เพลง 2010
บัดนี้ก็ล่วงเลยมาจนจะสิ้นเดือนมกราแล้ว แต่ก็ขอทำตามธรรมเนียมเดิมที่รวมรวบเพลงที่มีผลต่อชีวิตในปี 2010 มาที่นี้เลยก็แล้วกัน
-- แต่ทว่า จะเข้าเมษาก็ยังไปไม่ถึงไหน
* มีสองประเด็น คือ ปีที่แล้ว เป็นปีที่ฟังเพลงไม่อัพที่สุดเท่าที่เคยเป็น โดยเฉพาะเมื่อหลาย ๆ เพลงที่ฟังเป็นเพลงเก่า และเป็นการฟังตามใจฉัน แทนที่จะเป็นตามความฮิตติดตลาด
และ อย่างที่สองก็คือ ตอนนี้คิดไม่ออก และคาดว่าการไล่เพลงวันนี้จะผิดมากกว่าถูก
+ไม่ได้ไปตามลำดับใด ๆ นอกจากการนึกออก+
Mr.Watson/ Kesha
ติดใจความกล้าก๋ากั่นแล้วก็หลุดโลกของสาวน้อยที่แอบชอบครูสอนประวัติศาสตร์ แล้วก็พยายามทำทุกอย่างทุกทางที่จะบอกให้ครูรู้ บ้าบอแต่ก็สนุกสนานกับทำนองได้ทุกครั้งที่ฟัง โดยเฉพาะท่อนเริ่มก็ขำได้แล้ว Oh boy I just can wait for history class/ It's my favorite hour of the day ก็จะคงดีถ้ามีอะไรให้เราเผ้ารอและจดจ่อให้มาถึงไว ๆ และท่อนนี้ Can't put my finger on what's so sexy (So sexy)/ And why I want you in my bed (Or on your desk)/ Is it your power, your authority?/ Or for the thrill of being so, so bad (So bad) เป็นท่อนที่ฟังแล้วก็ขำได้อีก เป็นอารมณ์ท้าทายแล้วก็เป็นได้แค่ช่วงหนึ่งในชีวิตจริง ๆ อย่างไรก็ตาม ก็ต้องสารภาพว่าที่ชอบมากก็เป็นเพราะอารมณ์ร่วมที่มีกับเพลง
Hinahanap-hanap Kita [Always Searching For You] + Time and Tide +A Song For Penny Brown/ Sitti
ขอยกให้ Hinahanap-hanap Kita เป็นเพลงที่ฟังบ่อยที่สุดเพลงหนึ่งในปีที่แล้ว ฟังมาตั้งแต่เดือนสามแล้วก็ฟังต่อมาได้เรื่อย ๆ ทั้งอารมณ์ตกหลุมรัก และความรู้สึกที่อยากอยู่ชิดใกล้ ไม่อยากจากกันละเมียดละไม ต่างก็สวยงามเกินจะกล่าว เป็นเพลงที่ฟังแล้วสบายเหมือนอยู่ชายหาด และเสียงของ Sitti ก็เต็มไปด้วยความรู้สึกด้านบวก อ่อนหวาน และอ่อนไหว เสียดายอยู่อย่างเดียวที่เนื้อเพลงเป็นตากาล็อกทำให้ต้องไปตามหาเนื้อมาอ่านประกอบต่อ ซึ่งเมื่อได้มาแล้วก็ยิ่งตรง โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในช่วงตกหลุมรักไม่ผิดกับสาวเจ้าในเพลง From morning to night/ Every minute that passes/ I'm yearning for you/ I'm yearning for you/ In my mind and dreams/ Every turn of fate/ I'm yearning for you เราก็ต้องมีช่วงเวลาที่อยากอยู่ด้วยกันตลอดใช่ไหม? เท่าไหร่ก็ไม่พอ เท่าไหร่ก็ไม่รู้สึกว่าพอ ทั้งนี้ ท่อนที่ติดใจทีสุดในตากาล็อกเป็นท่อนนี้ Ang ating ending/ Hatid sa bahay ko/ Sabay good night/ Sabay may kiss, sabay bye bye
A Song For Penny Brown ก็เป็นเพลงตกหลุมรักอีกแล้ว The sea beckons to me/It tells me to write this song for you/ To let you know just how much your love means to me/ When you kiss me heaven sighs/ And the mountains all reply /That oh, I love you so, just how much you’ll never know. และก็เป็นความรักที่ยิ่งใหญ่และจริงจังเสียเหลือเกิน ไม่คิดจะรักใคร แต่เมื่อรักแล้วก็ทุ่มให้ได้หมดทั้งใจและมากกว่านั้น อ่อนหวาน และถ่ายทอดความรักและความรู้สึกออกมาได้ดีเลย ทั้งนี้ ความรู้สึกที่ฟังเพลงและมีให้กับคนในห้วงคำนึงก็เป็นความรู้สึกต่อเนื่องมาจากเพลงข้างบน
Time and Tide เพลงรักอีกเพลงแล้ว จะว่าไป จุดแข็งของ Sitti ในมุมมองส่วนตัวก็คือ ความรู้สึกตกหลุมรัก ที่อยากจะใช้คำว่า smitten นี่แหละ nothing and no one/can stop us now/ for better for worse/ this time I'm sure/ it's gonna last/ gonna last forever แต่ว่าร้องตามไม่เคยได้ เพราะเสียงคุณเธอทั้งสูงทั้งแหลม ขึ้น Time and Tide ตามไปไม่เคยรอดสักที
Jesus, Walk With Me (+ Whatever You Want) / Club 8
เพลงที่ฟังท่อนฮุคแล้วเข้าใจไปว่าเป็นเพลงรัก Fool me into believing/ I don’t care if your deceiving me/ I wouldn’t want it any other way/ ‘Cause then I’d only stay the same กว่าที่จะฟังอย่างจริงจัง และรู้ว่าเป็นเพลง religious pop ก็หลงรักเพลงนี้ไปเสียแล้ว เป็นเพลงที่มักจะฟังตอนเช้า และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อขับรถกลับจากทำงานที่ทั้งเหนื่อย และล้า ในแง่หนึ่งก็ทำให้รู้สึกว่ามีที่ยึดเหนี่ยว และรู้สึกว่าสิ่งที่ทำไป เป็นการทำดีเพื่อตัวเราเอง ตอบคำถามให้ตัวเองได้ว่า ทำไปเพื่อใคร และชีวิตมีหลักยึดขนาดไหน When I wake up in the morning/ feel the sun shine on my face/ I get up and I’m yawning/ There is so much time I can waste ท่อนนี้เป็นการบอกให้ทำชีวิตให้มีค่า ทุกนาทีและทุกเวลา
ส่วนอีกเพลง ฟังบ่อยเพราะฟังต่อมาจากเพลงแรก ชอบท่อนนี้ whatever you want from me
whoever I try to be/ I will never be there/ I can never be her/ in your society ไม่แน่ใจเพราะเป็นไม่ได้เพราะไม่ได้พยายาม หรือเพราะเป็นไปไม่ได้จริง ๆ แต่ฟังแล้วเข้าใจอารมณ์ เพราะฉันเป็นของฉันแบบนี้ อย่าคิดมาเปลี่ยนตัวฉัน รักฉันอย่างที่ฉันเป็น
Recipe of Making Love / Noon
เพลงของ Noon ซึ่งเปิดทุกครั้งที่อยู่ในรถฟินน์ ชอบจังหวะสดใสร่าเริง และการเร่งจังหวะของเพลง ส่วนเนื้อ จะว่าไปก็ผิดวิสัยที่ไม่ค่อยได้ฟังอย่างใส่ใจเท่าไหร่ และเมื่อมาดูก็พบว่าหวานน้ำตาลเชื่อม และเป็นเพลงในห้วงรักจริง ๆ A little bit of me and a whole lot of you/ Add a dash of starlight and a dozen roses, too .../ It doesn't need sugar 'cause it's already sweet/ .../ Just add a dash of kisses to make it all complete/ And that's the recipe for making love
ยิ่งท่อนนี้ ขอช่วยรับประกัน And if you've made it right you'll know it/It's not like anything you've made before/ And if you've made it wrong you'll know it/ 'Cause it won't keep you coming back for more
The Dandy Cowboys / Soko
ชอบเพราะความบ้า ตอนแรกก็เหมือนสาวน้อยไร้เดียงสาตกหลุมรักชายหนุ่ม ด้วยเนื้อเพลงหวานแหววอ่อนไหว I can't be me when I'm in front of you/ I just can't be myself when I see you
because you're very cute tonight/ and I feel shy and sad and I look at you/ and I think I love you ก่อนที่ช่วงหลังจะเปลี่ยนมาเป็นจังหวะคาวบอยลูกทุ่ง และเปลี่ยนเป็นเนื้อเพลงโหดyou're bitching dandy you don't respect the rules/ you stole my money/ and ran away with your pony/ and now I'm gonna kill you/ I'll shoot you in the head/ now I'm gonna kill you/ I'm gonna shoot you in the head
ฟังทีไรก็ขำได้ทุกที แต่ก็นะ จังหวะในชีวิตของเราไม่เคยตรงกันง่าย ๆ ถ้าชอบใคร เขาชอบตอบ รักใคร เขารักตอบมันก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี (ไม่เกี่ยวแต่ขอบ่น)
I Wish You Love/ Lisa Ono
ชอบและก็ยังชอบอยู่ข้ามปี เพราะเป็นเพลงอกหักหที่คิดบวกมาก ถึงจะอกหัก ถึงจะเสียใจก็ยังหวังให้ไปดี และหวังให้ได้ดี ซึ่งความจริงจะมีที่เป็นแบบนี้ได้สักเท่าไหร่กัน? ท่อนที่ชอบที่สุดก็ยังเป็นท่อนนี้ My breaking heart and I agree/ That you and I could never be/ So with my best/ My very best/ I set you free
A Note From The Management/ Swan Dive
อัลบั้มอยู่ในห้อง เลยไม่แน่ใจว่าเป็นเพลงนี้หรือเปล่า เพราะว่าฟังช่วงต้นปีเสียด้วย แต่ว่าน่าจะมีเพลงในชุด Mayfair ที่ฟังอยู่หลายเพลง (แม้ว่าอัลบั้มนี้จะเนือยและน่าผิดหวังก็ตาม) แต่ถ้าไม่คิดอะไร ช่วงรถติดก็ฟังสบายหูดีเหมือนกัน
Better To Fly/ Swan Dive
มีเพลง Better To Fly จากชุดก่อน ๆ ด้วย ชอบจังหวะหลอน ๆ ที่ทำให้คิดว่าอยู่พม่า (ฮ่า กินข้าวร้านพุกามใช่เลย) ชอบท่อนนี้ Was it just my imagination/ that we had a chemistry และแค่นี้ก็ทำให้ฟังเป็นสิบ ๆ ครั้งได้แล้ว
By Your Side / Irene
ชอบท่อนนี้ I could never make it alone/ I always want to be by your side/ I’ve been lost but i believe in you/ won’t you see me through oh-oh ซึ่งจริง ๆ มันชีซซี่มาก ๆ แต่ก็ยังชอบบ้านแต่ดูจริงใจและจริงจัง เวลาร้องตะโกนตอนรถติดแบบหายเครียด แต่ก็นั่นแหละ ไม่ได้ฟังมานาน หลังจากที่ขึ้นไฟฟ้าทั้งหลายไปทำงาน
Get Sexy+About A Girl/ Sugarbabes
ฟังแล้วคึกตอนขับรถ โดยเฉพาะเพลงแรกที่ทำให้คิดถึงญาติ ๆ ตอนที่กลับจากกินข้าวเย็นด้วยกัน เด็ก ๆ นั่งบ้า ๆ กันหมด โดยที่มีอีฉันคนขับรถเป็นพี่สาวใหญ่ ซึ่งจังหวะให้เป็นแบบนั้นอีกก็คงไม่มี โดยเฉพาะการมารวมตัวกันได้ และก็เลยทำให้เป็นจุดรำลึกและเริ่มต้นที่ดีกับเพลงต่อมาหลังจากฟังไปสักพัก และก็ต่อเนื่องไปถึงเพลงหลังด้วย
Walking on Sunshine/ Dea
ฟังแล้วอารมณ์ดีคึกคักได้ ตามที่รู้กันว่ามิ้งเป็นคนชอบเพลงรักสมหวัง และท่อนที่ชอบที่สุดก็คงเป็นเหมือนหลาย ๆ คน ก็คือ I used to think maybe you loved me, now baby I'm sure/ And I just can't wait till the day when you knock on my door ฟังแล้วคึกได้จริง ๆ
Watermelon/ D.Willz
เพลงแร๊พบ้า ๆ บอ ๆ ที่ปัจจุบันฟังกี่รอบก็ยังฟังไม่ออก ได้แค่ท่อนนี้ Watermelon/ got it juicy like a watermelon แต่คาดว่าเอ็กซ์เซ็กซ์เซ็กซ์เต็มที่ แต่เวลาร้องก็ขำ ๆ สนุก ๆ ดี
Billionaire/ Travie Mccoy
ฟังครั้งแรกก็ชอบแล้ว ตามประสาคนชอบจังหวะดนตรีบ้าน ๆ ง่าย ๆ ผสมกับเนื้อเพลงบ้า ๆ บอ ๆ ไม่ว่าจะถ่ายรูปขึ้นปก Forbes กับ Oprah และราชินีอังกฤษ เล่นบาสฯ กับประธานาธิบดี และอื่น ๆ โดยเฉพาะท่อนที่ว่าจะไปเยี่ยมแถวพายุคาทริน่าถล่ม และช่วยให้ดีกว่า FEMA ทำ (I’d probably visit where Katrina hit/ And damn sure do a lot more than FEMA did) ฟังอย่างไรก็ขำ และอารมณ์ดีได้อยู่คนเดียว พูดได้ว่า ทั้งหลายทั้งปวงคิดวางแผน (หรือที่เขียนให้ถูกว่า "ฝัน") ไว้แล้ว แต่พอฟังไปนาน ๆ โดยเฉพาะใกล้ปลายปี ก็เริ่มอินขึ้นเรื่อย ๆ เพราะอยากอยู่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการใช้ง่ายและหาเงินในชีวิต I wanna be a billionaire so fricking bad จริง ๆ !!!
นอกเหนือจากเพลงฝรั่งมังค่า การที่เริ่มเรียนภาษาจีนทำให้ขวนขวายหาเพลงป็อปจีนมาฟังเพื่อฝึกภาษา (ซึ่งจะพูดให้ถูกและตรงก็คือไปเค้นคอครูจีนขอเพลงมา) นอกเหนือไปจากการที่เพลงป็อปจีนมักเป็น acoustic เสียงใส ๆ ที่ถูกใจถูกสไตล์ และในบรรดา เพลงที่ฟังบ่อยที่สุด ก็คือ สองเพลงนี้
你的影子/ ??
เพลงแรกที่ฟังจากบรรดา 80 เพลงที่ได้รับโหลดมา และก็เป็นเพลงที่ฟังแล้วก็ชอบได้ทันที (และเห็นหน้าครูหลอนมา) แม้จะจับได้แค่ว่าเป็นเพลงอกหักก็ตาม และถึงจะรู้เนื้อก็ยังชอบอยู่ดี想念你我的心不能自已/ 看见你每一次不能呼吸/ 喜欢你让我生命拥有了意义 เห็นทุกครั้งก็ถึงกับหายใจไม่ออก เพราะว่าชอบเธอมาก เฮ้อ ถึงจะดูว่าเกินจริง แต่บางครั้งก็มีความรู้สึกเช่นนั้นได้ เมื่ออารมณ์ส่งปฏิกิริยาไปถึงร่างกาย
静静听/ 冉冉
ชอบทำนองฉ่ำๆ ช้า ๆ แบบ acoustic ผสมกับเสียงใส ๆ เนิบ ๆ ของนักร้องสาว โดนเฉพาะเมื่อรู้เนื้อ (เหมือนว่า) สาวเจ้าจะเป็นพวกชอบเล่นแผลง ๆ เป็นเด็ก ๆ แต่ผู้ชายก็ยังบอกว่าน่ารักและชอบสิ่งที่เธอทำอยู่ดี ส่วนหนึ่ง รู้สึกว่าเป็นเพลงของตัวเองด้วยพฤติกรรมบ้าบอเกินวัย และอีกฝ่ายก็ยังรับได้ คิดไปเอง และก็ยังคิดไปเองอยู่ดี我的淘气有点点坏/ 可是你 总说我/ 这样的我好可爱but you always praise me lovely/ and keep the smile alive ก็ไม่รู้ว่าหลังจากนี้ (ปลายเดือนก.พ.) ทุกอย่างจะเหมือนเดิมหรือเปล่า
อัลบั้มที่ฟังบ่อยที่สุด ชอบที่สุด และดีที่สุดที่ได้ฟังของปี ยกให้ My Bossa Nova ของ Sitti Navarro (2007) จริง ๆ ชอบเกือบทุกเพลง และฟังได้ตลอดเวลาไม่มีเบื่อหน่ายแต่ประการใด ขับรถปวดหัวคิดไม่ออกบอกไม่ถูกก็กลับมาที่อัลบั้มนี้เท่านั้น รักที่สุดจริง ๆ
เพลงช่วงอกหัก 2011
-freaking hell period-
Garbo Goodbye
I’m Not In Love
The Best You Never Had
Almost Over You
Meet Me Half Way
Missing You
Life Is Sweet and Amazing /Sugarbabes
I Wish You Love
-bounce back period-
Only Girl
-let go/toyfriend period-
Toyfriend
Tonight (I'm Lovin' You) /Enrique Iglesias Feat. Ludacris & DJ Frank E
Animal
Just A Dream
-no thank you songs –
incl. Sitti’s My Bossanova album
Mr.Watson/ Kesha
สรุปว่าตอนนี้เพลงไหนก็เอาไปโยงได้
No comments:
Post a Comment