Tuesday, May 23, 2006

ไปงานสวด




(วันนี้ขออนุญาต sentimental แบบแปลก ๆ นะคะ)




บางครั้งเมื่อไปงานศพตามมารยาทสังคม
เจ้าภาพร่ำไห้ปวดร้าวกันหน้างาน
แต่หลังงาน คนที่มางาน นั่งพนมมือระรื่นเริงร่า
ชีวิตและความเปราะบางของชีวิตคืออะไร?

-------

พลัดพรากจากคนที่รักก็เป็นทุกข์
อยู่ร่วมกับสิ่งที่ไม่ได้รักก็เป็นทุกข์


เพราะมนุษย์มีเรื่องของอารมณ์ของความรู้สึกมาเกี่ยวข้องเสมอ แต่เพราะมีอารมณ์มาก็เลยเกิดการผูกพัน การผูกใจไว้กับของสิ่งนั้นหรือคนนั้น ๆ ด้วย

-------

วันนี้ได้ไปงานสวดพระอภิธรรมของคุณพ่อของเพื่อนที่คุ้นเคยกันมานาน และก็เลยได้ข้อคิดหลายอย่างกลับมา

บางครั้ง ชีวิตคนเราก็แสนจะเปราะบางเหลือเกิน และความตายก็อยู่ใกล้เรานิดเดียว เราไม่รู้ว่าเราจะไปเมื่อไหร่ หรือคนที่เรารักใคร่ผูกพันจะจากเราไปไกลเมื่อใด และเพราะความที่เรามีเวลาอยู่ด้วยกันเหลือเฟือ เหลือล้นจนเราอาจจะหลงลืมคุณค่า และความหมายของคนที่อยู่รอบข้างเรา

จึงจำเป็นมาก ที่เราจะต้องตระหนักถึงความผูกพันและความรักที่เรามีต่อคนเหล่านี้ และจัดสรรใช้เวลาและให้ความสำคัญกับพวกเขาเหล่านั้นอย่างพอเพียง

ห่วงใย และแสดงออกให้รู้ว่าห่วงใย

รัก และแสดงออกให้รู้ว่ารัก


อย่าเก็บไว้ในใจ อย่าให้อยู่แต่เพียงในความคิด เพราะถึงเวลาจริง ๆ วันที่จะได้แสดงความรู้สึกในใจ หรือแม้แต่พูดกล่าวคำเหล่านี้ออกมาอาจจะไม่มี และเราก็อาจจะเสียใจไปตลอดว่าไม่ได้พูด ไม่เคยได้ทำอย่างที่ควรจะทำลงไป

หากว่า ได้แสดงออกให้รู้ว่ารัก แสดงออกให้รู้ว่าห่วงใยกันและกันแล้ว ถึงแม้อีกฝ่ายจะต้องจากไปไกล แต่อย่างน้อย เราก็เคยมีเวลาที่ดีที่ได้ใช้ร่วมกัน และจะมีเวลาเช่นนั้นตลอดไป

คนที่จากเราไป ไม่ได้แสดงว่า เขาหยุดรักเรา หรือเราหยุดรักเขาไปเมื่อไหร่ เขายังอยู่ในใจเรา และเขาก็ยังรักเราตลอดไป

.... ถึงแม้เราจะต้องจากกัน แต่อย่างน้อย เราก็มีเวลาที่ดีที่ได้ใช้ร่วมกันอย่างเต็มที่ และจะมีเวลาเช่นนั้นตลอดไป ……

-------

คุณคะ ห้ามไม่ให้คุณเสียใจ หรือบอกไม่ให้คุณเสียใจก็คงไม่ได้ ก็เลยจะขออนุญาตให้คิดถึงเวลาที่ดีที่เคยมีร่วมกันเอาไว้นะคะ รำลึกถึงคนที่จากไป และดูแลคนข้างหลังให้ดีนะคะ

เป็นห่วงนะคะ

No comments: