Sunday, June 25, 2006

ฝันร้ายหมายเลขสี่สิบแปด ... และการจับแพะชนแกะ

วันก่อนนี้อิฉันต้องตื่นเช้ากว่าปกติเจ้าค่ะ เพราะมีงานสำคัญที่จะต้องทำ แล้วก็เพราะความหวาดหวั่นว่าจะไม่ตื่นอย่างไรมิทราบได้ ก็เลยตื่นมาก่อนเวลาที่จะตื่นจริงชั่วโมงกว่า ๆ ... ถ้าเป็นคนธรรมดา ก็อาจจะตื่นขึ้นมาลุกขึ้นมาอาบน้ำไปทำงานแล้วก็ได้ แต่บังเอิญ หนูเป็นพวกติดเตียงขี้เกียจ ขี้เซาพิเศษชนิดเป็นคอมโบ้งูแมวเซาตอนง่วงพับและก็งูเหลือมป่าหลังกินวัวไปสามตัวเจ็ดตัวเช่นนี้ หนูจะทำอย่างไรได้ ถ้าไม่กลับไปนอนต่อคะ?

แล้วก็นั่นแหละค่ะ มาแล้ว มาแล้ว พอกลับไปนอนก็เกิด “ความฝันประหลาดพิสดารนัมเบอร์สี่สิบแปด” ขึ้นมา ... อิฉันฝันว่าเกิดอาเพศอะไรก็มิอาจทราบได้ - ตามลักษณะอาเพศที่ดี (ดีที่แปลว่า typical ไม่ได้ดีเพราะแปลว่า “ดี” จริง ๆ – คืออยู่ดี ๆ (ที่แปลว่า อยู่เฉยๆ ไม่ได้แปลว่า อยู่แบบดี ๆ แล้วจะเกิดแน่นอน) มันก็เกิดขึ้นมาในวันดีคืนดี เอ๊ยย.. วันซวยคืนร้ายของเรา

นั่นก็คือ กรี๊ดดด!! ในฝันนั้น น้ำดื่มน้ำใช้ น้ำในบ่อ ในบึง ในหนอง ในคลอง ทั้งหมดทั้งสิ้นล้วนกลายเป็นยางเหนียว ๆ หมดค่ะ แล้วที่สำคัญ ก็คือ ... พอน้ำกลายเป็นไอ้ยางบ้า ๆ นี่ ก็จะหายใจเอาอากาศตรงนั้นเข้าไปไม่ได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้น ก็เลยต้องหอบผ้าหอบผ่อน เอาท่านแมวทั้งหลายกระเตงใส่รถ และก็หนีไปสถานที่ทดลองโครงการพระราชดำริทางภาคเหนือ ของในหลวง

แล้วก็เป็นการหนีแบบคณะเดินทาง ใน Lord of The Ring ม๊ากมากกค่ะ คือ รื่นเริงทัศนาจรไปเรื่อย ไม่ได้ตระหนักเล๊ยว่ากำลังหอบแมวหนีตาย หรือว่าต้องเร่งรีบติดจรวดกันปานไหน เพราะแม้จะถึงขนาดกรีดไปเคาะประตูบ้านเรียกป้าที่อยู่ใกล้ ๆ กันให้หนีไปด้วยก็ตามที ยังมีการพักเล่นน้ำ พักทำกับข้าว แล้วก็พักอะไรต่อมิอะไรตามรายทางไปเป็นจุด ๆ เหมือนไม่ได้ทราบซึ้งและซาบซึ้งเลยว่าอันตรายกำลังซิ่งมอไซด์ delivery สุดด่วนมาหาเราที่กำลังคลานกระดึ๊บ ๆ ไป

และแล้วเพราะมัวแต่ไปเรื่อย ๆ ไปช้า ๆ เราก็หนีไปดอยอ่างขางไม่ทัน (อาจจะงง ๆ ว่าดิฉันพิมพ์มั่วไป แต่ที่บอกว่าดอยอ่างขางนี่ถูกแล้วล่ะ ทำไมในตอนจบในฝัน มันกลายเป็นดอยอ่างขางไปได้ก็ไม่รู้) ตอนนี้น้ำเปิดจากก๊อกข้างตัวเรา กลายเป็นยางเหนียว ๆ ไปหมดแล้ว แล้วเราก็หายใจเอาอากาศที่อยู่ตรงน้ำนั้นเข้าไปด้วยยย!


... โฮโฮ หนีไม่ทันแล้ว ...


แล้วก็ตื่นพอดี ยังมีอารมณ์หนีตายที่ทำให้ปวดหัว แล้วก็แขนซ้ายชาไปซีกหนึ่งอยู่เลย – ซึ่งก็ได้พบว่า คุณหนูบุ้งกี๋กำลังเอาตัวทั้งตัวของเธอทับแขนจนขยับไม่ได้อยู่พอดี อันนี้ ฝันร้ายเกิดขึ้นเพราะยายแมวกี้หรือเปล่าหนอ

แต่ก็นั่นแหละ อันนี้ ในฝันก็ไม่ได้บอกด้วยว่า หายใจเข้าไปแล้วจะเป็นอย่างไร หรือว่าถ้าไม่มีน้ำใช้เป็นแค่ยางเหนียว ๆ แล้วจะเป็นอย่างไรต่อ เพราะในฝัน บางคนก็หนี บางคนก็ไม่รู้เรื่อง เพราะยังมีเด็ก ๆ เอาไม้นั่งกวนยางสนุกสนานอยู่เลย คือมีคนที่ตระหนัก และก็ไม่ตระหนัก ที่สำคัญก็คือ มีคนที่ตระหนก และก็ไม่ตระหนก แต่พวกหนูน่ะเหรอคะ ก็แค่กลัวจัดถึงขั้นอพยพไปแล้วเรียบร้อย ….

แล้วที่สำคัญกว่าการเป็นยางเหนียว ๆ ก็คือ ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็นดอยอ่างขางที่จะกลายเป็นสถานที่ลี้ภัย มานั่งนึก ๆ ดู .. เอ หรือจะเป็นเพราะหนังสือที่อ่านก่อนนอนคะ? หนูอ่านเรื่องหนังสือวิชาการฝรั่งที่พูดเรื่องระบบโลกไปเรื่อย ๆ แล้วก็เปลี่ยนเป็นล้างสมองด้วยการ์ตูนแนว RPG ก่อนนอนหนอ ....

เอ เอ๊ะ อ๊ะ หรือว่า หรือว่า ไอ้ยางเหนียว ๆ นั้นจะตีความได้หมายถึงทุนนิยมโลกที่กำลังคืบคลานมาดูดกลืนเรา และก็มีทั้งคนที่รู้ ไม่รู้ และการหายใจเอาไอ้อากาศที่อยู่กับยางผีสิงเหนียว ๆ เข้าไปก็คือการยอมรับทุนนิยม ยอมให้ทุนนิยมมาอยู่ร่วมกับชีวิต ครอบงำชีวิต เป็นนายชีวิต และทางเดียวที่จะแก้ได้ สำหรับประชาชนชาวไทยก็คือ การกลับไปสู่แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงของพระเจ้าอยู่หัว ถึงตีความเป็นสัญลักษณ์ในฝันได้ด้วยโครงการพระราชดำริทางภาคเหนือ ซึ่งต่อมากลายเป็นดอยอ่างขางกันหนอ? ตีความไปได้แบบมั่วซั่วมาก ๆ แต่ก็เพราะเป็นอีมิ้งวิปลาสนั่นเอง

แต่เอ .... ปกติจิตนิวรณ์ อันคือเหตุที่เอาจิตไปผูกกับเรื่องราวแล้วเอามาฝันก็ไม่เกิดกับหนูนี่คะ?

อย่างไรก็ตาม มีคนบอกว่า ตำราทำนายฝันไหน ๆ ก็ตีความไม่ได้ความประหลาดเป็นอย่างนี้แน่ เฉพาะเรื่องที่ฝันก็ประหลาดพอแล้ว การตีความยิ่งพิลึกเข้าไปใหญ่ - ก็บอกแล้วนี่นา ว่าเป็นการจับแพะชนแกะตามแบบฉบับของมิ้งน่ะ!

No comments: