มิ้งกับความบ้ามาก ๆ ครั้งใหม่
กรี๊ดด พ่อแม่พี่น้องที่เคารพทุกคน
มาตาปีย์เกิดอาการติดขึ้นมาอีกแล้วเจ้าค่ะ แล้วคนที่รู้จักอิฉันดีก็คงรู้กันว่าเวลา “ติด” อะไรขึ้นมา นังนี่จะบ้าได้ขนาดไหน เฮ้ออ... อยู่ดีไม่ว่าดี ตอนไปอังกฤษไปสำรวจตลาดในร้านหนังสือ แล้วก็พานเหลือบไปเห็น The Magicians’ Guild หนังสือแฟนตาซีแนะนำที่ร้าน Waterstone’s ภูมิใจเสนอ หยิบมาดู อ๊ะ ปกสวย เรื่องย่อก็ดูจะสนุกเก๋ อย่ากระนั้นเลยย แวะเวียนอยู่สักพัก มิ้งกิก็ได้หนังสือถูกใจมาสี่ห้าเล่ม แน่ใจได้เลยว่า The Magician’s Guild ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย
กลางดึกคืนนั้น อ่านสักหน่อยดีกว่า .. และแล้ว มิ้งก็ลงมืออ่านอย่างเมามัน และมุ่งมัน ทุกคืนที่ไปนอนไม่เกินเที่ยงคืนตลอด และแล้ว .. มิ้งก็เริ่มหลุดเวลาที่กำหนดไว้ของตัวเอง กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ตีสามแล้ว กรี๊ดดด
คืนต่อมา มิ้งยังไม่เข็ด ตีสามอีกเช่นเคย
คืนที่สาม เพื่อให้จบเล่ม รู้ตัวอีกที่ก็ตีสี่กว่า กรี๊ดดดด
วันต่อมา กลายเป็นหมีแพนด้า ฟ ที่รัก ถามว่า นอนกี่โมง คำถามคลาสิกที่ทั้งบ้านชอบมีกับมิ้ง และก็เป็นอีกครั้งเช่นเคยที่มิ้งไม่กล้าตอบ เบื้องหลังน้องฟินน์ พระมาร (ดา) กำลังจ้องมิ้งอยู่เช่นกัน และก็ไปล้างหน้าส่องกระจกในห้องน้ำ โอ้ เป็นแพนด้าที่น่ากลัวมากก ตาโหลดำคล้ำยิ่งกว่าที่คิดไปโข แล้วก็ไม่มีแรงทำอะไรด้วย เพราะเพิ่งนอนไม่กี่ชั่วโมงเลย แต่ไม่กล้าทำตัวเนือยและเหนื่อยให้แม่และน้องกล่าวหาอะไรได้ กรรมออนไลน์จริง ๆ เร็วกว่าสั่งพิซซ่าอีก
หลังจากนั้น วันต่อมาจะต้องกลับบ้านแล้ว แต่นี่ The Magician’s Guild เป็นหนังสือเล่มแรกของชุด The Black Magician Trilogy นี่นา ไม่ได้การ เข้าเนทไปดูโดยด่วน อ๊ะ แล้วก็พบความจริงอันโหดร้าย โฮโออ เล่มที่มิ้งซื้อเป็น newly-printed edition เพิ่งออกเดือน sep ที่ผ่านมา แล้วก็อีก 2 เล่มจะทยอยออกมาเดือน ตุลา และ พฤศจิกา ตามลำดับ
ทำไงดีคะ ... อยากอ่าน แต่ก็อยากเก็บชุดเดียวกัน
(คนที่รู้จักมิ้งดี ก็คงจะเข้าใจอารมณ์เก็บเป็น set, สร้าง collection ของมิ้งได้)
นิ่งค้างกับความจริงที่โหดร้ายหน้าคอมสักพัก แล้วมิ้งก็ตัดใจได้ เอาวะ ก็ไปซื้ออีก 2 เล่ม เป็นพิมพ์ edition เก่า แล้วพอออกใหม่ก็เก็บมันหมดให้ได้ทั้ง 2 ชุด 2 แบบก็ได้นี่
ดังนั้นแล้วมิ้งก็รีบแต่งตัว อย่างที่ไม่เคยทำเลยขณะมาเที่ยวอังกฤษครั้งนี้ ไม่เนือย ไม่เอื่อย แต่คว้ากางเกงยีนส์กับเสื้อยืดแขนยาวมาเปลี่ยน แต่งหน้า พันคอลวก ๆ แล้วก็หยิบกระเป๋าหน้าตารีบบบวิ่งออกจากห้องไป โดยบอกน้องรักเพียงสั้น ๆ ว่า .. เดี๋ยวมานะ …
แต่ก็นั่นแหละ 20 ปีกว่าที่อยู่ด้วยกันมา ไม่ได้ทำให้ผิดหวังจริง ๆ คุณน้องเข้าใจคุณพี่และเข้าใจความบ้าที่คุณพี่เป็นอยู่และเป็นมาตลอดชีวิตดี เธอหันมาพยับหน้ารับ แล้วบอกว่า .. งั้น เดี๋ยวเจอกัน …
แล้วมิ้งก็วิ่งไปร้านหนังสือ ด้วยความเร็วที่เหมือนประหนึ่งว่า จะต้องวิ่งไปส่งวิทยานิพนธ์ให้ทัน เข้าร้านไปแล้วก็คว้าหมับที่ชั้น
ฮ่า ฮ่า ... ชะเอิงเอย ... ล้าลา.. ฮูเร ...ได้ The Novice กับ The High Lord เล่มสองและเล่มสามตามลำดับมาแล้ว ... จริงอยู่ที่เมืองไทย ร้านอย่าง Asia Book/ Bookazine หรือไม่ก็ Kino น่าจะมี แต่ใครจะไปกล้าเสี่ยงได้อ่านช้าไปล่ะ มิ้งลงแดงตายไปใครจะรับผิดชอบ
มิ้งเดินถือถุงหนังสือกลับมาอย่างอิ่มเอิบ มีความสุขเหมือนถูกโอบกอดไว้ด้วยความรักจากผืนโลกและแม่พระธรณี และแล้ว มิ้งก็เจอเพื่อน ๆ ของน้องระหว่างทาง
“พี่มิ้ง ไปไหนมาคะ”
“ไปร้านหนังสือมาค่ะ ตกลง The Magicians’ Guild ที่คุยกันวันก่อน สนุกจริง ๆ ด้วยล่ะ”
“จริงเหรอคะ”
“ค่ะ พี่ไปซื้อเล่มสองและสามมาแล้ว สนุกจริง ๆ แนะนำ ๆ”
แล้วเด็ก ๆ ทั้งสองคนก็เดินจากมิ้งไป ด้วยความตกใจเล็กน้อยที่มิ้งอ่านจบเร็วเหลือจะกล่าว แน่ล่ะ ... behind the scene มิ้งอ่านเหมือนจะสอบวันรุ่งขึ้นนี่ นอนก็แทบไม่ได้นอน
ไปเที่ยวกันอีกวัน แล้วเราก็ขึ้นเครื่องกลับบ้าน อืม นั่งเครื่อง แล้วต้องแวะไปทรานซิทที่ดูไบเหรอคะ มาตาปีย์ไม่หวั่นไหว หวาดกลัวอยู่แล้ว The Novice อยู่กระเป๋ามิ้งแล้วนี่ ... ลัล ลัล ลัล ลา
ขึ้นเครื่องปุ๊บ รัดเข็ดขัดปั๊บ มิ้งก็คว้าหนังสือที่รักยิ่งอ่าน อ่าน แล้วก็อ่าน ... โอ๊ยย ใครว่า การอ่านหนังสือเป็นการฆ่าเวลาตอนนั่งเครื่องบินไกล ๆ อย่างไฟท์บินข้ามทวีปกันคะ? ของมิ้งเนี่ย การได้อยู่บนเครื่องบินนาน ๆ ตอนนี้เป็นการประทานพรจากพระเจ้าจริง ๆ มีความสุขที่สุด ๆ ถึงขั้นเกิดกลัวว่าจะมีเวลาอ่านไม่พอด้วยซ้ำ บ้าไปแล้ว ตามแบบฉบับอีมิ้งจริง ๆ พอเปลี่ยนเครื่องที่ดูไบ เพราะเช้ามาก เกือบทุกคนขึ้นเครื่องก็หลับกันไป แต่อ๊ะ มิ้งจะหลับดีไหมคะ
ก. ดี หลับเลย เพราะก่อนหน้านี้มิ้งก็แทบไม่ได้นอน
ข. ไม่หลับหรอก ไม่หลับแน่ ๆ อ่านหนังสือต่อไปมากกว่า
ค. หลับมั่ง ไม่หลับมั่ง ถ้าไม่หลับ ก็คว้าหนังสือมาอ่านต่อ
ตอบข้อไหนดีน้า? นั่นแหละ มิ้งว่ามิ้งคงไม่ต้องเฉลยนะ สจ๊วตเดินมากี่ครั้ง แอร์ผ่านไปกี่หน มิ้งและหนังสือในมือก็ยังอยู่คู่กัน จนสัก 3 ชั่วโมงก่อนเครื่องจะลงนั่นแหละ ที่มิ้งขอตามใจสังขารแล้วหลับพับไป
ตื่นมา เหลืออีกชั่วโมงเครื่องจะลง มิ้งก็รีบ ๆ กระหายอ่านต่อ แล้วพอเครื่องลง ที่บ้านมารับ เราก็ไปกินข้าวกันต่อ นั่งไป มิ้งก็เริ่มเบลอ ๆ ตัวโยก ๆ กลายเป็นจิงโจ้อีกครั้ง สงสัยอาการเหนื่อยและ jet lag จะถามหามาตาปีย์เสียแล้ว กลับบ้านมิ้งจะอาบน้ำสบาย ๆ แล้วนอน!
แต่พอกลับบ้าน คุ้ยของสักพัก the same old irresistible and addictive feeling ก็กลับมา มิ้งถูก charm and spell ของหนังสือเล่นงานหนักซะแล้วเจ้าค่ะ คืนนั้น มิ้งอ่าน the Notice จนจบใกล้เช้า ๆ แล้วหลังจากนั้น คิดว่าจะนอนได้เหรอ อ่าน The High Lord ต่อสิคะ!
จริง ๆ ฟัง ๆ ดู speed อ่าน the Notice ต่ำมาก ๆ เลยนะ ก็แน่สิ สภาพที่ย้ายจากโต๊ะเขียนหนังสือมานั่งอ่านที่เตียง ก่อนจะกลายเป็นนอนอ่านน่ะ กินความได้ทุกอย่างแล้ว พออ่าน The High Lord ได้อีกเกือบครึ่งเล่ม บ่ายโมงกว่า ๆ ก็รู้ตัวอย่างไม่ยอมรับว่า คงไปไม่จบแน่ ๆ นอนก่อนดีกว่า
แล้วมิ้งก็หลับพับไป ตื่นมาอีกที อาบน้ำ กินข้าว แล้วมิ้งก็ดื่มด่ำกับ the journey ของมิ้งต่อ รวม 2วัน 2 คืนโดยประมาณ แต่นะคะ หนังสือจบแล้ว คิดว่ามิ้งจะคลายหายจากอาการเป็นทาสได้เหรอคะ
มิ้งยังบ้าอยู่ .......... และก็บ้าหนักด้วย โฮโฮ พ่อขา แม่ขา มิ้งเป็นบ้าไปแล้ว .............. อยากอ่านอีก อยากอ่านต่อ ลงแดง แต่พอเอามาอ่านใหม่ ก็ยิ่งติด โฮโฮ กรี๊ดดด
มิ้งเกิดอาการบ้าเป็นระยะ ๆ เช่นนี้ โอ๊ยย จบแล้วเหรอ ไม่นะ ไม่ อย่าจบนะ จบได้ยังไงกัน มิ้งยังไม่หายอยากอ่านเลย โฮโฮ ฮือ อย่ามาทำแบบนี้กับมิ้งสิคะ อยากอ่านเล่ม 4 นี่นา โฮโฮ ไม่ยอมมม จะอ่านเล่มสี่ๆๆๆๆๆ
“อ้าว มีเล่ม 4 ด้วยเหรอ” มีเสียงถามมาจากคนในบ้านที่เห็นมิ้งคร่ำครวญทุรนทุราย เป็นบ้าอยู่คนเดียว
“ไม่มี” มิ้งบอกไป
“อ้าว ...”
“ก็มันเป็น trilogy นี่นา จะให้มีเล่มสี่ได้ยังไงล่ะ”
“แล้วมาโวยวายทำไม” ผู้เคราะห์ร้ายยังไม่คลายความสงสัยไปได้ง่าย ๆ
“ก็อยากอ่านนี่นา”
ใช่แล้ว อยากอ่าน จะอ่านเล่มสี่ ๆๆ จะอ่าน ๆๆ แล้วมิ้งก็พลันนึกได้ ’เทพมารสะท้านภพ’ กำลังภายในที่พ่อกะมิ้งอ่านมีถึง 16 เล่ม ก่อนหน้านั้นอ่านมังกรคู่ ก็ 21 เล่มจบ ทำไม The Black Magician ของหนูมีแค่ 3 ค้า โฮโฮ
หรือมิ้งจะพยายามติดต่อแปลเป็นภาษาไทยเพื่อถ่ายทอดความดื่มด่ำนี้ ไปสู่เพื่อนคนอ่านชาวไทยดีค้า เหอเหอ เหอ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด อยากอ่าน ก็ได้ให้อยู่ด้วยกันให้บ้าไปเลย ตอนนี้บางส่วนก็เกือบ ๆ จะ learn memorise by heart แล้ว!!!!!!!!!
จบดีกว่า บ้าไปมากแล้ว
* The Black Magician Trilogy โดย Trudi Canavan
1 comment:
อืม ไม่เชิงแนะนำนะคะ เป็นการเล่าเรื่องให้ฟังมากกว่า ตามแบบการมี blogpsot คือการเล่าเรื่องของตัวเองแบบกำหนด theme (คือกึ่งเป็น diary ประสบการณ์ชีวิตแบบมีหัวเรื่องมากกว่าจะเป็นตามวัน) แล้วเรื่องนี้ก็เล่าเพราะอยากเล่าว่ากำลัง "บ้า" อะไรอยู่
แต่ปัจจุบันก็คลายหายบ้าไปแล้วล่ะค่ะ ไปติดอย่างอื่นเรื่องอื่นแทน
ปล. เขียนจดหมายยาวเหยียดมากๆๆๆ ไปหาคนเขียนด้วยล่ะ TT
Post a Comment