Thursday, August 17, 2006

ฉลาด?

เพิ่งไปเจอที่ตอบกระทู้เอาไว้ ในบล็อก เด็กรุ่นใหม่ไม่เอาถ่าน? เมื่อต้นปี ที่ คุณฮันโซ พูดวิพากย์วิจารณ์แสดงความเห็นความเห็นที่บอกว่า “อย่าไปคาดหวังกับบัณฑิตรุ่นใหม่สมัยใหม่ซึ่งมีความสามารถในการทำงานและสื่อประสานกับคนอื่นน้อยกว่าเดิม” โดยยกประเด็นแย้งจากการถามคำถามผ่านทางเวบบอร์ดมา

โดย คุณ ฮันโซ กล่าวว่า

“.....เมื่อใคร่ครวญดูแล้ว ผมก็รู้สึกไม่เห็นด้วยหลายประการดังนี้

วิธีคิดแบบนี้เป็นวิธีคิดที่โยนปัญหาออกไปนอกตัว ซึ่งเมื่อก่อนผมก็เคยคิดแบบนี้นะครับ

เพราะไปเจอเด็กสมัยใหม่ที่ชอบถามการบ้านตามเว็บบอร์ด ทั้งที่บางทีก็ใช่ว่าจะได้คำตอบตามที่ต้องการ หรือบางทีก็โดนด่ากลับมาเสียด้วยซ้ำ (ว่าขี้เกียจไม่ยอมหาคำตอบเอง) ตอนสมัยก่อนนั้นก็เลยคิดว่าเด็กพวกนี้มันสิ้นคิดหรือเปล่าที่ใช้วิธีแบบนี้ค้นหาคำตอบ ของการบ้านที่ได้รับมอบหมายมา

แต่ตอนหลังมาคิดใหม่ก็ได้คำตอบว่า วิธีแบบนี้ เป็นวิธีที่มีต้นทุนถูกที่สุด ในการหาคำตอบเพื่อนำคำตอบนั้นมาส่งอาจารย์ (เพราะอาจารย์ให้คะแนนที่ตัวคำตอบ ไม่ใช่ให้คะแนนที่ความเข้าใจ หรือการประยุกต์ใช้ทฤษฎี)

แล้วจริง ๆ พวกเขาก็โพสต์คำถามแบบนี้ไว้ในเว็บบอร์ดหลายแห่ง เพื่อคัดเลือกคำตอบที่ดูดีที่สุดไปส่งเป็นการบ้านเสียด้วยสิครับ

พอคิดในมุมนี้แล้ว ก็จะเห็นว่า เด็กพวกนี้ฉลาดเอาเรื่องทีเดียว ...”

“....สรุปว่า ไม่ใช่แค่เด็กรุ่นใหม่ใช่ไหมครับ ที่มีความผิดปกติ บกพร่องทางความคิด

แล้วก็ไม่ต้องไปกล่าวหาคนอื่น ดูแคลนเด็กรุ่นหลัง แบบบ่นบ้าโดยไม่ทำอะไร

ก็ในเมื่อตัวเราเอง ยังไม่ลงทุนสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการพัฒนาของคุณภาพของคน

-----
ส่วนนี่ ความเห็นมิ้ง

“อ่าน ๆ ดูก็รู้สึกว่า เราต้องกลับมาดูความหมายของคำว่า ฉลาด กันใหม่มังคะ

ฉลาดแปลว่าอะไร ถ้าส่วนหนึ่งบอกว่า คือการออกแรงกระทำการใด ๆ เพื่อให้ได้ผลประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลแล้วล่ะก็ ถือว่าเด็กของเราฉลาดเลยนะคะ

จริง ๆ แล้วโดนส่วนตัว มองว่า เด็กในแต่ละยุคสมัยเป็นผลผลิตของสังคม ซึ่งหมายถึงว่า สังคมเป็นเช่นไร เด็กก็จะเป็นเช่นนั้นด้วย ถ้าสังคมเราต้องการสิ่งที่ง่าย สะดวกสบาย และได้ผลโดยที่ไม่ต้องลงมือออกแรง เด็ก ๆ ในสังคมเราก็จะหาทางที่ง่ายที่สุด และสะดวกที่สุดในการบรรลุถึงเป้าหมายที่ต้องการ

ครูบอกว่า ให้เด็กทำการบ้านไปค้นคว้ามา แล้วทางลัดที่สุด คืออะไรเหรอคะ ถ้าไม่ใช่ออกปากถามใครสักคนที่รู้และเข้าใจเรื่องเหล่านั้นอยู่แล้ว ไม่ว่าสมัยไหน ๆ เราก็จะเอ่ยปากถามคนที่เราคิดว่ารู้แล้วทั้งนั้น อย่างน้อย ๆ เราก็เคยถามพ่อและแม่ให้สอนการบ้านและให้คำตอบกับสิ่งที่เราอยากรู้มาก่อน แต่สมัยนี้ วิธีการติดต่อสื่อสารกันเปลี่ยนแปลงไป การเข้าถึงแหล่งข้อมูลผู้มีความรู้ในเรื่องนั้น ๆ สามารถเข้าถึงได้จากอินเตอร์เนท ดังนั้น ถ้าทำเช่นนั้นได้ ทำไมเด็กจะไม่ถามเราล่ะคะ

และถึงแม้ว่าแหล่งข้อมูลที่มีจะมากมาย และหลากหลาย แต่สำหรับผู้ที่เริ่มต้น ข้อมูลที่มหาศาลเหล่านั้น กลับจะยิ่งทำให้สับสนและยากจะเริ่มต้นนะคะ ง่ายที่สุดก็คือเอ่ยปากถามใครสักคนที่รู้ก่อนเพื่อเก็บข้อมูลที่เป็นใจความสำคัญมาให้เกิดความรู้ความเข้าใจในเบื้องต้น ก่อนจะที่จะเริ่มดำดิ่งสู่โลกแห่งความรู้นั้นได้ด้วยตนเอง และที่สำคัญ อย่างไม่หลงทาง

ที่สำคัญ อยากจะแย้งอีกสักนิดว่า เด็กที่มาใช้เวบบอร์ดต่าง ๆ เพื่อหาคำตอบให้สิ่งที่ตัวเองต้องการนั้น ก็มีส่วนหนึ่ง และเด็กที่ตั้งใจหาคำตอบเองจริง ๆ ก็ยังมีมาก อย่าเอาคนส่วนน้อยซึ่งกลายเป็นคนส่วนใหญ่มาอธิบายเด็กทั้งหมดเลย

……………….

แวะมาอ่านอีกครั้ง แล้วก็สงสัยกับคำว่า ethics และ clever และอื่น ๆ ที่เราตั้งคำถามกัน เอ ฉลาดแปลว่าอะไรกันแน่ และความหมายสิ่งที่มีผู้มาบอกว่าเราได้นิยามไป เป็นอย่างไร

ถ้าความฉลาด คือ "คือการออกแรงกระทำการใด ๆ เพื่อให้ได้ผลประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล" เช่นนั้นแล้ว การกระทำดังกล่าว ก็จะต้องมีสติและปัญญากำกับอยู่แล้ว เพราะการจะออกแรงใด ๆ ถ้าไม่ได้ใช้สติปัญญากำกับพิจารณาหาความหมายและวิธีการของการกระทำที่ตัวเองต้องการและมุ่งมั่งจะกระทำแล้วล่ะก็ ไม่มีทางที่เป้าประสงค์จะออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลอย่างแน่นอน คนที่จะได้รับผลสำเร็จท้ายที่สุดแล้วก็คือ คนที่กำลังรู้และเข้าใจว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ต่างหาก

อย่างชัดที่สุด ตัวอย่างเด็ก ก็แล้วกัน ถ้าเด็กคนนั้นมีปัญหาในวิชาภาษาไทย และต้องการคำตอบโดยไปแสวงหาความช่วยเหลือในเวบบอร์ดที่เกี่ยวกับวรรณกรรมภาษาอังกฤษ หรือผู้รู้ในแวดวงวิทยาศาสตร์โดยสักแต่ว่า ”โพสต์กระทู้” ไปแล้วล่ะก็ ไม่มีทางที่เด็กคนนั้นจะได้คำตอบที่ถูกต้อง หรือแม้แต่คำเฉลยของสิ่งที่ตัวเองต้องการแน่นอน แต่ถ้าเด็กคนนั้นมีสติและปัญญากำกับ แล้วอย่างน้อยที่สุด สติและปัญญาที่มีก็จะบอกทางให้สร้างการกระทำที่ได้ประสิทธิผลมากที่สุด โดยการไปหาคำตอบในสถานที่ที่เด็กคนนั้นเห็นว่าจะดี อย่างเวบสุนทรภู่ และ/อื่น ๆ เป็นต้น

ถ้าเราแจกแจงได้ว่า เกิดผลประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลแก่ใคร และสำหรับใครได้ ดังเช่น เพื่อให้สังคม ไม่ใช่แก่ตัวเองเองแล้วล่ะก็ ความฉลาดในความหมายนี้ (“การออกแรงกระทำการใด ๆ เพื่อให้ได้ผลประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล") จะไม่มีอันตรายแต่ประการใด”

-----
ก็อย่างว่า เอามาลง เพื่อรวมรวบความคิดของตัวเองเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม นิยามความฉลาดในที่นี่ เป็นของมิ้งเอง อาจจะถูกบ้าง ผิดบ้าง แต่ก็นั่นแหละ ถูกในสายตามุมมองแบบมิ้ง เพราะเราคิดต่างกัน และมีความเชื่อที่ต่างกันนี่นา

2 comments:

เพลงเทวะ said...

555 แวะมาทักทายครับ
ขอตอบกระทู้นี้เลย เพราะอ้างถึงคุณกานต์ด้วย

ฟังคำตอบ นึกถึงสีหน้าและท่าทางของคุณกานต์เลย
แต่ผมก็ไม่เห็นด้วยทั้งหมด ผมมักรู้สึกว่า คุณกานต์สุดขั้วไปนิดนึง
แต่ก็นับว่าสร้างมุมมองที่เฉียบคมขึ้นมา

ขณะที่มาตาปีย์ก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน
แยกแยะอย่างละเอียด มองว่าเด็กที่รู้จักแยกแยะ และใช้ประโยชน์จากการถามในเวปบอร์ด เป็นเพียงส่วนน้อย

อย่างไรก็ตาม ในโลกความเป็นจริงนั้น ผมค่อนข้างเห็นด้วยกับคุณกานต์ ฮันโซ มากกว่า
เพราะอะไรคงต้องอธิบายกันยาว

สุดท้าย สิ่งที่ผมทึ่งคือ คนรุ่นใหม่ เก่งๆเยอะกัน นับถือๆ
โดยเฉพาะคุณฮันโซ กับคุณมาตาปีย์
ผมยอมรับในความสามารถ ให้ผ่านเกณฑ์ของผม

ming-ki said...

ขอบคุณนะคะ :D :D

อืม จริง ๆ ที่ตอบไปอย่างนั้นก็เอามาจากมุมมองตัวเองเป็นใหญ่จริง ๆ เสียด้วยสิคะ
อาจจะไม่เป็นอย่างนั้นก็ได้ เพราะพยายามมองอย่างประนีประนอมและมองในแง่ดีไปด้วยก็ได้
แต่หลัง ๆ ประเด็นนี้แตกเป็นประเด็น องค์ความรู้ในอินเตอร์เนตในใจนะคะ
เพราะเกิดสงสัยว่า ถ้าสิ่งที่อยู่ในนั้นส่งผ่ายกันไปมา จะกลายเป็นองค์ความรู้หลักเลยไหม
ดังเช่น ไปดูที่ wiki ที่ answers ทุกที่ตอบแบบนี้กัน (เพราะเอามาจากแหล่งเดียวกัน)
เป็นองค์ความรู้ครอบงำกันไป
แล้วที่นี่ สิ่งที่เป็นสิ่งที่ถูก แต่เราหาไม่เจอ หรือไม่มีในอินเตอร์เนท จะเป็นความรู้ที่จะถูกเชื่อได้อีกไหม
คิดถึงคำว่า google egg ค่ะ