เหตุเกิด ณ งานสัปดาห์หนังสือ (งกเห็น ๆ)
เหตุเกิด ณ งานสัปดาห์หนังสือ (งกเห็น ๆ)
ทั้ง ๆ ที่ว่าจะไปตามหานิยายแฟนตาซีเก๋ ๆ สักเล่มที่คิโนะ เอ็มโพเรียม แต่ก็จับพลัดจับพลูไปงานสัปดาห์หนังสือมาเมื่อวานจนได้ ดังที่ร้ ๆ กันว่ากำลังบ้า บ้า บ้า Black Magician สุดชีวิตสุดฤทธิ์สุดเดช มาตาปีย์นั้นก็เลยตั้งเป้าว่าจะดูแค่ Asia Books กับ Bookazine เท่านั้น ดูแค่หนังสือแฟนตาซีแล้วก็จะห้อแรดไปเอ็มโพเรียมต่อ ถึงขนาดที่ว่าจดที่ตั้งบู๊ทมาแล้ว แล้วก็จะมุ่งมั่นเดินทางแสวงบุญไปแค่นั้นก็พอ
เอาล่ะ เจอ Asia Books แล้ว อะไรกันนี่ มาเฉพาะ discounted books แล้วตัวคำว่า discounted books ก็ใหญ่มาก จนไม่เห็นชื่อความเป็น Asia Books เลย ถ้าไม่เห็นรูปแบบ fonts สีเขียวสุดฮิต
แล้วเมื่อพุ่งสายตาตรงไป เล่มเหลือง ๆ นั่น!!! กะ กะ กะ กรี๊ดด De Bono Code ของลุง Edward De Bono เจ้าพ่อหนังสือแนว self-help ผู้มาพร้อมกับการคิดอย่างสร้างสรรค์กำลังลดราคา เหลือ 199 เท่านั้นนน (จาก 590 บาท) นังมิ้งจอมงกก็รีบพุ่งตัวไปที่หนังสือ ชนิดว่า ใครมาแย่งกูมึงตาย! หลังจากอ่านไปสักพัก อ้าว มีตั้ง 3 เล่มนี่หว่า เกือบฆ่าใครตายไปแล้ว กู หลังจากนั้นมองไปมองมา อ๊ะ .. พวก fictions ลดเหลือเล่มละ 99 บ้าง 199 บ้างไม่ได้การ ทำการคุ้ย ๆ เพื่อหา fantasy ราคาถูกที่อาจเล็ดรอดมา แล้วก็ได้มาเล่มนึงจริง ๆ เย้ 99 บาทเท่านั้น
ข้าง ๆ กัน เป็น Bookazine โอ หนังสือแฟนตาซีเพียบ! ซื้อดีไหมคะ ซื้อดีไหมคะ แต่ยังไม่ทันทำอะไร ก็มีเสียงกรีดมาจากพนักงานที่นั่งอยู่หน้าร้าน คุณพี่เด็กแนวที่โกนหัวเก๋กำลังกรี๊ดว่า ไม่มี ไม่มี De Bono เล่มนี้เราไม่มี จับความได้สักพัก ตาก็แลไปเห็นเหล่าหนังสือลุง De Bono ที่ชั้น ก็เลยถึงบางอ้อ ว่าพี่เขามองลอดถุงมาด้วยสายตาเลเซอร์สแกน เห็นสีเหลืองแจ๋นของลุงขึ้นมา แล้วก็ไปเปรียบเทียบกะที่เค้ามีอืมมม Bookazine หนังสือลุงเยอะก็จริง แต่ไม่ลด หนูไม่ซื้อแน่ เหลือบมาดูแฟนตาซีสุกนิด ลดเหลือ 199 ต่อเล่ม แต่ก็ไม่มีเล่มที่รู้จักเลย จะงกหรือจะรอบคอบไม่เสี่ยงดีคะ อืมม คิดยากจัง เดินวนรอบร้านให้เกิดพุทธิปัญญา แต่ก็ดัน ความโลภครอบงำเป็นหนสอง ... ดันเจอ Competitive Strategies ของ Michael Poter 599 บาทเท่านั้น !!!!!!!!! ซื้อเลยสิคะ กู
เดินออกมาจากร้านอย่างงง ๆ แล้วตาก็เหลือบไปเห็นหนังสือ used ที่เก่ามาก ทั้งปีที่พิมพ์และสภาพหนังสือ แต่นั่น อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ หนังสือจากลุง Og Mandino พระเจ้าของเหล่าลูกแกะที่กำลังหลงทางนี่นา เล่มนี้ฉันยังไม่มีด้วย แทนที่จะเดินเลยผ่าน มาเจออีกเล่มนี้ก็เลยเกิดการคุ้ยจิกกองหนังสือที่อยู่บนพื้นอย่างไร้สติ คุ้ย ๆ จนพี่คนหนึ่งบอกว่า ... ดีเลยน้อง น้องคุ้ยไปนะคะ พี่ขอดูไปด้วย... แล้วในที่สุดก็ได้หนังสือลุง Og แกมาอีกเล่ม กับหนังสือ Theology and the Pegan ดีเลยค่า อ่าน Da Vinci Code แล้วปัจจุบันยังอยากรู้เกี่ยวกับ Pegan อยู่เลย แล้วก็ได้ Ecospasm มาอีกเล่ม นั่งพับเพียบเลือกจนลุกขึ้นมาแล้วเหน็บกินขาน่ะ คิดดู!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
ยังอยู่ในโซนหนังสือภาษาอังกฤษไม่ไปไหนไกล ... หนูเห็นร้าน textbook ร้านนั้นดูเก๋ไก๋ ขอเข้าไปดูในร้านได้ไหมคะ? แต่อ๊ะนั่น นั่น นั่น หนูตาฝากหรือ เข้าใจผิดคะ textbook ฉีกปกเหลือเล่มละ 20 บาทได้ยังไง???!! โอ อ่านไม่อ่าน เอามาก่อนนะคะ ก็เลยได้ Global Marketing/ Internation Trade แล้วก็ HR มาอย่างละเล่ม รวมกัน 50 บาทเท่านั้น!!!!!!!!!!!!!!!!
แล้วอะไรต่อ หลงโซซัดโซไปที่หนังสอที่สำนักพิมพ์จุฬาฯ พิมพ์ หวังว่าจะได้พักใจอย่างสงบ อ๊ะ ... เจอ คู่มือการแปลชั้นสูง ได้การล่ะค่ะ มีคนยุนักว่าถ้าบ้า Black Magician Trilogy มากนักก็ให้แปลไปเลย ก้เลย เอาน่า ซื้อมาดู เผื่อเจอเคล็ดลับเขย่าโลก .. และจะซื้อได้เล่มเดียวเหรอคะ แน่นอน ได้ วัฒนธรรมไวน์ มาอีกเล่ม
หลังจากนั้น โอ ประวัติศาสตร์โลก น่าซื้อมากก 750 เหลือ 600 แล้วก็มีเหตุการณ์ที่น่าสนใจในศตวรรษที่ 21 ของสุขภาพใจ อยากได้ อยากได้ ขณะที่กำลังกรีดอยู่ในใจ เดชะบุญ แม่ก็โทรตาม ก็เลยได้ตาลีตาเหลือกไปหาแม่ ในบันดล ขอบคุณสวรรค์ที่ช่วยหนุนส่ง ....
แม่ที่เคารพอยู่ที่ Bookazine อ๊ะ ในที่สุด สถานการณ์หนีเสือปะจระเข้ก็เกิดขึ้น กลับมาที่นี่ รู้สึกอีกมีก็ควักกระเป๋าซื้อ หนังสือ fantasy อะไรก็ไม่รู้มา 2 เล่มแล้ว ฮือฮือ .... แต่ก็ยังดี ตอนแรกว่าจะซื้อ Eragon มาด้วย เห็นตั้งแต่ตอนอยู่อังกฤษ แต่ที่ไหน ๆ ก็มีแค่เล่ม 2 ก็เลยรอดตัวไป สาธุ
นั่นแหละ หลังจากนั้น นึกว่าจะกลับบ้านแล้ว เพราะหนังสือหนักมาก แต่แม่ก็บอกว่า จะให้ฝากไปรษณีย์ส่งไป เห็นหนังสือที่หิ้วมา รู้ได้อย่างเดียวว่าคงต้องซื้อกล่องที่ใหญ่ที่สุดเป็นแน่ แต่ก็นะ .. ยัดไปแล้ว ก็ต้องดินไปเอาหนังสือแม่ที่ได้ไปฝากไว้ ณ จุดต่าง ๆ มาด้วย ..... แต่ขอโทษนะคะ อิฉันพอ unload หนังสือล็อตแรกไปได้ ก็ทำการซื้อใหม่อีกหน แถมครั้งนี้ อยู่กับแม่ ยิ่งน่ากลัวกว่าเดิมล้านเท่า
“มิ้ง ดูเล่มนี้สิ มิ้งต้องชอบแน่”
“อื้อ มิ้งก็ดูอยู่เหมือนกันเลย ... แล้วมิ้งก็ว่าเรื่องนี้หนุกนะแม่”
“ไหน ๆ “
อะไรแบบนี้ .... อิฉันยิ่งซื้อง่ายเพราะอาเจ๊อยู่ด้วย .. เสมือนหนึ่งมีผู้รับประกันมาอีกชั้นหนึ่งแล้ว เฮ้ออ แล้วก็หอบบ้าหอบบอไปที่โพสต์อีกครั้ง เห็นแล้วก็อาย พนักงาน รอบแรกก็อลัง รอบสองก็สติแตกอีกครั้ง ลังที่ว่าใหญ่ขนาดก็ไม่พอ
รู้ตัวอีกที หมดไปแล้วสามพัน โฮโฮ กรี๊ดด คือมาถึงก็กดเงินเลย เพราะว่าไม่มีเงินในกระเป๋าสักบาท กะว่าจะซื้อแค่ที่ได้อ่านจริง ๆ แล้วจะไม่เกินพันนิดหน่อยแท้ ๆ แล้วยังไงคะ หมดเกลี้ยงเลยนะสิคะ หันไปทางแม่ เจ๊หมดไปอีก สี่พัน เฮ้ออ แม่กะลูกคู่นี้ … ดีนะเนี่ยที่ไปเดินตอนเย็น ๆ ถ้าไปตั้งแต่เช้าคงหมดเป็นหมื่นได้เลย เพราะอย่างตัวมิ้งนี้เดินแค่1/4 ของชั้นแท้ ๆ ยังไม่นับชั้นอย่าง หรือ Planary Hall นะเนี่ย
อย่างไรก็ตาม งวดนี้ผีบ้า academic ก็สิงอีกตามเคย ซื้อมาแต่อะไรก็ไม่รู้ ซื้อมาเพราะงกความรู้ ทั้ง ๆ ที่อาจจะไม่ได้อ่านก็มี ซื้อมาเพราะงกเงินเห็นว่าถูกก็เยอะ งก งก และงก จริง ๆ
เฮ้ออ มีแค่ปีที่แล้วปีเดียวที่ข่มสติซื้อไปแค่ 2-3 เล่มเพื่ออ่านรอแม่ตอนแจกลายเซ็นได้แท้ ๆ
1 comment:
Seems that u r so happy na Yai Ming hahahah
Post a Comment