Better than Never
เมื่อวันก่อนนั่งดูหนังแล้วก็ฟังตัวละครในเรื่องพูดออกมาประโยคหนึ่ง จำเนื้อประโยคจริง ๆ ไม่ได้ แต่จำได้ถึงใจความของประโยค ที่บอกว่า It’s better than never แล้วก็เลยทำให้ต้องมาคิดตาม
เพราะตัวเอกเป็นนักสังคมสงเคราะห์แล้วแก้เท่าไหร่ พยายามทำเท่าไหร่ ปัญหาก็ไม่หมดไปเสียที จนเธอท้อใจ แล้วก็คิดจะเลิกราไป แต่เพราะวันหยุดที่ได้หนี ก็ทำให้เห็นโลกต่างมุมขึ้นมา ในที่สุด เธอก็คิดขึ้นมาได้ว่า ถึงเธอจะเปลี่ยนแปลงโลกไม่ได้ แต่เธอก็สร้างความแตกต่างในส่วนของเธอได้ และถึงอาจดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ตามที แต่ท้ายที่สุดแล้ว เธอก็เปลี่ยนแปลงโลกของใครหลายคนได้จริง ๆ
ก็เลยคิดถึงอีกประโยคที่เป็นประโยคในใจมิ้ง นั่นก็คือ We can’t save all, just some. เราช่วยทุกคนไม่ได้ ช่วยได้แค่บางคน เราอยากเก็บแมวที่อยู่ข้างถนนต้องหิวโหยมาเลี้ยง แต่ด้วยกำลังทรัพย์และปัจจัยเฉพาะตัวของเรา เราก็ทำเช่นนั้นไม่ได้ แต่อย่างน้อย เราก็ได้ช่วยเหลืออย่างที่เราจะทำได้ที่สุดลงไปแล้ว
และถ้าทุกคนคิดแบบเดียวกัน ช่วยกันคนละไม้คนละมือ จากบางส่วนที่ทำได้สำหรับคน ๆ เดียว ก็จะกลายเป็นหลายส่วน กลายเป็นเต็มส่วนเต็มพื้นที่ของสังคมขึ้นมา
… และที่สำคัญ เมื่อก็ได้ลงมือทำลงไปจริง ๆ ไม่ต้องกลัวว่าจะต้องเสียใจหรือมาเสียดายทีหลังว่าไม่ได้ทำอะไรลงไปเหมือนที่จะควรจะทำ
และเราจะรู้ว่าไม่มีอะไร ทำแล้วสูญเปล่าจริง ๆ
-------
อย่างที่เคยอ่านในบล็อกคุณ หลังเที่ยงคืน ที่บอกว่า
“....
ถ้าวันใดพบสุนัขเชื่องคน ในที่ที่ไม่ได้แวะเวียนไปสม่ำเสมอ
อย่าไปเล่นกับมัน อย่าไปให้อาหาร อย่าไปลูบหัวลูบหาง
เพราะหลังจากที่เรากลับไปแล้ว มันจะเฝ้าคิดถึง
และจะเฝ้ารอคอย จนกว่าเรากลับไปเล่นด้วยอีกครั้ง
เราไม่รู้ ว่ามันจะรออีกกี่วัน
ส่วนมันก็ไม่รู้ ว่าจะต้องรออีกกี่วัน
……”
แต่ถ้าคิดตามมุมมองมิ้งกลับเป็นว่า
“.... ถ้าเราทุกคนคิดแบบเดียวกัน แล้วทำเท่าที่จะทำได้
โลกนี้ก็คงสวยงามขึ้น
ช่วยกันคนละเล็กละน้อย คนละมือสองมือ
เหมือนกำแพงเก่า ๆ ที่เปลี่ยนเป็นสีสดใสได้
เพราะเราช่วยกันเอาแปรงปัดป้ายสี
เหมือนต้มหม้อซุปแล้วกลายเป็นหม้อใบใหญ่ได้
เพราะทุกคนต่างเอาอาหารที่ตนมีมาใส่
ถึงจะแค่คนละเล็กละน้อย ก็กลายเป็นซุปจำนวนมหาศาล
เปรียบเทียบได้แปลก ๆ ชอบกล แต่อย่างน้อย
ถ้าวันนี้ เล่นกับคุณหมา แล้ววันต่อมาเป็นคนอื่นไปเล่นด้วย
คุณหมาก็คงไม่เหงา เพราะมีคนเข้าไปเล่นด้วย เข้าไปเอาใจใส่ทุกวัน
ถึงจะไม่ใช่คนเดิมก็ตามที
:D :D :D
……”
มิ้งคิดอะไรง่ายไปอีกแล้วไหมหนอ?
No comments:
Post a Comment