Friday, November 18, 2005

มิ้งกิทัวร์ ณ พม่า


และแล้ว ก็ได้ไปพม่า ประเทศที่หลงรักสุดใจขาดดิ้นอีกครั้ง … คนที่อยู่กับมิ้งมานานก็คงจะรู้ดีว่า มิ้งนั่นคลั่งไคล้ใหลหลงประเทศนี้มามากขนาดไหนจากการไปทริปมาเมื่อปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ไปคราวนี้เป็นการไปกับนาย และไปกับคณะทางการ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้คิดหรอกว่าจะได้ไป เพราะช่วงนั้นท่านต้องเดินทางหลายที่ แล้วพวกเราเหล่าเด็ก ๆ คณะทำงานก็ต้องกระจัดกระจายไปประสานงานและอำนวยความสะดวกกันไปแต่ละทริป มาตาปีย์นั้นก็คิดกับนายไว้ว่า ถ้าเลือกได้ จะขอไปรัสเซีย เพราะยังไม่เคยไป กับอีกอย่างก็คือ จะขอไปซื้อวอดก้าที่รัก อิอิ... อันหลัง ไม่ได้บอกนายหรอกนะเจ้าคะ แต่ก็นั่นแหละ ๆๆๆ อันนี้เป็นเหลุผลที่มีเพื่อพูดเล่นสนุก ๆ ขำ ๆ ก็ยังไม่เคยรัสเซียนี่นา เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ที่ท่านต้องไป ถ้าทำได้ ก็อยากไป จริง ๆ นะ อยากไปประเทศแปลก ๆ เก๋ ๆ

แต่แล้ว คู่แล้วไม่แคล้วกัน!!! มาตาปีย์ก็ได้โอกาสเดินทางไปประเทศที่รักอีกครั้ง แต่จะบอกว่า แอบเสร่อเหว๋อโง่มาก ๆ เพราะเพิ่งเกิดดวงตาเห็นธรรม มารู้ว่าพาสปอร์ตเหลือไม่ถึง 6 เดือน ไม่สามารถทำวีซ่าพม่าได้ ก็นะ ทั้ง ๆ ที่มันเหลือจริง ๆ ประมาณ 5 เดือน 22 วัน เพิ่งล้ำเส้นมาแค่ 7-8 วันเท่านั้น เฮ้อออ ..... กว่าจะรู้ตัวก็สายเกินแก้ รู้เรื่อง วันพุธ แล้วต้องเดินทางวันศุกร์นะคะ ปัจจุบัน อี-พาสปอร์ตใช้เวลาทำ 3 วันอย่างน้อย และมิ้งก็ต้องทำวีซ่าอีกวันอีก กรี๊ดดดดด จะทำอย่างไรดีคะ กรี๊ดดดดดดดดดดด ..... แอบใช้หลังระบบ บีบคอเขย่าตัวที่กรมการกงสุลย่อกระบวนการทำพาสปอร์ให้เหลือ 2 วัน ก็ได้พฤหัสเย็น แล้วต้องไปทำวีซ่าอีก 1 วัน เอาล่ะ ... ก็เลยต้องเปลี่ยนกำหนดการเดินทางไปด้วย จากที่จะไปเป็นคณะล่วงหน้า ก็เลยต้องเปลี่ยนให้พี่ที่จะไปพร้อมท่านไปตอนเช้าแทน ส่วนหนูนั้นไปเดินทางไปพร้อมท่านเลย

โอ เดินทางไปพม่าคราวนี้ ก็มีอะไรน่าประทับใจหลายอย่าง คราวที่แล้ว คิดว่าไปทัวร์ โอ โซ ไฮโซสุด ๆ แล้ว ก็ยังไม่เปรียบได้เท่าการเป็นแขกของรัฐบาลพม่า มีรถตำรวจนำขบวน และอื่น ๆ อีกมากมาย ดังจะได้เล่าต่อ ๆ ไป

ตอนที่นั่งเครื่องไป ได้เจอเพื่อนตอนเรียนรัฐศาสตร์ที่ไปเป็นแอร์พอดี มันซึ่งทำหน้าสวยใสเรียบร้อยมาก ก็มาวี๊ดว๊ายกระตู้วู้ใส่ ว่าอิฉันไปพม่าไปทำอะไร พอบอกว่า ไปทำงาน ไปกับนาย (ซึ่งตอนนั้นอิฉันก็ใส่สูท นั่งทำหน้าทำท่าเรียบร้อยเป็นทางการอยู่เช่นกัน) มันก็กรี๊ด ๆ ว่า อิฉันหรูหรามากมาทำงานเช่นนี้ ก็นะคะ ต่างคนก็ต่างแอบกรี๊ดกร๊าดกิ๊บก๊าบอีกฝ่าย เป็นความสัมพันธ์ต่างตอบแทนอย่างมาก กรี๊ดกันไปกรี๊ดกันมาเช่นนี้ 55555

พอไปถึงที่สนามบินก็มีคณะมารับที่เครื่อง แล้วก็แยกไปห้อง VIP เลยทันที หลังจากนั้น เราก็เดินทางไปกินข้าวกันที่ร้าน สีลมวิลเลจ อิอิ ชื่อคุ้น ๆ ไหมคะ ก็คนไทยเป็นเจ้าของนี่นา อืออมม ตอนที่มาปีที่แล้ว ร้านมันยังไม่ได้ดูดีปานนี้เลย เพิ่งจะ renovate กระมัง ถ้าไม่เป็นเพราะไปตอนกลางคืน กินข้าวกัน ซึ่งมิ้งกิก็ไม่ได้กินอะไรมากเท่าไหร่ บนเครื่องก็เพิ่งจะกินมา แถมยังกินแชมเปญกะไวน์บนเครื่องไปด้วยอีก แต่ก็ เผชิญ เผชิญ พี่จากคณะที่มาต้อนรับเธอสั่งเบียร์พม่ามากิน อีมิ้งก็เลยสบช่องขอสั่งไปด้วย เพิ่งค้นเรื่องนี้มาจากเวบผู้จัดการได้ข่าวว่าเครื่องดื่มมึนเมาอันนี้เพิ่งได้รับรางวัลเบียร์เหรียญทองการแข่งขันประกวดอุตสาหกรรมเบียร์นานาชาติที่จัดขึ้นโดยสมาคมอุตสาหกรรมเบียร์นานาชาติ (Brewing Industry International Association) ในเมืองมิวนิก เดือนกันยาที่ผ่านมาเอง (หลายคนแอบเม๊าท์ว่า พอเป็นเรื่องแบบนี้ อีมิ้งนั้นถึงกับไปทำวิจัยค้นคว้าก่อนมาเลยทีเดียว โอ้กู ชื่อเสียงหายสิ้นหมดไป)

และที่ขำมากอีกอย่าง ก็คือ เพราะกินเบียร์กะเค้า พี่ ๆ คณะต้อนรับก็ถึงกับชมว่า “น้อง ใช้ได้เลย” อิอิ ... มาถึงแล้วจะไม่สั่งได้กระไร ใช่ไหมคะ อืมมม รสชาติตอนเย็น ๆ ถือว่าอร่อยเลยล่ะ เหมือนไฮเนอร์เก้น แต่ว่ารสนุ่ม แล้วก็ขมน้อยกว่า ทำเป็นพูดไปงั้น แต่จริง ๆ อีมิ้งก็ไม่รู้เรื่องเบียร์เท่าไหร่หรอกนะคะ ไปเชี่ยวชาญทางด้านเหล้าและสปริตทั้งหลายต่าง ๆ มากกว่า นั่นแหละ แต่ก็ทำให้ได้หัวข้อสนทนากับคนในโต๊ะที่นั่งใกล้ ๆ กันไป ก็คุยเรื่องเบียร์พม่า Myanmar ได้รางวัล แล้วก็รสชาติ ประมาณ “เพิ่งอ่านเจอไปเองค่ะ ว่าเบียร์พม่าได้รางวัลประกวดเบียร์นานาชาติมาก” “รสชาติคล้ายไฮเนอร์เก้นนะคะ .. เห็นว่าเดิมเจ้าของคือไฮเนอร์เก้นนี่คะ” ไปกลายเป็นหัวข้อเปิดทางให้หัวข้ออื่น ๆ ที่ตามมา

ระหว่างมื้อ นั่งกินข้าวกะคณะ หัวข้อว่าเคยมาพม่าไหม ก็ถูกยกมาเป็นประเด็นสนทนาด้วย แล้วพอบอกว่าเคย พี่ผู้หญิงที่นั่งติดกันก็ถามว่า แล้วใครเป็นไกด์ ชื่ออะไร ตอนนั้นหนูยังไม่รู้หรอกว่าเธอเป็นไกด์ด้วยเหมือนกัน แถมยังเป็นไทยใหญ่เหมือนพี่ไกด์ของมิ้งอีก นึกว่าเป็นคนกระทรวงการต่างประเทศ ก็เลยถามไปว่า เอ แล้วพี่จะรู้จักเหรอคะ เค้าก็ โอ้น้อง รู้จักกันหมดแหละค่ะ สังคมพม่ามีอยู่นิดเดียว หนูก็ดันนึกไปว่า โอ้ mingle mingle แท้หนอ คน กระทรวงนี่เจ๋งจัง

หลังมื้ออาหาร กลับมาโรงแรม เคลียร์กระเป๋าและห้องให้นายแล้ว ก็มานั่งรอนายคุยอยู่ที่ล๊อบบี้ แหม ระหว่างนี้ มาตาปีย์ก็สันดานออก กำลังก้ำกึ่งว่าจะสั่ง cocktail มาหลั่นล้าดีไหม แล้วที่ใช้เวลานานก็เป็นเพราะเลือกไม่ถูกว่าจะสั่งอะไรดี ที่โรงแรมมันมี cocktail เก๋ ๆ ที่เป็น specialty ของตัวเองเยอะเสียด้วย อีบ้ามิ้งนั่งดูชื่อ-อ่านส่วนผสมนานา แล้วก็รักพี่เสียดายน้อง .... และแล้วก็ได้เวลาไปส่งนายที่ห้องพอดี แน่ใจได้ว่าอิฉันยังไม่ได้สั่งอะไรเลย

2 comments:

Anonymous said...

เบียร์กินมากอ้วน..........จริงจริ๊งง

Anonymous said...

อยากไปมั่งอ่า...