มิ้งกิ โกอิ้งตาก
และแล้ว โปรแกรมหรูอลังการของพระมาร (ดา) ก็มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เนื่องจากว่าคุณแม่ขาขาเจ็บจะให้ไประหกระเหินเดินอยู่ที่นครวัดก็ไม่งาม ทั้งนี้และทั้งนั้น เราก็เลยเปลี่ยนวันและสถานที่เดินทางไปลอยกระทงที่ตากกันแทน เที่ยวเมืองไทย ใช้ของไทย เพื่อประเทศไทย และเพื่อสนองนโยบาย Unseen Thailand ประเทศไทยจงเจริญ Viva Thailand!!!!
ออกเดินทางกันตอน 9 โมงเช้า แต่ก็ต้องสารภาพว่ากำลังติดเกมอย่างหนัก เพราะรู้ว่าต้องเดินทางนาน ประกอบกับต้องห่างคอมที่รักไปหลายวัน (2-3 วันอันที่จริง) ทำให้คนสมองน้อยอย่างหนูคิดยุทธวิธีเล่นมันถึงเช้าแล้วค่อยไปนอนในรถขึ้นมา แต่พอทำจริง ๆ เกิดคุมไม่อยู่ ทำให้กว่าจะเลิกก็ช้ากว่าที่คิดไปมาก ก็คือ เกือบ 7 โมง ตอนแม่มาปลุกตอนเกือบ 9 โมงน่ะ เอ๋อจริง ๆ แม่เดินมาหน้าเตียงแล้วบอกเราว่า จะ 9 โมงแล้ว ทีนี้ไอ้สมองที่ยังไม่ทำงานดีก็งง ๆ แม่มาบอกเวลาหนูทำไมคะ กับอีกอย่างหนึ่ง เพราะเกมที่เล่น มันมีเวทย์มนต์ประเภทใช้ไฟ หรือไม่ก็น้ำแข็งไล่ฆ่าสัตว์ประหลาด เกือบจะเอ่ยปากถามแม่ไปแล้ว ว่าแม่จะใช้ไฟหรือน้ำแข็งคะ สงสัยว่าเล่นเกมหนักไปจริง ๆ แฮะ
รีบอาบน้ำ สระผม ซึ่งจะบอกว่าลืมตาไม่ขึ้นมาก แสบตาสุด ๆ ทั้งจากการนั่งหน้าจอ และการนอนน้อย ดิฉันก็เบลอ ๆ ลากกระเป๋าไปหน้าบ้าน พอขึ้นรถก็ถึงกับกรี๊ดด ป้า ๆ เอาของไปเยอะมาก ๆๆๆๆๆ และหนูก็เลยต้องนั่งจุมปุ๊กอยู่กับของด้านหลัง ทั้งนี้ เกิดจากพยายามทำตัวเสียสละเป็นเด็กดี และประด็นแฝงอีกประการก็คือ เอาวะ ฉัน (กู) จะได้หลับ ๆๆๆๆ แต่ทว่า ผลจากการสระผมก็ทำให้สมองตื่น (แม้ว่าร่างกายจะอยากหลับแทบขาดใจ) ทำอย่างไรก็ไม่หลับ เอาหน้าซุกหมอนก็แล้ว พยายามพิงหน้าต่างก็แล้ว ตาก็ยังแข็งอยู่ดี แล้วกล่องโฟมที่บุพการีทั้งหลายใส่ของก็ส่งเสียงอี๊ดอ๊าดหน้ารำคาญ กรี๊ดดด พยายามทุกอย่างก็ไม่หยุดส่งเสียง พยายามแทบตายก็ไม่หลับ มาตาปีย์ก็เริ่มวีนขึ้นเรื่อย ๆ และคุณป๋าก็เลยอุตส่าห์มานั่งข้างหลังเป็นเพื่อน น่ารักจริง ๆ นังเด็กขี้โมโหอย่างฉันก็เลยสงบจิตสงบใจลงได้
แม้จะกรี๊ดดว่าป้าขา ป้า ๆ ขนของทั้งบ้านมาทำไม แต่มิช้ามินาน อิฉันก็เริ่มเห็นประโยชน์จากของในกองสมบัติของป้าทีละอย่าง สักพัก ป้าคนหนึ่ง (จากจำนวนหลายป้า) ก็ถามว่าหิวไหม แล้วก็เอาหมูเค็มอร่อยมากกับข้าวเหนียวมาให้เรากิน ฮ่าฮ่าฮ่า ป้าขา ป้าทำถู๊กถูกค่ะ หนูอารมณ์ดีขึ้นมาสุด ๆ เลย แถมเพราะพ่อมานั่งด้วย ก็เลยมีพ่อนั่งฉีกและป้อนหมูเป็นชิ้น ๆ ให้อีก มือไม่เปื้อนแม้แต่นิดเดียว อารมณ์ดีมีความสุขค่า
นั่งเคี้ยวหมูกับข้างเหนียวตุ้ย ๆ สักพัก แล้วก็อิ่ม ว่าแต่ว่า ผ่านไปไม่นาน หนูก็เริ่มเบื่ออีกแล้ว เบื่อ ๆๆๆๆ พ่อที่บอกว่ามานั่งเป็นเพื่อนก็หลับไปเสียแล้ว อีก 6 ชั่วโมงจะถึงตาก แล้วกูจะทำอย่างไร โฮโฮโฮ ดูทิวทัศน์ที่ผ่านไปก็ได้ ดูไปเรื่อย ๆ เหม่อ ๆ เบลอ ๆ สักพัก เราก็ไปถึงสิงห์บุรีจุดแวะทานอาหารเที่ยงซะที
ทุกครั้งที่มาจะเป็นเวลาเย็น และหนูก็จะอุตสาหะเดินจาก ร้านรุ่งโภชนา ไปตลาดเพื่อซื้อการ์ตูน (อุตสาหะจริง ๆ ) และซื้อขนมนึ่งอร่อยมาก ๆๆๆๆๆ อย่างสอดไส้ กล้วย ตาก ฟักทอง มาให้ป้า ๆ ทุกที (จริง ๆ แล้วเรื่องนี้เกิดจากความอยากเอาหน้า เพราะมีอยู่ครั้งหนึ่ง ต้องรออาหารนาน และก็ไม่หิวเลย ก็เลยเดินไปเรื่อย ๆ จนถึงตลาด แล้วก็ได้เจอขนมหน้าตาเข้าทีก็เลยซื้อมาฝากแม่ซึ่งชอบขนมแบบนี้มาก และปรากฏว่าทุกคนในคณะชอบ ก็เลยเกิดกลายเป็นวิถีปฏิบัติของมาตาปีย์ไป ส่วนการ์ตูน เพราะต้องเดินไปไกลมาก จะซื้อขนมอย่างเดียวก็กระไร ก็เลยต้องหาอย่างอื่นเพื่อลดค่าเดินทางด้วย) ซึ่งอยู่ไกลมาก
---- เมื่อยแล้ว ขอจบ vol. 1 แค่นี้ มีคำถามว่าจะให้เล่าเกี่ยวกับอาหารในแต่ละมื้อด้วยไหมคะ เสียดายที่พออาหารมา ทุกคนก็มัวแต่หิวโซจนไม่ได้ถ่ายรูปไว้เลย ^^”
ปล. ตอนนี้ไม่ขำเลย โฮโฮโฮโฮฮฮฮฮฮฮฮฮ
No comments:
Post a Comment