Chessgame ของ Michael T. Klare
จากข้อเขียนเรื่อง The Tripolar Chessboard Putting Iran in Great Power Context ของ Michael T. Klare ใน tomdispatch.com นั้น
Klare มองว่า การหา Sphere of Influence แบบที่เคยเป็นมาในช่วงสงครามเย็นยังดำเนินต่อไป แต่ตอนนี้จะไม่ใช่การสู้เพื่ออุดมการณ์อย่างเดิม หากแต่เป็นการแสวงหาทรัพยากรที่สำคัญ อย่าง น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ
ประเทศเล็กประเทศน้อยต่างก็เป็นตัวเบี้ยบนกระดานของมหาอำนาจอย่างอเมริกา หากแต่ปัจจุบันมีผู้เล่นอย่างรัสเซีย และจีนเข้ามาร่วมด้วย โดยเฉพาะในเรื่องการมีอำนาจและอิทธิพลเหนือประเทศที่มีแหล่งพลังงาน
ทางรัสเซีย และจีนพยายามสร้างขั้วฐานอำนาจจาก Shanghai Cooperative Organisation (SCO) มาถ่วงดุลอเมริกา โดยพยายามรวมประเทศในเอเชียกลางและประเทศตะวันออกกลางเข้ามามีส่วนร่วม (หรือแม้แค่การดึงอิหร่านมาเป็นผู้สังเกตการณ์) ซึ่ง SCO ในแง่นี้ก็เปรียบเสมือน OPEC ที่มีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ (เป็นแหล่งพลังงานที่มีกำลังทางทหารสนับสนุน) และอาจจะสามารถสร้าง new international political and economic order ในลักษณะที่เหมือนกับ NATO แต่อยู่คนละด้านกันได้
Klare ให้ดูการแย่งอำนาจกันของ 3 ขั้วอำนาจในกรณีของอิหร่าน แม้หลัง 9/11 อเมริกาจะพยายามดึงอีก 2 ขั้วอำนาจหลังมาเป็นพันธมิตรเพื่อต่อต้านการก่อการร้าย แต่อิทธิพลการแย่ง Sphere of Influence กันก็มีบทบาทมากขึ้นทุก เห็นได้จากการที่รอง ปธน. Dick Cheney ประณามรัสเซียเรื่องสิทธิพลเมืองและการผูกขาดการขนส่งน้ำมันและก๊าซในยูเรเซีย และพยายามหนุนหลังคาซัคสถานให้ใช้ท่อส่งก๊าซของอเมริกาแทนที่จะเป็นของรัสเซีย ในขณะเดียวกัน รมต. กลาโหม Donald Rumsfeld ก็ประณามจีนในเรื่องขาดความโปร่งใสเช่นเดียวกัน
ซึ่งนโยบายเช่นนี้ของอเมริกาเด่นชัดมาตั้งแต่ Defense Planning Guidance 1994-99 ที่ รอง รมต. กลาโหมในสมัยนั้น Paul D. Wolfowitz พยายามยับยั้งอำนาจและบทบาทของรัสเซีย และจีนและพยายามคุมแหล่งน้ำมันในยูเรเซีย (ขยายจาก Carter Doctrine (1980) ที่เน้นการขยายอำนาจไปในตะวันออกกลางเท่านั้น)
นอกจากนี้ Klare เน้นความสำคัญของอิหร่านเป็นพิเศษ เพราะทางด้านสถานที่ตั้งเอง อิหร่านเป็นจุดเชื่อมต่อตะวันออกกลาง และเอเชียกลาง อีกทั้งอยู่ติดกับช่องแคบ Hormuz ซึ่งน้ำมันปริมาณมหาศาลถูกขนย้ายออกไปในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีการยกเลิกการ embargo ต่ออิหร่าน
ด้วยจำนวนพลเมืองที่มากที่สุดในภูมิภาคและเป็นประเทศที่ก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมที่สุด จึงไม่น่าแปลกที่อิหร่านจะมีฐานะเป็นมหาอำนาจในภูมิภาคได้ และขณะนี้อิหร่านก็เป็นศูนย์กลางของเหล่ามุสลิมนิกายชีอะห์อยู่ด้วย เมื่อรวมกับพวกเหล่านี้ที่อำนาจมีอำนาจในบาห์เรน คูเวต เลบานอน และซาอุดิ อาระเบียส่วนที่ติดกับคูเวตแล้ว (ส่วนที่มีบ่อน้ำมัน) ก็จะเกิด Shia crescent ขึ้นมา
อิหร่านอาจจะมีปริมาณน้ำมันสำรองน้อยกว่าซาอุดิฯ และมีปริมาณก๊าซน้อยกว่ารัสเซีย แต่ปริมาณรวมของทั้งสองอย่างก็ทำให้อิหร่านมีแหล่งพลังงานสำรองมากที่สุด และเพราะการขึ้นมามีอำนาจของ Khomeini ในปี 1979 และ Executive Order 12959 (1995) ก็ทำให้การแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรเหล่านี้ของอเมริกาเป็นไปได้ยาก
สมรรถภาพด้านการทหารของอิหร่านอาจจะอ่อนด้อยไปจากการที่อเมริกาห้ามขายอาวุธให้กับอิหร่าน แต่กำลังเรือดำน้ำและอาวุธอื่น ๆ จากรัสเซีย และการพัฒนาอำนาจขีปนาวุธก็ทำให้อิหร่านเป็นมหาอำนาจในภูมิภาคขึ้นมา ซึ่งอาจจะทำให้เกิดปัญหากับอเมริกา ขณะที่รัสเซียและจีนพยายามหนุนหลังอิหร่าน
Klare บอกว่า แม้อเมริกาต้องการล้มล้างนโยบายนิวเคลียร์ของอิหร่านเพียงไร แต่ภาระในอิรัก เสียงต่อต้านในประเทศ รวมไปถึงความแปลกแยกจากยุโรปที่เกิดจากการใช้กำลังบุกอิรัก ทำให้อเมริกาต้องยับยั้งไปใช้การเจรจาทางการทูตแทนที่ ซึ่งก็จะเกิดการซื้อเวลาของทุกฝ่ายในกรณีนี้
---- ขณะที่ Klare บอกว่าเป็น chess game แต่ในความเป็นจริง เกิด tug of war กันขึ้นมากกว่า? เห็นได้ชัดว่ามุมมองจาก Blood and Oil ของ Klare (ซึ่งเน้น endowments และหลักภูมิรัฐศาสตร์มาแต่ไหนแต่ไร) ยังเป็น underlying argument ที่สำคัญต่องานเขียนของเขาอยู่
** Michael T. Klare is the Professor of Peace and World Security Studies at Hampshire College and the author, most recently, of Blood and Oil: The Dangers and Consequences of America's Growing Dependence on Imported Petroleum (Owl Books) as well as Resource Wars, The New Landscape of Global Conflict.
*** ยังแปล Blood and Oil ได้ไม่พ้นบทที่ 1 เลย
No comments:
Post a Comment