secret garden, very secret garden
เมื่อวันก่อน ได้ไปฟังเพลง secret garden ของ Bruce Springteen ที่บล็อกคุณ Plin, :-p มา
ฟังเพลง แล้วก็อ่านที่เจ้าของบล็อกเขียนเอาไว้ว่า “...ตีความไปคนละทิศละทาง บางคนฟังแล้วรู้สึกดี บางคนฟังแล้วรู้สึกเศร้า บางคนฟังแล้วรู้สึกว่า นี่แหละความสัมพันธ์ของหนุ่มสาวล่ะ …” แล้วก็ตั้งคำถามถามคนที่ได้ฟัง หลังจากได้ฟังอันที่เป็นเพลงเฉย ๆ และอันที่เป็นเพลง OST ของ Jerry Maguire ว่าคิดอย่างไร
เลยทำให้มิ้งต้องกลับมาคิดถึงความหมายของเพลงขึ้นมา ไม่ใช่ในฐานะเนื้อเพลงจริง ๆ แต่เป็นความหมายของ secret garden เพราะสำหรับตัวมิ้งเอง มิ้งมีคำคำนี้อยู่ในใจมานานแล้ว ไม่ว่าจะใช้ secret garden หรือ box ก็ดี - แม้ว่า secret garden จะให้ความหมายที่รื่มรมย์กว่า เหมือนได้หยิบหนังสือถูกใจสักเล่ม แล้วหลบไปหามุมสงบสบายใจใต้ต้นไม้ใหญ่ ที่จะได้กลิ้งไปมา สูดกลิ่นหอมของหญ้า และรู้สึกถึงเสียงใบไม้ที่ไหวรอบตัว พร้อมกับลมอ่อน ๆ ขณะที่ “กล่อง” อาจจะมีความหมายด้านมืด เมื่อมิ้งต้องการกระโจนลงไปขดตัว หลับตามไม่รับรู้เรื่องราวใด ๆ ก่อนที่จะหายเหนื่อยหายล้า และกล้ากลับขึ้นออกมาใหม่ก็ตาม – ทั้งนี้ คำเหล่านี้ต่างเป็นสัญลักษณ์แทนพื้นที่ ความสงบส่วนตัว และโลกปลีกวิเวกที่อยากจะกระโดดเข้าไปหาเวลาต้องการอยู่คนเดียว ให้ได้ค้นพบจิตใจ ค้นพบตัวตน และค้นหาคำตอบหลายอย่างให้ตนเองเสมอมาตลอดมา
ดังนั้น ถ้าตีความไปเฉย ๆ ก็อาจจะเหมือนชายหนุ่มมาตัดพ้อ บ่นเพ้อว่าไม่สามารถเข้าถึงหญิงสาว หรือว่าถึงเข้าถึง ก็ไม่สามารถเข้าถึงใจเธอได้เสียที เพราะเธอมี secret garden ของเธออยู่ ทำอย่างไร เธอก็ยังห่างอยู่ไกล เหมือนใกล้แต่ก็เอื้อมไม่ถึง
She'll look at you and smile
And her eyes will say
She's got a secret garden
Where everything you want
Where everything you need
Will always stay
A million miles away
แต่ถ้าฟังและตีความโดยไม่สนใจคำบ่นพ้อต่อว่านั้นแล้ว มิ้งว่า ไม่น่าจะแปลกอะไร และไม่น่าที่จะต้องมาเจ็บปวดอะไร ถ้าใครสักคนที่เรารักจะมี secret garden เพราะทุกคนต้องมีโลกส่วนตัว ต้องมีที่ส่วนตัว ที่จะอยู่คนเดียว ที่จะพักที่สามารถเป็นตัวตนของตัวเองได้อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นกับคนรัก หรือครอบครัว ที่ทำงาน เพื่อนฝูง ฯลฯ ก็ตาม
เพราะความสัมพันธ์เป็นแบบนี้ทั้งนั้น การที่เรารู้รักใคร มีปฎิสัมพันธ์กับใคร ก็เหมือนพื้นที่วงกลมของเราที่ไปมีส่วนทับซ้อนกับพื้นที่วงกลมของผู้อื่น ส่วนที่ทับซ้อนกับทำให้เราได้รู้จัก ใกล้ชิด และสนิทสนมกันก็จริง แต่นอกเหนือจากนั้น เราต้องได้เป็นอิสระ ได้เป็นตัวของเราเองได้บ้าง และเพราะเราเป็นปัจเจกบุคคลที่จะมีความแตกต่าง มีความต้องการ ความคิด และความฝันไม่เหมือนกัน ถ้าจะไม่เข้าใจ ไม่สามารถตีความได้ในบางเรื่อง ก็ไม่น่าจะเป็นอะไร แค่ได้เว้นที่ให้อีกฝ่ายได้กระทำตามใจบ้างก็ดี
อย่างที่ว่า เราไม่จำเป็นต้องเหมือนกันไปเสียทีเดียว การได้แตกต่าง การได้เป็นในสิ่งที่แปลกออกไปต่างหากเล่า คือเสน่ห์ เพราะเรารักคนอื่นได้ก็เพราะความเป็นบุคคลคนนั้นเอง แม้จะแตกต่างกับตัวเราไปบ้าง การรักในสิ่งที่ต่างออกไป และประยุกต์ประสานให้ความแตกต่างของทั้งเขาและเราสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืมลงตัว ขณะที่ให้เราสามารถคงความเป็นตัวเราได้ต่างหาก เป็นสิ่งที่ดีที่สุด
Oh yes, I have my secret garden,
And you, unknowingly, have yours too.
-----
อย่างไรก็ตาม หากลอนที่เคยแต่งเกี่ยวกับเรื่อง secret garden ไม่เจอ ถ้าเจอจะเอามาลงต่อก็แล้วกัน
2 comments:
secret garden สำหรับตัวเองคงจะเป็น a state of mind มากกว่า actual place นะคะ (แต่จะไม่ mind เลยถ้าได้สวนแบบที่บ้านอาจารย์พีรมณฑ์ ชมธวัช ซึ่งแม้ขนาดไม่ใหญ่แต่มีไม้ไทยหลายชนิดที่ไม่ได้เห็นมานาน และมีนกน้อยเจ้าของสวนตัวจริงบินโฉบไปมา mesmerize คนมอง!)
เห็นด้วยค่ะ ว่าเป็น a state of mind
ที่ไหนที่ทำให้เรามี peace of mind ในใจได้ ก็ถือว่าเป็น secret gareden แล้วนะคะ
แต่อย่างไรก็ตาม บางที actual place เข้ามาเกี่ยวข้อง คงเพราะว่าจะเรียก peace of mind ให้เกิดขึ้นได้ง่ายดายขึ้นมังคะ
ปล. ข้อดีอย่างหนึ่งของ blospot ก็คือจะมี notify ว่ามีคอมเมนต์ใหม่เพิ่มเติมมา ซึ่ง bloggang ทำไม่ได้นะคะ
รัก blogspot จัง :D
Post a Comment