Thursday, May 18, 2006

แม่สี

คุณบอกว่าเราแตกต่างกัน
และฉันก็รู้ว่าเรามีความต่างนั้น
แต่อย่างไร ฉันก็ชอบความแตกต่างนั้นอยู่ดี

หากเปรียบเป็นแม่สี
ให้คุณเป็นสีแดง
แล้วฉันเป็นสีน้ำเงิน
ถึงแม้เราจะไม่เหมือนกัน
แต่ก็เกิดความลงตัว กลายเป็นสีม่วงใหม่อยู่ดี

คุณเห็นแล้วว่า ฉันชอบความแตกต่างนั้น
ไม่ใช่มันทำเราให้แตกแยกกัน
แต่ทำให้เราได้เป็นตัวตนของเราเอง

แล้วคุณล่ะ
สีที่เพิ่มมา ทำให้คุณรู้สึกอย่างไร?

-----
สังเกตได้ว่าช่วงนี้ติดอารมณ์ตะแหน่วมานะเนี่ย *shy*

2 comments:

jengly said...

ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่รับผิดชอบ อิอิ

ming-ki said...

อืมม จริง ๆ แล้วถ้าอ่านดูจะพบว่า การที่ได้ให้ความหมายความแตกต่างที่คุณใช้ ไม่ใช่การนิยามแต่อย่างใด หากแต่เป็นการเปรียบเทียบให้เห็นถึงความแตกต่าง และอธิบายความแตกต่างนั้นด้วยแม่สี

อย่างที่คุณก็บอกมาเอง ว่า “เปรียบมันด้วยแม่สี”

และถ้าคุณจะพูดอธิบายด้วยระบบสีในเชิงฟิสิกส์เหรอคะ? อืม ทั้งนี้คุณว่าคุณ philosophise มากเกินไปแล้วล่ะทีนี้ อย่างมากที่สุดก็เป็นระบบแม่สีในเชิงศิลปะซึ่งถูกหยิบยืมมาอธิบายความแตกต่างอย่างหยาบของคนเราแต่ละคนต่างหาก

จริง ๆ แล้วก็คือพูดว่า บอกว่า เรามีความแตกต่าง และเราก็เคารพในความแตกต่างของกันและกันใช่ไหมคะ
ดังนั้น ความแตกต่างที่เราพบในอีกคนทำให้เราได้เห็นมุมมองโลก และรูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันออกไป และเพราะความพยายามเปิดใจ ความพยายามที่จะเรียนรู้ทำความเข้าใจ ใจและเวลาที่ใส่ลงไปก็ทำให้กลายเป็นเรื่องที่ดี

และถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว ถ้าวันหนึ่งเราจะเปลี่ยนไปก็ทำให้ได้ว่า เราที่ยอมรับความแตกต่างกันนั้นก็ยังยอมรับความแตกต่างใหม่ได้อยู่ดี

แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นการให้สีกลับกัน จะกลายเป็นได้ไหม ว่าการได้อยู่ร่วมกัน หล่อหลอมแต่ละฝ่ายให้กลายเป็นอีกฝ่าย เป็นการ socialisation ขึ้นมา

ถ้าอย่างนั้น การยอมรับความแตกต่างใหม่ ก็อาจจะทำได้ง่ายดายขึ้น เมื่อเรากลับเป็นสิ่งที่อีกคนเคยเป็น

หรือบางที อาจจะมีความสุขยิ่งกว่าเดิม ที่ได้มองเห็นตัวตนของตัวเองผ่านจากมุมมองของอีกฝ่าย
(ถ้าไม่ทุกข์หนักไปกว่าเดิม เสียก่อน)
--------

**จริง ๆ คุณก็รู้และเข้าใจความหมายทั้งหมดที่เขียนไป ที่คุณเขียนตอบ และที่กำลังเขียนตอบคุณไปแล้วนี่นะ เพียงแต่ว่าเอามาเล่นวิจารณ์ด้วย critical thinking ตามแบบฉบับของคุณนั่นแหละ **

--------
อย่างไรก็ดี ที่จริงแล้ว ไม่ได้อธิบายความแตกต่างหรือความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเราเองด้วยการต้องมีคนอื่นหรอกนะคะ

แต่ในความเป็นจริง การมีคนอื่นมันทำให้เราเห็นความแตกต่างชัดขึ้นจริง ๆ อย่างเช่นว่า ถ้าคุณผมยาว คุณก็ไม่รู้สึกว่าคุณผมยาว หรือยาวขนาดไหนจนกว่าจะมีคนอื่นในสังคมมาเปรียบเทียบกันใช่ไหมล่ะคะเคยเรียนว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคม และจะไม่มีการเปรียบเทียบมากมายอะไรใด ๆ จนกว่าจะเกิดการอยู่ร่วมกัน-อยู่รวมกันในสังคมเป็นหมู่เหล่าขึ้นมา

ก็นะคะ ความแตกต่างบางอย่างมันก็เกิดขึ้นได้จากการเปรียบเทียบ และการแตกต่างบางอย่างมันก็ไม่ต้องอาศัยการเปรียบเทียบตีความใด ๆ ก็ย่อมได้ อันหมายถึงว่า ถึงแม้เราจะอยู่คนเดียว ไม่ต้องมีคนอื่น เราก็เห็นความแตกต่างนั้น หรือจะเรียกว่าเป็นความเป็นเอกลักษณ์ เป็นตัวตนของเราขึ้นมาก็ได้เหมือนกัน

--------

เพราะคุณเขียนมาค่อนข้างยาว ก็ได้ย้อนกลับไปดูที่คุณเขียนอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง และก็ได้เห็นที่คุณเขียนว่าไม่ชอบความคาดเดาได้ ดังที่จะคาดเดาได้ว่า เราจะกลายเป็นสีอะไรเมื่อมาอยู่ร่วมกัน

แต่จริง ๆ อย่างที่บอกไปว่า ระบบแม่สีในเชิงศิลปะซึ่งถูกหยิบยืมมาอธิบายความแตกต่างอย่างหยาบของคนเราแต่ละคนต่างหาก

และดังนั้น เมื่อได้เอามาใช้ในบริบทนี้ ก็เป็นแค่ระบบสี มากกว่าจะเป็นแค่ระบบแม่สีจริง ๆ ซึ่งแม้จะเป็นสีแดง สีน้ำเงิน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะเกิดเป็นสีตามนั้นจริง ๆ เนื่งอจากคนเรามีความเป็นปัจเจกปลีกย่อยมากกว่านั้นเยอะนัก ดังนั้น เราอาจจะเป็นสีน้ำเงินที่ค่อนไปทางม่วง หรือแดงที่ค่อนไปทางดำก็ได้ ดังนั้น เมื่อมาผสมก็จะได้สีออกมาในลักษณะที่คาดเดาได้ยาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ 1. มีปัจจัยสีแฝงเข้ามา 2. ปริมาณสีที่ผสมกันเมื่ออยู่ร่วมกันมีสัดส่วนมากน้อยแตกต่างกันไป

ปล. อะไรก็ไม่รู้ล่ะอาจเขียนขาด ๆ เกิน ๆ เพราะรับโทรศัพท์ไปด้วย