ความผูกพันกับการจากลา (2): ความเห็นแก่ตัวของมิ้ง
**ชื่อเรื่องเต็ม ๆ น่าจะเป็น ความผูกพันกับการจากลา: ความเห็นแก่ตัวของมิ้ง และที่สำคัญที่สุด ความวิตกจริตแบบโลกถล่มของมิ้ง
มิ้งก็รู้หรอกนะว่าตอนนี้ทุกคนกำลังเศร้าและใจหายที่มิ้งหายไปจากที่ทำงาน แต่อีกไม่นาน ทุกคนก็จะทำใจและปรับตัวตามสภาวะปัจจัยที่จะต้องเป็นไป ทั้งนี้ มนุษย์เป็นสัตว์ที่ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและสภาวะการณ์ใหม่ ๆ ได้เสมอ เมื่อมีเหตุการณ์ใดเปลี่ยนแปลงไป เบื้องแรก มนุษย์เราอาจจะสับสนงุนงงกับการตั้งรับสิ่งแปลกปลอมนั้น ๆ แต่ไม่นาน เราก็จะเริ่มชิน และหาทางรับมือกับสิ่งนั้นได้
ตอนที่พี่ ๆ ที่ทำงานของมิ้งกำลังปรับตัวเข้ากับสภาวะใหม่ - สภาพแวดล้อมที่ปราศจากมิ้ง - และไม่ช้าไม่นาน มิ้งก็จะไม่ใช่สิ่งจำเป็น สำคัญ และมิ้งก็จะถูกลืมในที่สุด ตามสภาพ normalisation หรือการปรับสู่สภาวะปกติ และวลีที่ว่า soon will be forgotten ก็เป็นสิ่งที่ติดอยู่ในสมองมิ้งตั้งแต่ก่อนออกมา โต๊ะที่มิ้งเคยนั่งก็จะมีคนมาแทนที่ งานที่มิ้งทำก็จะมีคนอื่นมารับผิดชอบแทน คนที่มิ้งสนิทด้วยก็จะมีคนอื่นที่สนิทกว่ามาอยู่ด้วย ยิ่งคิด ทั้งหมดทำให้มิ้งเริ่มเศร้า และร่ำ ๆ จะนั่งร้องไห้หดหู่อยู่มุมห้องแล้ว
แต่จริง ๆ แล้ว มิ้งก็คงลืมมองย้อนไปอีกด้านหนึ่งเช่นกัน การที่มิ้งไม่อยากถูกละเลยหรือถูกลืมนั้น เป็นธรรมชาติประการหนึ่งของมนุษย์นั่นเอง คนทุกคนต้องการความรัก ทั้งที่จะถูกรักและรักคนอื่น สิ่งนี้สะท้อนได้ว่า มิ้งก็ไม่ต่างจากมนุษย์ทั่วไป มิ้งต้องการที่จะเป็นที่รัก ต้องการเป็นคนสำคัญ ทั้งนี้
เพียงแค่มิ้งไม่อยากให้พี่ ๆ ที่มิ้งรักใคร่ผูกพันทั้งหลายลืมมิ้ง มิ้งกลับกลายเป็นคนที่เห็นแก่ตัว อยากผูกเหนี่ยวรั้งเค้าไว้กับมิ้งตลอดไป ไม่อยากให้ใครสักคนเริ่มต้นใหม่ได้ หรืออยู่ได้เองโดยไม่มีมิ้ง ทั้ง ๆ ที่เราทุกคนก็ต้องก้าวไปข้างหน้า และเติบโตต่อไป แทนที่จะถอยหลังหรือถูกผูกมัดจากอดีต สิ่งเหล่านี้ ทำให้มิ้งเริ่มคิดได้ และเริ่มปล่อยวาง ที่สำคัญที่สุด การที่จะมองว่าพวกเขาจะลืมมิ้ง หรือจะไม่เห็นความสำคัญของมิ้งอีกต่อไป ก็เป็นการประมาทและถึงขั้นหมิ่นน้ำใจของคนรอบข้างมิ้งมากทีเดียว การที่เรารู้จักกัน และเริ่มต้นผูกพันกันใช้เวลาเนิ่นนาน การลาจากที่เกิดจากการไม่ได้อยู่ร่วมกันในที่ทำงาน ไม่สามารถทำลายสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่กลายเป็นสิ่งที่ทวีความสำคัญเมื่อเวลาดำเนินไปได้เป็นแน่ อาทิตย์ที่แล้ว มิ้งยังพูดอยู่เองว่า ”การพบกัน และการจากลา ก็ทำให้เรามีความทรงจำต่อกันและหลายสิ่งที่เราเคยละเลยก็จะกลับเป็นมีความสำคัญขึ้นได้มาเมื่อเราระลึกถึงกัน และเมื่อเรารำลึกถึงช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกัน” แล้วเหตุนี้ ทำไมมิ้งถึงต้องกลัวว่าทุกคนจะลืมมิ้ง หรือไม่เห็นมิ้งเป็นคนสำคัญไปได้กันเล่า?
1 comment:
พซ ขา
จริง ๆ มันก็เป็นความรู้สึกแบบที่ พซ พูดมาทั้งหมดนะคะ
แต่จริง ๆ มิ้งมีนิสัยเสียอยู่อย่าง คือ มิ้งผูกพันยาก หากเมื่อมิ้งผูกพันรักใคร่ใครสักคนก็ทำให้ความรู้สึกนั้นมากมายกว่าที่ควรจะเป็นไปด้วย สิ่งที่มิ้งเป็นจริง ๆ ก็คงมิ้งรู้สึกเหงา และกลัวที่จะเปลี่ยนแปลงมังคะ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่า มันก็ไม่ใช่จุดจบหรือจุดสิ้นสุดอย่างใด เราไม่ได้ตายจากกัน หากแค่ไม่ได้อยู่ร่วมกัน ใช่เวลาด้วยกันมากมายเหมือนเดิม ก็เท่านั้น แต่ลึก ๆ มิ้งก็กลัวว่ามันจะจบ จะไม่เหมือนเดิม เฮ้อออ
ความรู้สึกตอนที่ พี่ ๆ ในสายงานรู้ ก็คงไม่แตกต่างกันมังคะ พี่คนหนึ่งที่มิ้งสนิทมาก ถามมิ้งว่าจะออกจริง ๆ เหรอ ทุกวัน วันละหลาย ๆ ครั้ง ตั้งแต่ตอนที่รู้ว่ามิ้งยื่นใบลาออกแล้วจนกระทั่งวันที่ออก (เป็นเดือนเชียวล่ะ) แล้วมิ้งก็ตอบอะไรไม่ได้จริง ๆ มิ้งชอบที่ พซ บอกว่า “เพราะเรามีทางเดินที่เราต้องก้าวไปข้างหน้า ช่วงเวลาแห่งความสุขเราสามารถหยุดลงไว้ในใจของเราได้ที่ตรงนี้ แต่ชีวิตของเราหยุดไม่ได้” จริง ๆ นะคะ
Post a Comment