มิ้งกิทัวร์ ณ พม่า (ตอนสอง)
เมื่อส่งนายที่ห้องแล้วก็กลับลงมาที่ล็อบบี้อีกครั้ง ปรากฏว่าผู้ใหญ่ในคณะอีกคน อยากไปดูเมืองเวลากลางคืน แต่ไป ๆ มา ๆ ด้วยความที่อยู่กันเฉพาะแก๊งค์กรุงเทพฯ ไม่มีคนพื้นที่อยู่ด้วยเลย เราจึงลงเอยอย่างจับพลัดจับพลูไปนั่งที่ชั้นใต้ดินของโรงแรมกัน โอ ดิส-สะ-โก้-เทคของพม่าแอบน่าตื่นตาตื่นใจนะนี่ คือเปิดเพลงตู๊มต๊ามชนิดที่ถ้ามากับเพื่อนกันเอง และไม่คิดอะไรก็ไปเต้น ๆๆๆ ได้เลย แต่บังเอิญว่า หนูนั้นมากับนาย และก็พี่ที่ทำงานหลายคน แค่คุณพี่รู้ว่าหนูกินเหล้า ”อย่างไร” ก็รันทดพอดูแล้ว อย่าให้ลามไปถึงการเต้นระบำรำฟ้อนอีกเลย แต่เพราะเพลงมันดังม๊ากมาก แล้วไอ้ลานเริงระบำนั่นก็เต็มไปด้วยหนู ๆ พนักงานโรงแรมที่ใส่กระโปรงสั้นชะเวิ๊กชะว๊ากเต้นลืมโลกกันอยู่ (แต่เป็นกุ๊กไก่ผีดิสโก้หรือเปล่า สายข่าวยังไม่ยืนยัน) ยืนนิ่งกันอยู่ที่โต๊ะริมลานแดนซิ่งซึ่งพนักงานพาไป แล้วก็ต่างมองหน้ากันสักพักเหมือนจะคิดในใจว่า “จะนั่งจริง ๆ เหรอเนี่ยยย” แล้วก็เหมือนสวรรค์โปรด พนักงานบอกเราว่า มีห้องคาราโอเกะ “อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อย่ารอช้าเลยเจ้า พาไปในบันดลเทิด” เสียงในใจและเสียงที่ดังออกมาจากปากทุกคนประสานกันได้เช่นนี้
และแล้ว อยู่ตัวอีกเราก็ได้นั่งจุมปุ๊กอยู่ในห้องคาราโอเกะแล้ว แล้วบริกรหนุ่มชาวพม่า 2 คนก็พยายามรับออเดอร์เรากันอยู่ โอ อย่าได้ดูถูกประเทศนี้และโรงแรมนี้นะจ๊ะ ได้ข่าวว่าหุ้นส่วนเป็นคนไทยด้วย ดังนั้น การรับออเดอร์ก็ใช้ปาล์มประหนึ่งอยู่ในเอ็มเคสุกี้ แต่ก็นะ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การใช้ปาล์มรับออเดอร์แต่อย่างไร แต่เป็น ....... การสื่อสารกัน!!!! ถูกต้องแล้วค่ะ พนักงานที่รักของเรานั้นพูดอังกฤษได้น้อยมาก ถึงพูดไม่ได้เลย แล้วเราก็พูดพม่าไม่ได้ด้วย ตัวมาตาปีย์เอง พูด สวัสดี กับขอบคุณและนับเลข 1-10 ภาษาพม่าได้ fluent ไหลลื่นเป็นเจ้าของภาษาได้ขนาดนี้ จะช่วยให้สั่งของได้ไหมคะ คุณขา? ไม่ได้อยู่แล้ว ไม่ได้ประโยชน์อะไรใด ๆ เลยด้วย ดังนั้น หลังจากได้อ้าปากสั่งออเดอร์นั้นแล้ว พนักงานก็มองหน้ากันเลิ่กลั่กพร้อมกับรีบร้อนถอยทัพกลับไปไม่เป็นขบวน ระหว่างที่กำลังงง ๆ ว่า อ้าว แล้วฉันก็ทำอย่างไรต่อ ก็ปรากฏหน่วยกล้าตายคนใหม่หนึ่งหน่วยขึ้นมา โอ แล้วเขาก็พูดภาษาปะกิดได้ อิฉัน ซึ่งปรากฏว่านั่งอยู่ริม และใกล้กับหน่วยกล้าตายซึ่งมาใหม่ที่สุด ก็กลายเป็นหน่วยหน้าของฝ่ายไทยเพื่อกระทำการที่เรียกว่าสั่งอาหารและเครื่องดื่มไป
“Well, rum and coke for that gentleman, please.”
“Yes.”
“And for that lady, Tequila Sunrise, please.”
“Yes.”
“That gentleman would like to have juice. Orange juice would be great for him.”
“Yes.”
อย่างไรก็ตาม อีมิ้งก็ยังเป็นอีมิ้ง อยากสั่งอะไรเก๋ ๆ ดังที่บอกว่า ได้เห็นเมนู cocktails ของล๊อบบี้แล้วยังอยากกินๆ ก็เลยขอสั่งตามเมนูข้างบนสักหน่อย
“Then Royal Lake Special for me ค่า.”
จากรูปการ เราได้สั่งเครื่องดื่มไป 4 แก้ว แล้วใช่ไหมคะ ดังที่ได้รายงานแล้วว่าอยู่ใกล้ชายหนุ่มนักรับออร์เดอร์ของเรา เมื่อชะโงกหน้าไปดู ก็เห็นเขาคนนั้นสุมหัวถกเถียงกับกองหลังอีกคนอยู่ แต่ว่าหน้าปาล์มนั่นยังไร้ชื่อเครื่องดื่มใด ๆ ขีดเขียนอยู่ อ้าว แล้วที่ yes yes และ yes กับฉันไปล่ะคะ ในบัดดล มาตาปีย์ก็ได้เกิดพุทธิปัญญาอย่างประเสริฐขึ้นมา ใช่แล้ว เขาพูดอังกฤษได้ แต่ก็คือ with such a limitation นั่นเอง
ไม่ได้แล้ว คุณมิ้งก็ต้องปรับเปลี่ยนนโยบายเสียใหม่ modification, simplication is what we need. เราไม่ควรสั่งอะไรอลังการณ์มาก ง่าย ๆ ขำ ๆ จากเมนูไปเลยดีกว่า และแล้ว เมื่อเปลี่ยนวิธี ก็ดูเหมือนว่าการโต้แย้งของคนพม่าจะถึงข้อยุติ เขาได้เริ่มจารจรดชื่อเครื่องดื่มเราเข้าไปแล้ว เย้ๆๆๆ ดีใจเป็นที่สุด แล้วหลังจากส่งเครื่องดื่มได้ครบคน ก็ถึงเวลาสั่งของแกล้มเล็ก ๆ น้อย ๆ เอาอะไรดีคะ คุยกันแล้วก็เออ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และก็มันทอดก็แล้วกัน ง่ายดี
มตป: “Then can we also have cashew nuts?”
บ๋อย: “Sure, sure.”
มตป: “And fried potato, please."
”เอ้ย ไม่เอา ไม่เอา French fries. เอา chips” ท่านผู้ใหญ่ผู้นำคณะตะโกนบอกมา
“อ้ะ ค่ะ ได้ค่ะ” หันไปรับออเดอร์แล้ว มาตาปีย์ก็หันไปหาคุณบริการพม่าแทน “Sorry. We have changed our mind. Chips instead of fried potato then, please.” แต่เพราะคุณพม่ายึดหลัก fait accompli ทำแล้วต้องทำเลย ห้ามเปลี่ยนแปลง เธอก็เลยยังย้ำอยู่ว่า fried potato, right? Right? Right? อยู่ตลอด อยากจะบอกว่า Wrong โว๊ยย ถึงดูว่าถึงขั้นที่ท่านผู้ใหญ่ทนไม่ไหว ต้องบอกไปว่า No fried potato. We only want Chips. แล้วเค้าสองคนมีมาด้วยกันก็โต้เถียงกันสักพัก ก่อนที่หนุ่มที่พูดอังกิดได้จะบอกว่า yes, yes, yes แล้วเดินหายลับออกไป
นึกใช่ไหมคะว่า ทุกอย่างลงตัวเรียบร้อยงดงาม ไม่เลยค่ะ พี่อีกคนเดินไปเข้าห้องน้ำ แล้วก็เดินกลับมาเล่าว่า เค้าทั้งหลาย หมู่หนุ่มบริการยังคงโต้เถียงตบตีกันอยู่หน้าห้อง โอ มายด์ หนูและคณะจะได้รับเครื่องดื่มใด ๆ ไหนคะ แต่ก็นั่นแหละ คณะก็เริ่มร้องเพลงอย่างมันเมาแล้ว
ไม่ต้องห่วงค่ะ มีเพลงอังกฤษ ไทย จีน นอกเหนือไปจากพม่า แล้วคณะก็ร้องๆๆ กันอย่างสนุกสนานเพลิดเพลิน แต่เพราะมิ้งน่ะ ไม่ร้องคาราโอเกะ กว่าจะรู้ตัวก็กลายเป็นนางทาส มีหน้าที่เติมเหล้า เช็คโต๊ะ รินน้ำ เก็บจาน และอื่น ๆ ไปเสียแล้ว จริงจังหรือเปล่าไม่รู้ แต่ว่านั่งคุกเข่าทำน่ะ คณะถึงกับประทับใจ (ปนตกใจ) กันไป
4 comments:
รออ่านตอนต่อไปอยู่นะจ๊ะ มิ้งคุง
มตป น่าจะตอบไปเลยเนอะ ว่า wrong
vbvb
เขาบังคับให้เขียน Comment.......แต่อ่านแล้วได้อรรถรสมากมาก....เหมือนได้อยู่ในเหตุการณ์จริง
แต่เสียอย่าง....(ขวับ) โอ้ยๆ..ขวับ โอ้ยๆ ...เขียนดี.....ขวับๆ ๆ ๆ โอ้ยๆ ๆ ๆ ....ช่วยด้วยยยย.
Hey Ming Byzun (sorry if i'm wrong) remember the ticky?? think think... by the way just drop by to say hi..long time not talking with u na. you're always busy with yr own world I don't want to interrupt you. and i'm so curious a', where are u working now? it's so jealousy that u travel all the time..is there a vacancy..?
you're still hyper as u are..and i'm still hypo as I am hahaha..
talk to u later ja..
Post a Comment