Thursday, July 15, 2004

ความใจร้ายกัดจิกของอิฉันกับ Linkin’ Park: Live in Bangkok (ตอนหลัง)

(ต่อ)

แต่ที่แน่ ๆ ป้าแน่ใจได้ว่าถึงจะถูกผลักไปข้างหน้า ดันกลับมาข้างหลังอย่างไร ป้าก็ไม่มีวันล้มแน่ เพราะคนเยอะจนไม่มีที่ให้ล้ม คิดดู แต่นะ ถ้าซวยไปถึงเคสนั้นได้จริงก็คงทำอะไรไม่ได้ นอกจากนอนนิ่งให้ถูกเหยียบ จะกรี๊ดกร๊าดร้องแรกแหกกระเฌอก็คงไม่มีมนุษย์ตนใดได้ยิน เพราะทุกคนกำลังกิ๊บก๊าบกะ Linkin’ อยู่ อาจจะรู้สึกตัวอีกที ไปโคม่าร้องไห้อยู่ในห้องไอซียูก็เป็นได้ อย่างไรก็ตาม หลัง 3 เพลงแรกก็เริ่มตั้งหลักได้ ข้างหลังเลิกดันกันแล้ว ก็เลยได้ใส่ใจกับการดู Linkin’ มากขึ้น ตอนนี้ก็ได้กระโดดขึ้น ๆ ลง ๆ บ้าง แต่นะ เฮ้ออ อุตส่าห์ใส่ผ้าใบมาเพื่อการนี้ก็มาเกิดอุปสรรคใหม่เนื่องจาก คนเยอะมาก ไม่มีที่โดด กระโดดได้สักนึง ก็เครียดขึ้นมามากกว่ามัน เพราะรู้สึกจะเหยียบเท้าคนข้างหลังไปหลายครา สลับกับการถูกเหยียบเอง กับอีกประการ เนื่องจากร้อนและคนเยอะมากกกกก (มากๆๆๆ) กระโดดไปได้แล้วก็รู้สึกว่าจุกและวูบ ตอนแรกตกใจนึกว่าเป็นเพราะป้าแก่แล้ว แต่พอเห็นคนเป็นลมเนื่องจากอากาศร้อนและการเบียดเสียดกันมาก ๆ เข้า ปัญญามันก็เกิดว่า อ๋อ จริง ๆ แล้ว การกระโดดเนี่ย มันใช้พลังงานและ oxygen มากกว่าการอยู่เฉย ๆ นี่นา ป้ายังคงใช้การได้อยู่ ก็เลยใจชื้นขึ้นมา และกระโดดเป็นพัก ๆ เท่านั้น

ต้องบอก Chester และ Mike นักร้องนำไม่ทำให้ผิดหวังจริง ๆ ทั้งสองคนร้องเพลงไปพร้อม ๆ กับการวิ่งวนไปมาบนเวที โดยที่ไม่มีอาการหอบแม้แต่นิดเดียว และทั้ง ๆ ที่ต้องปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศบ้านเราด้วย (คิดดูเดือน June บ้านเค้ายังเย็นนิด ๆ อยู่เลย) ต่างกับนักร้องวง Ebola ที่เล่นเพลงไปและหอบผ่านไมค์ให้ได้ยิน สมาชิกคนอื่นอย่าง Rob Phoenix ก็เคลื่อนไหวบนเวทีบ้างแต่ไม่เท่าสองคนแรก ส่วน Jo ก็ประจำที่ scratch แผ่นอยู่ข้างหลัง ตอนนี้มีการแอบเม๊าท์กันเล็กน้อยว่าการที่ Jo อืดผิดหูผิดตาเป็นเพราะไม่ได้ขยับมากมายเท่าไหร่เมื่อเทียบกับคนอื่น ๆ และจากการตั้งสมมติฐานนี้นำไปสู่ข้อสรุปที่ว่า ถ้าจะเล่นดนตรีทำอะไรก็ได้ โดยเฉพาะตีกลอง แต่อย่า scratch แผ่น

ตอนแรกกลัวว่า Linkin’ จะเล่นแค่เพลงจากอัลบั้มที่ 2 เท่านั้นตามสูตรการมาเล่นคอนเสิร์ตตอนมีหลาย ๆ อัลบั้ม แต่เพราะเพลงของ Linkin’ มักจะสั้นด้วยความยาวเฉลี่ยที่ 3 นาทีจึงได้ฟังเพลงจากทั้ง 2 อัลบั้ม คือ Hybrid Theory กับ Meteora เกือบหมด รวมถึงเพลงจากอัลบั้ม Remix อย่าง Reanimation ด้วย ดังนั้น เพลงคุ้นหูอย่าง in the end, somewhere I belong, crawling, one step closer, numb, breaking the habits etc ก็ถูกขนออกมาให้เหล่า admirer ฟังอย่างสนุกสนาน ตอนนี้เหล่าแฟน ๆ พากันร้องไปกับ Chester และ Mike อย่างเมามัน

ตอนนี้อีกลุ่มเด็กเปรตข้าง ๆ ก็เริ่มล้อมวงเต้นกันโดยเว้นที่ตรงกลางไว้แบบกินที่สุด ๆ และไม่สนว่าใครจะว่ายังไง พยายามจิกมันกลับไปอย่างสุภาพก็แล้ว มันก็ยังเต้นมากระแทกอิฉันอีก แล้ววิชามารก็เริ่มเกิดขึ้น พอมันเริ่มตั้งหลักจะเต้นมาข้างหลัง ป้าก็เลยแกล้งเอาข้อศอกไปกระแทกหัวมันมั่ง คอมันมั่งอย่างไม่เจตนา แบบกะว่าถ้ามันรู้สึกว่าเจ็บจะได้ไม่ขยายอาณาเขตต่อมา แต่มันคงเป็นควายเหล็กมาเกิดใหม่และหรือไม่ก็ระลึกชาติได้ว่าเคยเป็นกระซู่มาก่อน ถึงได้หนังหนาไม่มีความเจ็บปวด หันมาเต้นแกว่งแขน โยกไหล่โดนอิฉันอยู่เนือง ๆ ดังนั้น ไม้นวมก็แล้ว ไม้แข็งก็แล้ว ku ก็ตัดสินใจใช้ไม้หน้าสามสักที สังเกตเห็นอยู่นานแล้วว่าไอ้อเมริกาใต้ปากหมาเมื่อกี้ก็ยังประสบปัญหาเดียวกัน (มันทำหน้าแค้นเคืองอยู่เหมือนกัน) ก็เลยแง่ง เอามันมาเป็นพวกดีกว่า เด็กรัดสาดการทูตอย่างฉันเรียนมาจนขึ้นใจว่าหลักศัตรูหลัก ศัตรูรองเป็นไง เกือบ ๆ จะอ้าปากบอกมันมาเป็น strategic partner ว่าให้มาเป็น alliance กันแล้ว แต่อ๊ะ คำนี้มันดูการทูตกะจริงจังเว่อร์ไปหน่อย ก็เลยเปลี่ยนใจแล้วอ้าปากถามมันไปว่า จะมาช่วยกันผลักอีเวรพวกนี้กลับไปไหม มันก็ทำหน้าละเหี่ยใจแล้วบอกว่า พยายามแล้ว แต่ไม่สำเร็จ แล้วบัดนั้น อีเด็กเปรตก็กระแทก ku อีก คราวนี้ก็เลยจี๊ดแตกอย่างรุนแรง กระโดดไปอยู่กลางวงมันแล้วก็บอก my strategic partner ว่า งั้นก็มาด้วยกัน แล้วก็เริ่มต้นผลักอกใครสักคนในกลุ่ม อีฝรั่งก็ถึงกับอึ้งเอ๋อไปเล็กน้อย แต่ก็ยังมีน้ำใจอยู่ที่มาช่วยกัน แล้วทีนี้มันก็ดูเว่อร์ ๆ ขึ้นไปเรื่อย เด็กอีกคนก็เลยว่าขอโทษ ๆ พอดีกับโดนน้องมาลากคอออกไป ก็เลยจบกับการมีเรื่องแค่นี้ อานิสงค์ของการหาเรื่องคนอื่นทำให้ฟังไม่รู้เรื่องไป 2 เพลง เฮ้ออ กรรมออนไลน์จริง ๆ

น๊านนานนหลังจากนั้น Chester ก็เริ่มเล่นกะคนดู โดยการให้แฟน ๆ ร้องเพลงคนละท่อนสลับกะตัวเอง จริง ๆ ที่พวกเราร้องไปก็มีแค่เป็นเสียง like this หรอกนะ แต่คนดูก็ดูสนุกและเมามันมากเลย ยิ่งเห็นผมทรงใหม่พี่แกที่เหมือนฮิตเลอร์แล้ว ก็เลยอดคิดไปไม่ได้ว่า เหมือนท่านผู้นำกะลังร่ายสุนทรพจน์ให้เหล่าประชากรเหล่าคล้อยตามไม่มีผิด แบบพูดอะไรก็ได้ไปแล้วก็ว่ากันสรรเสริญว่า ฟูเรอร์ ๆๆๆ ไลค์ดิส กะฟูเรอร์ เวลาตะโกนอย่างบ้าคลั่งก็ไม่ต่างกันแลยนะ ไม่เชื่อลองทำดูสิ แล้ว Linkin’ เองก็ถือเป็นผู้นำสาวกของเหล่า “ลูกแกะที่หลงทาง” อยู่ด้วย อ๊ะ คิดเว่อร์ไปไกลแล้วนะเนี่ย พอดีกว่า กลับมาสนุกกะ Linkin’ Park: Live in Bangkok กันต่อ แม้จะเต้นกระจายไม่ได้ แต่เราก็ยังกรี๊ด ๆ วู๊ ๆ ได้นี่นา

ตอนนี้เพลงจากทั้ง 2 อัลบั้มถูกเล่นไปเกือบหมดแล้ว เรามาวิเคราะห์ดูกัน (ใช้คำได้กระเทยเว่อร์มาก ๆ ) ว่าเพลงที่ถูกทิ้งไปล้วนเป็นเพลงที่มีเนื้อส่วนแร๊พค่อนข้างเยอะ หรือใครคนหนึ่งระหว่างนักร้องนำทั้ง 2 ร้องคนเดียว ซึ่งก็ไม่แปลกใจอะไร การร้องแบบนี้ทำให้ไม่ได้พักหายใจมากนัก จะร้องอย่างเดียวก็ลำบากกินแรงมากแล้ว ยิ่งวิ่งไปมาอยู่บนเวทีด้วย ขืนทำไปก็คงขาดอากาศตายคาเวทีกันพอดี ไม่ต้องพูดถึงอากาศที่ร้อนมาก ๆๆๆ เลย ดังนั้น คนที่คิดว่าจะได้ฟังอย่าง forgotten, easier to run, hit the floor ก็ต้องเศร้ากันไป

3 เพลงสุดท้าย ขอสารภาพอย่างไร้ความสามารถว่า ป้าไม่ไหวแล้วจริง ๆ ไม่เคยเลยว่าจะต้องมานั่งภาวนาให้จบเร็ว ๆ แต่ไม่ไหวแล้วจริงเจ้าค่ะ ร้อนมากกกก จนอยากให้พายุเข้าจนฝนตกหนัก คุณป้าคล้ายจะขาดอากาศเป็นเฮือก ๆ ช่วงนี้ก็เลยผ่านไปโดยกลับมานึกอะไรไม่ออก อ้อ มีการเลือกคนดูจากฝูงชนไปอยู่บนเวทีกะ Linkin’ ตอนเล่น 1 เพลง ซึ่งก็เป็นคนที่ตอนแรกมันอยู่ข้าง ๆ พวกเราเอง ก็เลยได้แต่กรี๊ด ๆๆ นังน้องชายมันก็ถึงกะกรี๊ด ๆ ไปด้วยว่า ไอ้ญี่ปุ่นบ้านั่นไปถือวิสาสะทำตัวซี้กะ Chester ได้ไง เป็นสาวก Linkin’ จริง ๆ น้อง ku -_-‘’

ตอนที่เล่นเพลง in the end เรานึกว่าจบแล้ว แต่ก็ยังสบายใจที่พวกเขาเล่นกันต่อไป แต่ในที่สุดก็มาถึงตอนจบจริง ๆ ตอนนี้ สมาชิกเริ่มออกมาหน้าเวทีเพื่อขอบคุณแฟน ๆ แล้ว กรี๊ดดดในที่สุดก็ได้เห็น Jo เต็ม ๆ ไม่ผ่านเครื่องเสียง (ทำไมต้องไปนั่ง scratch แผ่น เกือบจะหลังเวทีก็ไม่รู้ พี่โจของหนู ฮือฮือ..) ซะที โฮโฮ อืดกว่าเดิมและกว่าที่คิดเยอะมาก แต่ก็ยังเดิ้นอยู่ดี แม้จะละม้ายลุงเกาหลีวัยเกือบเลยกลางคนไปทุกขณะ (คือว่า เพื่อนเกาหลีของเพื่อนหนูยังหน้าเหมือนโจยิ่งกว่าตัวโจเองซะอีก เหมือนชนิดที่ว่า.. เอ่อ คือว่า ถ้าจบคอนเสิร์ตแล้วเดี๊ยนมีพลังชีวิตเหลืออยู่เนี่ย จะแกล้งกรี๊ดกร๊าดว่าโจมาอยู่แถวนี้ได้ไงออกไปแล้ว เหมือนชนิดที่คนต้องยิ่งกว่าเชื่อแน่ แต่พระเจ้าขา วันนี้หนูทำบาปไม่ขึ้นจริง ๆ เจ้าค่ะ)

จบซะที ทำไมมีการแสดงพลุฉลองชัยกันต่อเนี่ย สวยก็สวยอยู่หรอกนะ แต่หมดกะใจจะดูความงามแล้วค่า คุณขา อิฉันยืนต่อเนื่องมา 4 ชั่วโมงกว่าแล้วนะคะ ขออิฉันหลบไปพักรักษาตัวโดยด่วนเถิดเจ้าค่ะ ก็เลยขอเดินออกมา ดูนาฬิกา 4 ทุ่ม 20 พอดี เท่ากับว่าเวลาที่ Linkin’ แสดงทั้งหมดก็คือ 1 ชั่วโมง 20 นาทีน่ะสิ มาคิดดูแล้ว เวลาเล่นสนุกชั่วโมงกว่า แต่เวลารอ 4 ชั่วโมงกว่า โอ เกิดมายังไม่เคยยืนนานต่อเนื่องไม่มีการสะ-ต๊อปขนาดนี้เลย ถ้ารู้อย่างนี้จะไปฝึกเป็นพนักงานขายของในห้างมาก่อนนะเนี่ย กะนะ ถึงเตรียมใส่ผ้าใบมายืนและกระโดดโลดเต้น (และโลดโผน) แต่เมื่อไม่ได้กระโดด แค่ค่ายืนคุณผ้าใบก็ช่วยหนูแล้ว ดีนะ ที่มีสติห่วงชีวิตมากกว่าห่วงสวยเก๋ ขอบคุณที่หนูเลือกโทนอินดี้เป็นเสื้อกล้าม กางเกงยีนพับขา และผ้าใบจริ๊งจริง (ว่าแล้วก็แอบสงสารคนที่เลือกรองเท้าปลายแหลมสูงปรี๊ดดดมา แล้วต้องถอดรองเท้าเดินหลังเลิกงาน สาธุ)

เมื่อเดินมาลานจอดรถ ก็ได้ยินเสียงเพลง Linkin’ กระหึ่มออกจากรถคันหนึ่ง แล้วพอเดินไปเรื่อย ๆ แทบทุกคันก็ทำแบบเดียวกัน แน่ใจว่าหลายคนต้องรู้สึกมันค้างอยู่แน่ ๆ หรือไม่อีกอย่าง ถ้าใจร้ายก็อยากจะบอกว่า อาจเป็นเพราะทุกคนพากันร้องตะโกนไปกับหนุ่ม ๆ Linkin’ เสียงดังสนั่นก็ได้ ทำให้ดูคล้ายว่าจะเป็นการคาราโอเกะหมู่ที่ได้ยินเสียงคนดูด้วยกันเองชัดมากเป็นพิเศษ (ตัวอย่างง่าย ๆ ดิฉันคิดว่าร้องได้ทุกเพลง แต่พอเจอท่อนแร๊พยาก ๆ เลยต้องเงียบเศร้า ขณะที่คนข้างซ้ายมือร้องได้ แล้วได้ยินมันพร่ำท่องอยู่ข้างหูพอดี!) ดังนั้น ก็เลยต้องหันมาพึ่งเทปฟังเสียง Linkin’ ให้ชัด

ก่อน Linkin’ จะมาเมืองไทย พวกป้า ๆ ลุง ๆ เคยคิดกันว่าเพราะต้องรอจนทัวร์ในอเมริกา ทำให้ต้องมาช่วงนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่เลยจุดพีคของ Linkin’ กับหมดช่วงกระตุ้นยอดขายไปแล้ว เมื่อนับจากช่วงที่ออกอัลบั้มสอง และชาวเราก็คงไม่หันไปบ้า Linkin’ อีก แต่ปรากฏว่า วันรุ่งขึ้น บรรดาญาติโยมทั้งหลายที่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าหมดยุค Linkin’ ของพวกเราแล้ว (เนื่องจากวัยที่มากขึ้น และหน้าที่การงานที่ต้องให้รับผิดชอบ สุขุมมากขึ้น) ต่างพากันหันมาฟัง Linkin’ อีกเป็นแถว เพราะยังรู้สึกสนุกไม่หาย และไม่สามารถตัดใจไปได้จริง ๆ ก็เลยถึงบางอ้อ บอกตัวเองได้ว่า ทำไมต้องเป็นช่วงนี้ เพราะความรู้สึกคลั่งไคล้ได้กลับมาอย่างรุนแรง re-peak กันอีกครั้งเป็นกราฟรูปตัวเอ็น (N) เอียง ๆ เชียวล่ะ ชนิดที่ว่าความฝันอยากไปทัวร์สวนสนุกในอเมริกาถูกแทนที่ด้วยการไปทัวร์คอนเสิร์ต Linkin’ ในอเมริกาแทน!

---- ติดค้างอยู่นานมาก กว่าจะได้จบ สังเกตคงเห็นได้ว่าภาษาต่างกันกับคราวที่แล้วไปบ้าง ขอบคุณคนที่ยังรอทุกคนนะคะ



1 comment:

Anonymous said...

post แล้วหาย ไม่รู้ว่าเมนต์ไปว่าไง

แต่เขียนยาวมั่กๆ มิน่าเล่า นก ถึงได้เหนื่อย ปวดขาในวันถัดมา

แต่ไงๆ ก็สนุกล่ะใช่ไหม อิ อิ

พจ