Tuesday, February 08, 2005

ไปเขาชะโงก (ครึ่งแรก)

ว่าง ๆ ไม่มีอะไรทำเลยมาเล่าเรื่องไปทริปกะที่ทำงานเจ้าค่ะ แต่ไปวันเสาร์แล้ววันอาทิตย์เช้าก็กลับนะ อืมมม ฟังดูเหมือนสั้นแต่จริง ๆ ก็แอบนานนะเนี่ย เพราะว่าไปวันเสาร์เนี่ย คือเสาร์เช้าเจ้าค่ะ เน้นว่า เช้า เช้ามาก ๆ นัดกัน 6 โมงครึ่ง โอแม่เจ้า ที่บริษัทนี้มันจะเช้าอะไรกันนักหนาคะ แล้วกว่าดิฉันจะหลับตานอนก็ตีสองกว่าพอดี โอ ต้องตื่นตี 5 ครึ่ง เวลานอน 3 ชั่วโมงจะช่วยชีวิตหนูจากการออกภาคสนามไป adventure ที่เขาชะโงกไหมคะคุณ ๆ? ตื่นขึ้นมาแล้วก็ขอบอกว่าแสบตามาก ๆ อาบน้ำอย่างเบลอ ๆ แล้วก็แต่งหน้า ด้วยความที่กลัวแดดจัดก็เลยโบ๊ะครีมกันแดดกะรองพื้นหนามาก หนา หนา หนา ประมาณว่าแล้วตาอิฉันก็แดงซะจากการนอนน้อย กะนั่งสะลึมสะลือ What a perfect combination มากค่ะ รู้สึกตัวเองเป็นธงชาติอิตาเลี่ยน หน้าขาวซีด ตาแดง เสื้อเขียว แล้วคุณเพื่อนก็ชวนเดินข้ามถนนไปกินข้าวหมูแดงอีก กรี๊ดด แบกของข้ามสะพานลอยนะค้า เกรงว่าแบตเตอรี่ในตัวดิฉันจะไม่ขึ้นขีดแดงกว่าที่เป็นอยู่หรือไร

แต่นะคะ สัญชาติไฮเปอร์แอคทีพอย่างหนูจะไปสลดเฉาๆ ได้นานอย่างไร แม้จะไปนั่งเบลอ ๆ อยู่ที่ร้านข้าวหมูแดงสักพัก พอขึ้นรถรวมพลกันได้ไม่นาน หนูก็ตื่น แล้วเหอเหอ คนรอบข้างจะเป็นสุขได้เหรอ ไม่มีทาง ฉันก็เริ่มออกอาการไฮเปอร์ เปอร์ เปอร์ เปอร์มาก จนถูกขอร้อง (แกมบังคับ)ให้นอนแบบมึงนอนได้แล้ววว เพราะคนครึ่งรถหลังอยากหลับ (ทำบาปกะคนหมู่มากจริง ๆ กู) ก็เลย ฮือ ๆๆๆ เงียบ ๆ ก็ได้วะ แล้วพอลงมา พี่คนหนึ่งเธอถึงขนาดบอกว่า ได้ยินเสียงมิ้งตลอดเวลาแล้ว

พอมาถึง เอากระเป๋าเก็บ เราก็ออกไปทำกิจกรรมกัน มีโดดหอ โรยตัว แล้วก็ยิงปืน Laser ในตอนเช้า .... โดดหอเนี่ยยังไม่ค่อยเท่าไหร่ ก็แค่กระโดดลงมา ความเปอร์ของมิ้งทำได้อยู่แล้ว แต่พอมาโรยตัวนี่สิ โฮโฮ คนดูเยอะมาก แล้วมาตาปีย์ก็ไม่ชอบ ไม่ชอบ ไม่ชอบ ทำอะไรต่อหน้าคนหมู่มากเล๊ย จึงไม่น่าสงสัยที่จะทำอะไรอนาถ ๆ ออกไป อย่างการกะจังหวะผิดแล้วเอาเข่าสองข้างกระแทกตัวหอสูง ๆ ดังชนิดคนที่ดูได้ยินเสียงชัดไปสามบ้านแปดบ้าน พอลงมาถึงก็แอบขอไปนั่งสลดปลงตกกะความโง่ของตัวเอง

ถึงเวลากินข้าวเที่ยง มื้อนี้มีไก่ย่าง ลาบ ส้มตำ น้ำตก ต้มแซ่บกระดูกหมู ปลาเผา แล้วที่เจ๋งมาก ๆ ก็คือ ซุปหน่อไม้ โอ๊ยยย ชอบมาก ชอบ ชอบ ชอบ อือ... อันที่จริง ดิฉันเป็นคนสั่งอาหารให้คณะเอง ก็ไม่น่าจะมากรี๊ดดกร๊าดดได้เนอะ แต่ก็ชอบนี่หว่า แถมเดี๋ยวนี้ซุปหน่อไม้หากินยากมาก ๆ อร่อยก็ไม่อร่อยอีก กิน ๆๆ แล้วหนูกะพี่อีกคนก็ทำให้คนรอบข้างประหลาดใจด้วยการกินอย่างเมามัน แถมนั่งตรงข้ามกันอีก แบบสรุปกันเองว่ากินกันอยู่ 2 คน ย้ายจานมาตรงหน้าเลยเหอะ แล้วทั้งสองชีวิตก็มีแต่คนถามว่า อ๊ะ กินเป็นด้วยเหรอ หน้าตาแบบนี้ไม่น่ากินเป็นนะเนี่ย ตลอด (อ๊ะ มันหมายความว่าอย่างไรวะ ประโยคหลัง) แล้วก็ ข้าวเหนียวยังมีข้าวเหนียวดำให้เลือกกินอีก พูดได้คำเดียวว่าถูกใจคุณมิ้งมาก to the max :D

หลังอาหารก็มาถึงกิจกรรมยิงปืน มีให้เลือกทั้งปืนสั้นและปืนยาว แล้วก็ Strategic thinking ทำงานดีอีกเช่นเคย เพราะอิฉันยากลองปืนลูกโม่แต่เพราะคนเยอะก็เลยมาลองปืนยาวก่อน แล้วพอเปลี่ยนกลับไปลองปืนสั้นจริง ๆ คนก็ย้ายบ้านมาลองปืนยาวกันแล้ว แถมไม่ต้องทำอะไรประจานตัวเองต่อหน้าคนหมู่มากด้วย ต้นทุนค่าเสียโอกาสไม่มีจริง ๆ ชอบบบ แต่ก็นะ ... ยังมีความโง่ออกมาเล็กน้อย เพราะดันไปเกี่ยวเอาต้นไม้ที่วางอยู่ที่เคาท์เตอร์เค้าล้มลงมา ดินกระจาย ก้อนกรวดโรยหน้าไปทาง กระถางไปทาง อนาถ อนาถ อนาถ แล้วพี่สักคนที่อุตส่าห์เดินออกมาเพื่อการนี้ ก็เดินมาถึงอิฉัน ส่ายหัวส่ายหน้าว่าไม่ไหวเลย ซุ่มซ่ามอีกแล้วนะหนู แล้วก็เดินกลับเข้าไป (น้ำใจงามเกินร้อยจริง ๆ -__-’) กะอีกคนที่เดินผ่านมาพอดี ก็บอกว่ามิ้ง มิ้งทำใช่ไหม ซุ่มซ่ามอย่างนี้มิ้งแน่ ๆ โฮโฮโฮ ....

กลับมาถึงที่พักอีกทีประมาณ เกือบ 5 โมง ได้ความว่านัดตอนเย็นอีกที 6 โมงครึ่ง ปล่อยพี่ roommate อาบน้ำก่อน แล้วเราก็ออกมาเดินเล่น แล้วก็เจอแมวค่ะ กรี๊ดด สิ่งมีชีวิตศักดิ์สิทธิ์ในดินแดนพิศวง ชอบ ชอบ ชอบ ก็เลยวิ่งกลับ 100 เมตรไปที่ห้องเพื่อเอาทาโร่มาให้คุณแมว ระหว่างนั้น หัวหน้าอีกคนก็เดินมาพร้อมลูกชายบอกว่าจะไปน้ำตกนางรอง ด้วยความเปอร์หรืออะไรไม่ทราบได้ ดิฉันก็เกาะไปเป็นติ่งของครอบครัวเขาเรียบร้อย แบบ หนูไปด้วย อย่างไรก็ไม่รู้ และไม่รู้ตัว แจ๋นแด๋นตามเคยจริง ๆ แต่เพราะความไม่ชินทางและน้ำตกอยู่ไกลมากกก .. ไกลชนิดสุดขอบโลก ก็เลยไปถึงน้ำตกแบบไปถึงจริง ๆ คือไม่ได้ลงจากรถ แต่ตีรถกลับมาเลย โฮโฮ หนูมานั่งรถเล่นกะฟังเพลงในรถคุณพ่อคุณลูกแล้วนะคะ กลับถึงที่พักอีกทีก็ 6 โมง 25 พอดี เราใช้เวลาชั่วโมงครึ่งรื่นเริงทัศนาจรอยู่ในรถเชียวหรือนี่ ก็เลยรีบวิ่งกลับมาที่ห้อง แล้วก็อาบน้ำสระผมแต่งตัวอย่างรวดเร็ว (พลังงานชีวิตเกือบจะสูญสิ้นไปกับสภาพ resource drain จริง ๆ TT) ลงไปผมก็ยังไม่แห้ง เดินหัวเปียก เป็นผีน้ำขยี้ผมไปตลอดทาง แล้วพอไปถึง คนก็ยังไม่ค่อยมากันเท่าไหร่ หนูจะ resource abuse ไปเพื่ออะไรกันคะ โฮโฮ นั่งแกร่ว ๆ อยู่ที่โต๊ะสักพัก หน้าตาคนรอทั้งหลายหิวมาก ๆ แบบมาจากโซมาเลียอดอาหารจะล้มวัวล้มควายกินกันแล้ว (จริง ๆ ก็รวมมาตาปีย์ด้วยนั่นแหละ มีหน้าไปจิกคนอื่น) ก็เลยวิ่งกลับไปที่ห้อง แล้วเอาขนมที่กะกินยามดึกลงมาประทังชีวิตกันตาย

No comments: