดีก่า (6)
ลค
มาอ่านบรรทัดสุดท้ายแล้ว โพสต์คม ต่อดีก่า มันส์ๆ (6)
"... เนี่ยค่ะ ดูสิคะ ภาพถ่ายจากสวนหลวง ร.9 แต่พื้นที่ประเทศไทยของเรานะคะ เราต้องไปซื้อข้อมูลมา จากดาวเทียม IKONOS ของอเมริกาค่ะ ... พื้นที่ประเทศไทยแท้ ๆ ... แต่พอมี THEOSนะคะ ดาวเทียมไทยถ่ายภาพได้เอง ไม่ต้องพึ่งพาใคร ไม่ต้องซื้อข้อมูลจากต่างชาติ ... แถมยังสามารถถ่ายภาพขายข้อมูลให้ชาติอื่นได้อีกนะคะ ... อีก 3 ปี ดาวเทียมของคนไทย ... อีก 3 ปี เจอ THEOS แน่ ๆ ค่ะ"
เนี่ย... ไปคุยกับ อจ ที่สอนเศด ของผมนะ รับรองโดนว่าเลย บอกว่าก็มันเป็นเรื่องธรรมดานี่นา และที่เป็นแบบนี้ก็ถูกแล้วล่ะ เพราะประเทศเรายังเป็น labour intensive อยู่ ไม่ใช่ capital intensive เพราะฉะนั้น ก็เอา แรงงาน หรือไม่ก็ผลผลิตที่ได้จากแรงงาน (อย่างสิ่งทอ, ข้าว, เมนบอร์ด (ที่ใช้แรงงานประกอบ)) เอาไปแลกกับ บริการจาก IKONOS แหละถูกแล้ว
รออีกซัก 10 - 20 ปี เดี๋ยวเราก็มีเงินมากขึ้น ก็คงพอทำดาวเทียมได้เองล่ะน่า
จะรีบร้อนปายหนาย (6)
อังกฤษมันยังใช้เวลาตั้ง 2 - 3 ศตวรรษ เพื่อปฏิวัติอุตสาหกรรมเลยนะนั่น
ของเราไม่เกิน 30 ปี ก็มาขนาดนี้แล้ว เร็วมั่กๆ
:-P
พส จะรีบร้อนไปหนายยย
เดี๋ยวพรุ่งนี้มาโพสต์ต่อนะค้า :D
พค
แหม อะไรจะชอบขนาดนั้นคะ มาโพสต์ถึง 2 ครั้ง 2 ครา 5555
-- ขออนุญาตตอบเร็ว ๆ เพราะทำงานอยู่ด้วย --
ตอนนี้ที่ต้องใช้เวลา 3 ปีก็เพราะดาวเทียมกำลังดำเนินการสร้างอยู่ โครงสร้างสลับซับซ้อน มีส่วนประกอบละเอียดปลีกย่อยมากมายเช่นนี้ พี่จะคาดหวังให้เสร็จภายในวันเดียวเหมือนสร้างพระพุทธรูปทันใจได้อย่างไรคะ
ถ้าถามอาจารย์เสดสาดพี่บอกว่าทำถูกแล้ว แสดงว่า อจ พี่ไม่ได้ดูเชิงการเมืองและอื่น ๆ ประกอบเลยน่ะสิคะ ถูกแล้วเพราะประเทศไทยเป็น L-intensive แต่ถ้าพี่ไม่พัฒนามันก็ไม่มีทางเป็น K-intensive แล้ว ยิ่งปัจจุบันมูลค่าของที่เกิดจาก L และ K ต่างกันเยอะมาก ถ้าเราไม่ลงทุนสู้แล้ว ช่องว่างจากราคาสินค้าและบริการมันก็จะยิ่งถีบห่างจากที่เป็นอยู่นะคะ แล้วสมมติว่าภาพราคาเท่าข้าว 200 กระสอบ พี่อยากได้ภาพให้ครอบคลุมประเทศไทยคือสัก 300 รูป พี่ก็ต้องการข้าว 60,000 กระสอบแล้ว นี่ยังไม่รวมภาพอื่น ๆ (คือแค่ cover 1 รอบ) หรือรวมถึงสินค้าและบริการที่เราต้องเอาผลิตผลทางการเกษตรไปแลกอีก เอ้า ไก่กี่โล ถึงจะแลกซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีต่าง ๆ ได้คะ เสดสาดมันไม่มองพลวัตรและบริบทที่เกิดขึ้นจริงมากเท่าไหร่นี่นา สมัยก่อน เอาสินค้าเกษตรไปแลกสินค้าอุตสาหกรรม มูลค่าต่างมันไม่สูงมากเท่าปัจจุบันนะคะ
นอกเหนือจากทางเสดสาด เหตุผลทางการเมืองก็เป็นสิ่งหนึ่งที่น่าพิจารณานะคะ โดยเฉพาะเรื่องความมั่นคง ในกรณีที่เกิดสงคราม พี่มีปัญหากับประเทศที่ขายข้อมูล อย่างไร เขาก็ไม่ส่งข้อมูลให้พี่แน่ เรื่องความลับพี่ก็เก็บไม่อยู่ ถ้าพี่อยากได้ข้อมูลของประเทศเพื่อนบ้าน จะไปขอข้อมูล ก็มีสิทธิเสี่ยงที่ประเทศนั้นจะมีโอกาสล่วงรู้ถึงความลับที่พี่ต้องการนะคะ การพึ่งคนอื่น มันก็เหมือนยืมจมูกเขาหายใจนะพี่ พี่ไม่มีสิทธิได้ข้อมูลที่ต้องการ 100 % เร็วทันใจอยู่แล้ว เพราะยืมคนอื่นใช้ แถมยังมีเรื่องของการมาก่อนมาหลังอีก priority มันต่างจากการใช้ของที่อยู่ในมือนะพี่ ไม่งั้นเมกาไม่เร่งพัฒนาด้านนี้หรอก
ที่สำคัญ แน่ใจได้อย่างไรว่าประเทศที่ขายจะไม่ได้บิดเบือนข้อมูล (แม้ว่าประเด็นนี้จะเป็น high security มากไปนิด) ตอนอเมริกาเอาภาพถ่ายอิรักมาให้ดู พวกโรงผลิตอาวุธชีวภาพทั้งหลายนั้นนะ ดาวเทียมจากฝรั่งเศสและยุโรปก็ถ่ายไว้เหมือนกัน แต่รูปไม่เหมือนกันสักนิด ไม่มีสิ่งต่าง ๆ ที่เมกาอ้างอยู่เลย แล้วพี่จะแน่ใจได้อย่างไรว่าจะได้ข้อมูล primary ที่ถูกต้องคะ
10-20 ปีอาจจะรอได้ ถ้าเทียบกับการที่อังกฤษปฏิวัติอุตสาหกรรมนานเป็นศตวรรษ แต่ปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นไปเร็วมากนะคะ อย่างเช่น พี่ไม่ update เรื่องคอม 6 เดือน ปึนึงพี่ก็ตกรุ่นได้แล้ว ขณะที่สมัยก่อนใช้พิมพ์ดีดกันได้นานเป็นหลายสิบปีโดยแทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ดังนั้น อย่างไรแกะก็ไม่เห็นด้วย ต้องทำตอนนี้ค่ะ THEOS แพงเพราะเสียค่า know-how ไปมาก แต่เราก็หวังว่าจะสร้าง knowledge-based society ให้เกิดได้ซะที ตามมติ ครม. และแผนแม่บทดาวเทียมสำรวจทรัพยากรธรรามชาตินั้น เรามุ่งจะพัฒนาสร้างทั้งคนและเทคโนโลยีดาวเทียมของเราเชียวนะ อย่างเกาหลีน่ะ ลงทุนซื้อดาวเทียมเพิ่มเพราะเอามาถอดและศึกษาดูเองเลยนะ
555 สรุปว่า อีก 3 ปีเรามี THEOS และก็มีดวงอื่น ๆ ตามมาแน่พี่
มาอ่านดูก็พบว่า ฉัน อินไปไหนเนี่ย
จริง ๆ ไม่ได้อินกะหน่วยงานที่สังกัดนะพี่
แต่ เฮ้อออ เอาเสดสาดมาพูดอย่างเดียวหนูไม่ยอมนะค้า
เราต้องมองเสดสาดการเมืองค่า
ยิ่งระหว่างประเทศด้วย
แกะ is a creature of global mind with global vision น้า
5555 เว่อร์ซะ
เหอๆ มันส์วุ้ย
ก็รู้แหละว่าแกะไม่ได้อินกะสังกัด แต่ discuss ด้วยมุมมองเชิงวิชาการไง
ป๋มก็เหมียนกันแหละ เนี่ย จะต้องส่งเทอมเปเปอร์อยู่เนี่ย เป็นคะแนนสอบมิดเทอม 50% ซะด้วย T_T
=======
argument ของแกะเป็นเรื่องใหญ่เลยนะ (เป็น argument ที่ถูกจัดพวกเป็น infant industry ได้เลย)
ซึ่งนักเศด แนว นีโอคลาสสิค อย่างผม (เฉพาะช่วงนี้ที่กำลังบ้านีโอฯ ปกติจะบ้าเศดพอเพียง-- แต่หลังๆมาคิดไปคิดมา มันชักจะใกล้ๆกันไงไม่รุ)ต้อง argument กลับ
คืออันนี้ผมมองในภาพรวมของประเทศไง
คือถูกล่ะ ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย ไม่ยอมขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว รับรองมันจาก L ไป K ยากแน่ๆ แต่ นีโอฯ มี เอมพิริกัล พิสูจน์ว่า ตอนแรกจาก R มาเป็น L นั้นไปได้ด้วยการขายของกิน (ขายรีซอร์ส) แล้วพอคนมันเยอะขึ้น (เยอะกว่าของ) ก็กลายเป็น L จาก L ทำงานแลกเงินมามากๆ ซักวันหนึ่งก็จะมีเงินเยอะ เป็น K จนได้ (เงินจะถูกกว่าโดยเปรียบเทียบ) ซึ่งถึงจังหวะนี้เราจะมีดาวเทียมหรือยานอวกาศก็ไม่ใช่ปัญหาแล้ว
แต่ถ้าเราเร่งรัดเกินไป ปัญหาคือ เราเอาเงินที่มีน้อยอยู่ตอนนี้ (เพราะเราเป็น L ไง) ไปลงในสิ่งที่มันทำให้การจ้างงานน้อยลง ซึ่งก็จะทำให้คนที่ควรมีการจ้างงาน (และสร้างเงินมากขึ้น) ไม่ได้เกิดการจ้างงาน แบบนี้ถือเป็นการ abuse resource
นีโอฯ ไม่ได้บอกว่าจะทำแบบนี้ไม่ได้ แต่ถ้าจะทำต้องมีแผนการที่รัดกุมมากๆ และมีข้อมูลละเอียด มีกระบวนการบริหารจัดการที่มืออาชีพ คนที่ทำได้ตอนนี้คือ ญี่ปุ่น และ เกาหลี ซึ่งระบบของสองประเทศนี่เจ๋งมาก ต่างจากไทย ซึ่งมันจะกึ่งๆ (ลองเทียบกับสิงคโปร์ดูก็ได้ เขาวางแผนพวกนี้เจ๋งกว่าเราเยอะ)แล้วถึงจะทำได้ขนาดนี้ โอกาสพลาดมันก็มี แล้วพอพลาดมันก็จะเละ
คือคนมันยังไม่พร้อม ระบบมันยังไม่พร้อมไง
แล้วถึงเราจะแลกแผนที่ทั้งหมดประเทศไม่ได้ เราก็แลกเท่าที่จำเป็นต้องใช้ก็พอ
ส่วน argument เรื่องสินค้าเกษตรนี่ เป็นเรื่องแย่
เพราะ developed country มันมีนโยบายปกป้องภาคเกษตร (คนในภาคเกษตรประเทศนั้นมันถึงได้รวยกว่าคนในภาคอื่นโดยเปรียบเทียบ) แล้วก็กีดกันการนำเข้าสารพัด ในขณะที่ประเทศเราดันไปปกป้องภาคอุตฯ
ดังนั้นสินค้าเกษตรของเรามันถึงได้ขายได้ถูกกว่าไง
ส่วนถ้าจะทำให้ผลผลิตของเราเยอะขึ้น น่าจะใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ซึ่งนี่ก็จะเป็นอีกประเด็น และตอนนี้เนื่องจากเราเป็น L ดังนั้นก็ใช้คนไปก่อนแหละถูกต้องแล้ว จนกว่าเมื่อไหร่คนจะน้อย แล้วเงินเยอะ ค่อยไปเอาเครื่องจักรมาทำทีหลังก็ได้
argument ของนีโอฯ โดยสรุปคือ ไม่ต้องไปเร่งมันหรอก แค่ทำทุกอย่างให้มันมีการแข่งขันโดยเสรี แล้วพอถึงเวลาเดี๋ยวมันก็มีของมันเอง
ก็รู้แหละว่าแกะไม่ได้อินกะสังกัด
----- แหม รู้ชัดขนาดนั้น ^^"
ไม่เถียงต่อแล้วนะค้า กำลังปั่นรายงานการประชุมอยู่
แต่อยากจะบอกว่าแกะเลือกวิชา Asian Development Model มา แล้วก็อินกับเรื่องนี้มากนะพี่
ถ้าจะพูดจริง ๆ มันก็คงยาวโข
ญี่ปุ่นพัฒนาได้ดี ไม่มีใครปฏิเสธ แต่พี่ก็ต้องดูบริบทสภาพแวดล้อมระหว่างประเทศขนาดนั้นนะคะ นอกจากจะได้ความช่วยเหลือจากเมกาแล้ว ทางเสดกิจก็มีช่องทางทะลุเข้าถึงตลาดทัเมกา ยุโรปได้อีก โอ๊ยย ... ไม่ได้ ขอพูดเร็วมาก ๆ ดีกว่า เดี๋ยวงานไม่รอด
สรุปว่า ประเทศนี้ บวก เกาหลี และสิงคโปร์ บริบททางการเมืองและการค้า (หรือจะพูดรวม ๆ ว่าเสดสาด) ระหว่างประเทศ มันเอื้อ มันก็พัฒนาได้ ประเทศไทยมาขยับตัวตอนนี้นอกจากจะเสียเปรียบจากการไม่ได้เป็น first mover แล้ว สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปก็ไม่เอื้ออีก ดังนั้น ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ก็เลยต้องทำตอนนี้ด้วยลำแข้งลำขาของตัวเอง
พัฒนาคนกะเทคโน สำหรับมิ้ง มันก็เป็นปัญหากะไข่นะแหละพี่ ว่าเราจะพัฒนาอะไรก่อนหลังดี แต่ถ้าพี่คนพร้อม แล้วเทคโนไม่พร้อมล่ะคะ คนเก่ง เก่งมาก แต่ดูเทคโนที่ล้าหลังไป 10 ปี กว่าจะได้คิดจนกลับมาที่เดิมอีก 10 ปีก็เสียเวลาไปไม่รู้เท่าไหร่ สู้พัฒนาไปพร้อม ๆ กันไม่ดีหรือ คนเก่ง เทคโนดี อ๊ะ ทำ ๆ ไป ก็อาจได้เทคโนล่วงหน้าได้ไปอีกไม่รู้กี่ปีแล้ว ทำ ๆ ไปแบบนี้ เราก็จะไปรอดเองแหละ resource abuse ที่พี่มองอาจจะมีอยู่ มีสิ่งที่ตกหล่นไประหว่างทางก็จริง แต่เรื่องของต้นทุนค่าเสียโอกาสที่ทำตอนนี้กะทำในอนาคตตอนที่คิดว่าเราพร้อมล่ะคะ แล้วถ้าเกิดเราไม่พร้อมจริง ๆ ก็ไม่มีโอกาสได้ทำเพราะเรารอวันหนึ่งที่จะมาถึงน่ะหรือ ในแง่นี้ ค่า resource abuse ที่หายไปก็เพื่อแลกกับค่าเสียโอกาสนั่นแหละ
เสดสาด ไม่ว่าสำนักไหนก็มองแค่ต้นทุน-กำไร/ กำไร-ขาดทุนเป็นหลัก แล้วบางทีมันก็ใช้ไม่ได้กับการดำเนินนโยบาย โดยเฉพาะกับสิ่งที่ตีเป็นมูลค่าออกมาไม่ได้นะคะ
รีบมาก ไปแล้วๆๆ
เห็นด้วยกะแกะ
ต้องพัฒนาทั้งคน ทั้งเทคโน ไปพร้อมๆ กัน
ปล.อ่านไปอ่านมา นึกสงสัย แกะทำงานอยู่กะใครนะ รู้จัก ดร.เจียรนัย ป่าว รู้สึกว่าเค้าทำอะไรเกี่ยวกับดาวเทียมอยู่เหมือนกัน ออกทีวีให้สัมภาษณ์ตอนเรื่องภาคใต้ด้วย
ถ้าใช่ ก็โลกกลมมากเลย เพราะเขาเป็นเพื่อนกับ พป น่ะ :p
Post a Comment