Wednesday, December 29, 2004

มิ้งกิ โกอิ้งตาก (ตอน 4)

และแล้ว ผ่านไป 1 เดือนพอดีไม่ขาดไม่เกิน มาตาปีย์ก็ยังไม่จบแม้กระทั่งวันแรกขอการเดินทาง เฮ้ออ น่ารันทดจริงหนอ สำหรับท่านที่ลืมไปแล้ว เรากำลังเดินทางไปลอยกระทงที่เมืองตากและอยู่ที่ร้านข้างฟ่างข้าวเม่าเพื่อทางอาหารเย็นกัน

เอาล่ะ พยายามรวบลัดเลยดีกว่า เพราะนั่งรถมานาน ป้า ๆ ก็เลยสั่งยำมาเรียกความกระชุ่มกระชวยให้ชีวิตกันใหญ่ ชนิดที่ว่ามีเมนูยำ 10 อย่าง ป้า ๆ (และแม่ของหนู) ก็คงสั่งมา 5 อย่างได้ ที่จำได้แม่น มียำดอกขจร ยำผักหวาน ยำสามกรอบ พูดง่าย ๆ คือ ยำ ยำ และ ยำนั่นเอง แถมยังสั่งส้มตำผลไม้กันมาอีก ยำอะไรที่รสออกไปทางหวานก็จะมีไข่ดาวทอดกรอบหั่นโปะหน้า ชวนให้คิดถึงยำไข่ดาวกรอบฟูรสจัดจ้านที่บ้านยิ่งนัก นอกเหนือจากนั้นก็มีปลาน้ำเมยราดซีอิ๊ว ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะนุ่มลิ้นและสดหวานได้ขนาด นอกจากนั้นก็มีต้มโคล้งปลากรอบ และต้มยำกระดูกหมู เหตุที่ต้องสั่งน้ำแกงคล้าย ๆ กันแบบนี้ก็เพราะป้า 1 และป้า 2 เถียงกันไม่ลงตัว (ป้า 2 ไม่กินปลากรอบ และ/หรือปลาทุกประเภท ส่วนป้า 1 ชอบต้มโคล้งปลากรอบมาก แต่เบื่อหมู) กินไปเรื่อย ๆ ก็พบว่ากลายเป็นกล่องข้าวน้อยค่ะ คือสั่งมาก ๆ ด้วยความที่หิวจัดจนเกินพอดี แต่เอาเถอะ ความรับผิดชอบหรือความงกหรือทั้งอย่างอย่างผสมกันก็ไม่รู้ ทำให้จัดการได้หมด และก็มาถึงรายการขนมจนได้ ทำไมพวกนี้คุยกันไม่ลงตัวอีกแล้วละคะ แล้วของที่สั่งมาก็ขนาดบิ๊กซะ ทุกจาน กล้วยหอมทอดเอย กล้วยอบงาเอย โอ๊ยยย แต่เห็นว่าต้องกินอะไรก็เฮือกตายได้ แต่ดีที่ดิฉันไม่ได้อ้าปากส่งเสียงอะไรเหมือนตอนสั่งอาหาร ก็เลยรอดตัวนั่งจิบน้ำสตอเบอรี่ + ส้มปั่นไปได้ด้วยความสำราญใจ (อยู่คนเดียว 555)

ออกจากร้านได้ก็ตอนที่ป้าไปเดินกิ๊วก๊าวกิ๊บก๊าบร้านอีกรอบนั่นแหละ (จริง ๆ ก็กูด้วยนี่หว่า -_-‘’) แล้วคุณพี่คนขับก็พาพวกหนูหลงกระจายกระจุยอีกตามเคย เจอตำรวจบ้าง ลุงขายข้าวต้มบ้าง ถามทางแล้วมั่วไปเรื่อยย ในที่สุดก็ถึงโรงแรม

เย้ๆๆๆๆ แล้วเมื่อเข้าห้อง หนูก็เปิดทีวีเพราะไม่มีอะไรตามนิสัยเรื่อยเปื่อย ปรากฏว่าคุณโรงแรมรับสัญญาณดาวเทียมอะไรก็ไม่รู้ของตัวเอง จึงมีช่องพม่า ช่องอินเดีย ช่องอินโด และอื่น ๆ อีกมากมาย แล้วทีนี้ มาตาปีย์จะรอดหรือเจ้าคะ ด้วยความที่กระแดะจัดทำตัวอินเตอร์หรูหรา ก็เลยนั่งตาแป๋วดูช่องพม่าไปสักพักใหญ่

*****ขออนุญาตทำความเข้าใจว่าสำหรับอิฉัน ความเป็นอินเตอร์ไม่ได้หมายความว่าไปตามฝรั่งแต่อย่างเดียวนะเจ้าคะ แต่เป็นการที่เรียนรู้และพยายามทำความเข้าใจและรู้จักกับวัฒนธรรม วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของคนชาติอื่นที่นอกเหนือจากชาติของตัวเอง สังกัปนี้จะเห็นได้ชัดเมื่อพอจารณาถึงคำว่า global village และ global people ***

(ปล . สังกัป = concept – พยายามให้ศัพท์โคตรเว่อร์ 555)

แต่สักพัก เกรงว่าความเป็นสากลของหนูจะทำงานไม่ถึงใจ เพราะดูไม่รู้เรื่องค่า โฮโฮ หน้าโง่ที่สุดที่ต้องสารภาพเช่นนี้ ก็เลยเปลี่ยนช่องไปเรื่อย ก่อนที่จะติดแหง่กอยู่ที่ Star TV แล้วดู reality show “for love or money” ซึ่งขอสารภาพว่านั่งดูตาไม่กระพริบมาก ๆ นอกจากฉันจะติดพวก sitcom ทั้งหลายแล้ว พวกที่ติดลองลงมาก็คือ อีพวก reality show ประเภทตบตีแย่งของใช้เล่ห์กลตบจิกเนี่ยแหละ ไม่ว่าจะ survival/ amazing race/ etc อะไรก็ตามที่มีด้านมืดมิดจิตต่ำตกสุดเหวของมนุษย์มาเนี่ย ชอบบบบบบบบบ... แล้วอีนี่ก็เน้นด้านโลภงกเงินมากกว่าจะเป็นด้านโรแมนติค ซึ่งเทียบกะ Joe millionaire/ The bachelor มันจะเน้นโรแม้นนนนนน แบบอ๊ะ มาหาผัว มาแสวงหาความรัก love of my life แล้วก็ได้รางวัลติดมือกลับบ้านไปเป็นของแถม แต่อีนี่เป็นได้เงินแล้วอาจจะได้กิ๊บก๊าบกะหนุ่ม ๆ อีกนิด พอเป็นกระสาย แบบนี้ อิฉันก็ดูมันน่ะสิเจ้าคะ ทุกคนติดตบคิดอะไรเป็น Win-lose กันขนาด Strategic Thinking Strategic Action มากันกระจาย พวกเรียนทูต เจรจาน่าจะถูกบังคับให้ดูนะเนี่ย คิดแล้วทำ คำนวณแล้วพูดแบบเนี้ยย

--- แล้วเราก็นอน แล้วเราก็จบวันแรกแล้วค่า โฮโฮ ดีใจจังเลย

No comments: