Thursday, October 13, 2005

มิ้งกิทัวร์ ภาคออกนอกประเทศ

บทที่ 1: เหตุเดินทาง

และแล้ว อย่างที่ได้รู้ ๆ กัน ว่าลูกชายสุดที่รักของคุณแม่ (หรือ พระมาร (ดา) ของดิฉันตามที่ได้เรียกจนติดปาก) ได้เดินทางไปเรียนต่อ ณ ประเทศอังกฤษ เดือนที่แล้ว แต่ทั้งนี้ แม่ฮะ ก็เกิดกังวลขึ้นมาว่า จะให้ลูกชายสุดที่รักย้ายมหาวิทยาลัยและย้ายเมืองดีหรือไม่ ยิ่งขึ้น ก็ยิ่งเครียด อย่างกระนั้นเลย จิกลูกอีกคนที่เหลืออยู่ที่บ้านได้แล้ว แม่ก็ลากนังเด็กนั่น (มิ้ง) ขึ้นเครื่องไป


โอ๊ยย ไม่อยากจะบอกเลยว่า ก่อนไปน่ะ ทะเลาะกับแม่กระจัดกระจายไม่เว้นวันมาก เพราะตอนแรกแม่บอกว่าจะหาน้อง (ลูกรัก) สิ้นเดือน เพื่อดูมามหา-ลัยที่ลูกชายไปอยู่ แล้วก็จะแวะเที่ยวด้วยกันก่อนที่ลูกชายจะเปิดเรียนจริง ๆ แล้วเธอก็กระชั้นเข้ามาเรื่อย ๆ เพราะสติแตกกลัวว่ามหา-ลัยที่ลูกรักเลือกไปจะไม่รุ่งไม่เกิด แล้วก็เกิดเปลี่ยนใจร่น + เร่งเวลาเดินทางเข้ามา เมื่อคิดว่าจะเปลี่ยนยู และต้องการไปดูยูอื่นให้ทันก่อนเปิดเทอม เผื่อจะเปลี่ยนใจ

แล้วดิฉันเนี่ยย …. มีงานต้องทำนะคะ จะให้เดินเข้าไปบอกที่ทำงานว่า หนูจะลาไปอังกฤษ 2 อาทิตย์นะคะ แล้วก็จบโดยเป็นการลาล่วงหน้า 2 วันกระนั้นหรือ ทำไม่ได้ หรือทำได้ก็ไม่ควร ... ใช่ไหมคะ งานที่ต้องรับผิดชอบก็มี แล้วงานที่ต้องให้คนอื่นจัดการแทนอีก ดังนั้น การจะหายไปนานถึง 2 อาทิตย์ก็ทำให้ทะเลาะกับแม่จะเป็นจะตายมารอบนึง (รอบนึงแบบมีหลายยกด้วย!!) แล้วพอเธอจะเลื่อนวันเข้ามาก็ทำให้มิ้งเกิด Death Match ถกเถียงกับแม่ขึ้นมาอีกรอบ

.... ทั้งนี้ทั้งนั้น สรุปได้ง่าย ๆ เลยว่า สู้ไม่ได้ (“แพ้”นั่นเอง) เพราะภาษีความเป็นลูกที่ต้องจ่ายมีมูลค่าและราคาสูงมากกก มาก มาก มาก เกินจะกล่าว ถ้าไม่ไป เธอก็จะโกรธ งอน น้อยใจ เสียใจ และถ้าตามไปช้า ก็ไม่ยอม ไม่ได้ ไม่ให้ สรุปว่า ก็ต้องไปตามวันที่เธอกำหนด โอ๊ยย พูดแล้ว คิดแล้วก็ยังหงุดหงิดอยู่เลย คุณเธอชอบให้เสนอทางให้เลือก เช่น “ตามไปไหมล่ะ” “ก็ได้งั้นมิ้งตามไปทีหลัง” “แต่ถ้าไปทีหลัง แม่จะต้องจ่ายค่าตั๋วแพงกว่าปกติ และ ฯลฯ” แล้วยังไงล่ะคะ เป็นเผด็จการประชาธิปไตยที่แปลว่า ดูเป็นประชาธิปไตยตรงที่สามารถมีสิทธิมีเสียงได้ แต่ก็เป็นเผด็จการเพราะไม่ยอมรับความเห็นของมิ้ง โฮโฮ เฮ้ออ รูปแบบประชาธิปไตย แต่ means นั้นไซร้เผด็จการ ก็ต้องไปกับเค้าตามที่เค้าเลือกมาแล้วแหละ

ดังนั้น ไม่อยากจะบอกเลยว่า รู้แค่ว่าไปวันไหน กลับเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ อารมณ์ตอนไปขึ้นเครื่องบินเป็นประหนึ่ง ถูกเป็ดไก่จับยัดใส่เข่งขึ้นไปบนเครื่องบินนั่นแหละ อะไรอย่างไรก็ไม่รู้

เฮ้ออ บ่นมาได้ หน้านึงแล้ว นั่นแหละ ๆ แล้วเราสองแม่ลูกก็ได้ออกเดินทางไปโดยเครื่องบินสายการบิน Emirates เพราะว่าได้ถูกกก เหตุผลเดียวที่ชัดเจนที่สุด There ain’t no such thing as a free lunch อย่างที่ลุง Milton Friedman บอกมาก็จริง แต่เราก็ทำให้มันถูกลงได้ใช่ไหมคะ Yet, we made it far cheaper! ขึ้นเครื่องไปแล้ว เกือบตี 2 พอดี มาตาปีย์ก็ได้หลับพับไป ตอนแรกว่าจะนั่งกรี๊ดกร๊าดอัพเดทฟังเพลง Euro ทั้งหลายแท้ ๆ ไม่มีใครบอกก็รู้เพราะมันย้ำเตือนชาวโลกแบบไม่ให้มีวันลืมว่า มันเรียนอิตาเลี่ยนมา ฝรั่งเศสก็เคยเรียน ดังนั้น มันก็เลยกระแดะฟังเพลงภาษาแบบนี้ รวมไปถึงสเปน เยอรมัน และอื่น ๆ เพื่อให้ความเว่อร์ของมันไม่มีวันจบสิ้น อย่างไรก็ตาม ถึงเวลาจริง ๆ หลังจากได้กรี๊ดตรวจสอบรายชื่อเพลงใหม่ ๆ เก๋ ๆ ในตลาดแล้วมันก็ถึงกับหลับไปโดยที่ยังมิทันได้ฟังเพลงทันครบ 1 ชั่วโมง อ๊ะ ก่อนหน้านั้น เหตุการณ์อีกอย่างที่ทำให้หลับพับไปเร็วกว่าปกติก็คือ นั่งเล่นเกมในเครื่องก่อนฟังเพลง แล้วไอ้เกมบ้า trivia ก็ดันเร็วมาก ๆ ประมาณว่าเครียดมาก มากสุด ๆ เพราะตอบคำถามไม่ทัน ยังไม่ทันอ่านจบมันก็เร่งให้ตอบ เล่นสักพัก สรุปได้ชัดเจนว่าถึงตอบได้ก็กดตอบไม่ทัน แถมยังต้องเล่นแข่งกับผู้โดยสารร่วมเครื่องอีก แหมมม มีการบอก seat ประจานด้วยนะเจ้าคะ ถูกความกดดันทั้งหลายทั้งสิ้นทำให้สติแตกขึ้นมา พลังงานสำรองที่มีถูกใช้- เค้นใช้-ไปเพื่อการนี้ทั้งหมด ดังนั้น อิฉันจะมีพลังงานเหลือเฟือไว้สำหรับการฟังเพลงอีกเหรอคะ ไม่เลยค่ะ ดังนั้น ดิฉันก็หลับไป

TBC – ส่วนที่ 2 จะมาต่อในเร็ววัน


'There ain't no such thing as a free lunch.'

'There ain't no such thing as a free lunch.'
'There ain't no such thing as a free lunch.'

2 comments:

jengly said...

ตอนใหม่ละจ๊ะหนู
อิอิ

Anonymous said...

มิ้งเขียนดี สนุก น่าจะทำเป็นหนังสือ แต่อยากเห็นรูปประกอบด้วย ถ้าเป็นไปได้ จะได้ช่วยในการจินตนาการ เขียนต่อไปจะเป็นกำลังใจให้นะ