Tuesday, February 08, 2005

ไปเขาชะโงก (ครึ่งหลัง)

(ต่อ)
มีไวน์รสชาติใช้ได้มา มาตาปีย์ก็เลยนั่งจิบ ๆ ไวน์ละเลียดมีมาดผู้ดีอยู่พักใหญ่ แล้วอย่างไรต่อทราบไหมคะ หลังอาหาร พี่คนนึงย้ายมานั่งแถว ๆ นั้นพร้อมกับแก้วเหล้าในมือเพื่อเริ่มก๊งกะพี่ผู้หญิงอีกคน แล้วคุณพี่ก็ถามว่ากินป่ะ กินอะไร เดี๋ยวจะไปเอามาให้ .... พูดได้คำเดียวว่าเป็นการเปิดศักราชนรกมาก ๆ เพราะหนูเนี่ย ถึงแม้จะทำตัวใสซื่อไม่รอด เพราะถูกรู้เช่นเห็นชาติเห็นธาตุแท้ไปแล้ว แต่ทั้งหมดก็ยังไม่เท่าอาการตอนกินเหล้า อย่างที่รู้กันว่า นอกจากด้านการกินเหล้าเป็นน้ำ และท้าชาวบ้านหมดแก้วตลอดเวลาแล้ว ก็ยังจะไฮเปอร์สุด ๆ อัพคึกสติจิตหลุดอีกตังหาก

และแล้ว … ครั้งนี้จะมีความแตกต่างได้เหรอคะ ตอนแรกก็ยังเก็บกิริยาอาการได้อยู่หรอก แต่สักพักก็เริ่มหลุดออกสภาพสามล้อถูกหวยมากขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มมีการหมดแก้ว หมดแก้วนะคะ หมดแก้วนะค้าา ออกมา แล้วก็เริ่มเอาแก้วที่คว่ำเคาะ ๆ กระแทก ๆ ไปรอบโต๊ะ เพื่อกรี๊ดกร๊าดจิกเร่งคนอื่น ใครยังกินไม่หมดก็ไปว่าเค้าห่วย เค้าแย่อีกตังหาก หางและหูที่อุตส่าห์เอาสก็อตเทปพันมานานหลุดโผล่ประจานออกมาทีละนิดจนหมดสิ้น เหลือแค่สภาพกระเทยป่าแตกจริง ๆ แล้วหนูก็ทำให้เค้าอึ้งกะการแยกน้ำแข็งออกจากแก้วเพื่อเร่งความเร็วในการ “หมดแก้ว” อีกแล้ว โฮโฮ ท้าชาวบ้านร้านตลาดหมดโต๊ะไปเรื่อย ๆ ไม่พอ คุณพี่ที่กลายเป็นคนปลุกอาการสามล้อถูกหวยผสานกระเทยแจ๋นของหนูมาก็เริ่มไอเดียบรรเจิดว่าเราน่าจะไปชนแก้วกะหัวหน้านะ แล้ออกนโยบายมาแล้ว คน implement ก็คือกูน่ะสิคะ แจ๋นเปอร์อัพคึกขนาดนั้นจะปล่อยตัวเองให้อยู่เฉย ๆ ไม่สนองนโยบายอย่างไรได้ รู้ ๆ กันอยู่ว่ามาตาปีย์เป็นระบบเอกชนประสิทธิภาพสูง เหอเหอเหอ อิฉันก็เอาช้อนมาเคาะแก้วค่ะ “Attention please … เราจะไป on tournament กันนะคะ ขอให้เตรียมตัว เตรียมแก้ว ลุกๆๆๆๆ” แล้วอิฉันก็พุ่งตรงดิ่งไปที่ท่านหัวหน้า มุ่งมั่นบอกแกว่า … ว่าอะไรวะ จำไม่ได้ รู้แต่บอกท้าวเธอว่าหมดแก้วอีกตังหาก

หลังจากนั้น ก็ไม่มีอะไรมาก ก็ย้ายไป on tournament กะโต๊ะอื่นบ้าง แล้วก็กิน ๆ แอ๊บ ๆ กันไปเรื่อย ๆ แล้วพอเปอร์มาก ๆ ก็เริ่มลุกขึ้นมากระโดดเชือกกะวิ่งไปมา ปีนเก้าอี้ เอาถังน้ำแข็งครอบหัว มีอะไรอีกล่ะ อ้อ ... ถูกยุให้ไปวิ่งรอบ ๆ คนร้องเกะ แล้วหนูก็ไปวิ่งเสียด้วย ไม่ใช่เพราะเมานะเจ้าคะ แต่เป็นเพราะถูกท้า – นิสัย ยอมไม่ได้ ๆๆ ก็ยังคงความแรงสม่ำเสมออยู่ดี อ้อ... มีเรื่องโง่อีกเรื่อง โง่จริง ๆ เปอร์จัดก็เลยแอบเปิดประตูทะลุห้องจัดเลี้ยงไปอีกห้องนึง แบบคิดภาพห้องจัดเลี้ยงที่มักจะมีบานเฟี้ยมกั้นแบ่ง 2 ห้องน่ะ แล้วมันก็ดันเปิดได้เสียด้วย (คงคิดว่าจะไม่มีคนอุตริไปแน่ แต่ผิดคาด .. เพราะอิฉันคือมาตาปีย์ 555 ) ก็เลยวิ่งไปเล่น แล้วก็เกิดเรื่องค่า เพราะไปเปิดประตูผลัวะเข้าไปอย่างแรง ก็ดันทำลำโพงที่ตั้งอยู่บนขาเหล็กตะแคงไปกระแทกผนังอีกด้าน แล้วก็เพราะเริ่มกึ่ม พยายามดึงกลับมาก็เสือกไปดึงกระชากขาลำโพง ผลน่ะเหรอคะ ... ลำโพงล้มน่ะสิเจ้าคะ แล้วก็ยังดังมาก ๆ ชนิดผู้คนที่อยู่ห้องเดิมได้ยินชัดแจ๋ว ก็เลยต้องมาตามพี่ ๆ ไปช่วยจิกมันกลับขึ้นมา แล้วก็ถูกกัดจิกอยู่จนกระทั่งตอนนี้ TT

พอเที่ยงคืนก็หมดเวลาทำการ ทุกคนถูกไล่กลับห้อง แล้วกรี๊ดดด เพิ่งตีหนึ่งเอง ยังไม่ง่วง ยังไม่ง่วง โฮโฮ ยังไม่นอน .... โหยหอน โหยหวนไปสักพัก พี่ ๆ ทั้งหลายก็เลยซวยต้องมาเล่นเป็นเพื่อนอีกค่อนชั่วโมง แล้วที่กลับมานอนก็คือ เค้าอยู่กันไม่ไหวแล้ว แล้วก็ไม่มีใครยอมเป็นเหยื่อหนูอีกต่อไป (โฮโฮ) พี่ที่อยู่ห้องเดียวกันถึงกับเสียสละมาก บอกว่าถ้าไม่มีใครเล่นมาเล่นกับพี่ก็ได้นะ ก็เลยในที่สุดสำนึกถึงความชั่วและเอาแต่ใจของตัวเอง กลับมานอนได้

วันต่อมา ปรากฏว่าแทบทุกคนพลังชีวิตหมดสิ้น แบบเบลอ ๆ หนืด ๆ กันสุด ๆ มีพี่ที่เมาค้างบอกว่าเป็นเพราะมิ้งมอม (อะไรกันค้า) แล้วก็มีแค่หนูที่ยังวิ่งไปวิ่งมา กระโดด ๆ ไปมา ๆ อีกเช่นเคย คำถามจากทุกคนก็คือ มันชาร์ตแบตกี่ชั่วโมงเนี่ยยยย หรือไม่ต้องนอนก็ได้วะ วันนี้ใส่เสื้อยืดเพ้นท์เป็นรูปหัวกะโหลก ทุกคนก็ได้ข้อสรุปว่า อีเสื้อเนี่ย เป็น label และหัวกะโหลกก็เป็นตัวบอกแจ้งความเป็นอันตรายถึงชีวิตของอิฮั้น แล้วก็มีแต่คนบอกว่า ทำไมมึงไม่เอามาใส่บอกเตือนให้ทุกคนรู้ตั้งแต่วันแรกๆๆๆๆๆ พอขึ้นรถ คนรอบข้างก็บอกให้ไปเล่นข้างหน้าเพราะจะนอน แล้วคนข้างหน้าก็พูดอย่างเดียวกัน โฮโฮ มาตาปีย์ persona non grata ไม่มีใครต้องการจริง ๆ พยายามหลับแล้วก็ไม่หลับก็เลยเล่นคนเดียวไปเรื่อย ๆ ถึงกรุงเทพ

*** ขอขอบคุณเหยื่อทั้งหลาย โดยเฉพาะที่มาปรากฏตัวอยู่ในเรื่องเล่าอีมิ้งนะค้า จะแก้ไข-แก้ข่าวยังไงก็บอกได้นะคะ

No comments: