Monday, August 07, 2006

อาหารฟิล-ฉัน

หลัง ๆ เจอคนถามว่า ทำกับข้าวได้อย่างไร ฝึกจากแม่หรือเปล่า มาตลอด อืม ก็อาจจะใช่ แต่ทว่า เมื่อมาย้อนนึกดู ที่เริ่มทำอาหารตอนเด็ก ๆ มาจากความจำเป็นแท้ ๆ ช่วงวันหยุดปิดเทอม เด็ก ๆ ร่วมหัวกันเล่นเกมและนอนดึก และคนที่จะทำกับข้าวให้กิน ก็หลับไปเสียแล้ว สมัยนั้น เซเว่นก็ไม่มีเสียด้วย และดังนั้น มิ้งซึ่งเป็นคนเดียวที่โตพอที่จะทำกับข้าว (ไม่นับคนที่มีหน้าที่เล่นเกม) จึงกลายเป็นคนทำอาหารไป

เมนูแรก ๆ เหมือนจะเป็น “ซุปมะกะโรนี” กระมัง ทำง่าย ๆ เอามะกะโรนีซองแบบที่มีก้อนคนอร์มาให้นั่นแหละทำ ไม่ต้องทำอะไรมาก เอาน้ำใส่หม้อตั้งไฟใส่ก้อนคนอร์ ใส่มะกะโรนี หั่นหัวหอม มะเขือเทศ แครอท ไปจนถึงแฮมใส่ ก็เป็นอันใช้ได้ ง่าย และเร็ว แถมยังอร่อย ลื่นคอ

ถัดมา อืม “ข้าวผัดซอส” เลย เอาข้าวมาผัดเนย ใส่ซอสมะเขือเทศ ซอสพริก ซีอิ้วขาว ซอสไก่งวง แล้วก็ใส่แฮม หรือเบคอนหั่นชิ้นเล็ก ๆ กับแครอทลงไป แล้วหลังจากนั้นก็เริ่มออกมาได้เรื่อย ๆ มี “ก๋วยเตี๋ยวไก่” ที่เริ่มซับซ้อนมากขึ้นด้วยการใช้รากผักชีทุบ กระเทียม พริกไทย และหอมใหญ่มาเป็นน้ำซุป ใส่เนื้อไก่ แล้วก็ลวกเส้นรอระหว่างต้มน้ำซุป ซึ่งก็แตกไลน์มาเป็น “ต้มแซ่บเจ๊มิ้ง” หรือ “วุ้นเส้นต้มยำไก่” ที่ต้องใช้น้ำพริกเผาพันท้ายนรสิงห์เพียงอย่างเดียว ก่อนแล้วก็บีบมะนาวจัด ๆ ลงไป
“หมูสับผัดมะเขือเทศ” ก็ทำบ่อย ก็ชอบทั้งหมูสับ ทั้งมะเขือเทศจนต้องเอามารวมกันนั่นแหละ ทำง่าย ๆ ผัดกระเทียมก่อน แล้วก็เอาหมูสับไปผัดกับซีอิ้วพริกไทย พอใกล้จะสุกก็ใส่มะเขือเทศหั่นเป็นแว่น ๆ ลงไป อร่อยตอนร้อน ๆ อีกเหมือนกัน

นอกจากนี้ ก็มี “ซุปหัวหอม” ที่ฟินน์บอกว่าอร่อยที่สุด เท่าที่เคยกินมากระมัง ไอ้นี่ก็ง่ายขาดใจอีกเหมือนกัน เอาหอมที่หั่นละลายเนยในไมโครเวฟ แล้วก็อุ่นต่อจนหอมสุกเป็นสีใส แล้วก็ใส่น้ำใส่นม อุ่นอีกนิดก่อนจะเอาขนมปังกับชีสโปะหน้าแล้วอบต่อ ซุปอีกชาติหนึ่ง ก็ “มิโซะซุป” เนี่ยแหละ ตั้งน้ำละลายมิโซะลงไป หั่นเต้าหู้ หั่นต้นหอมลงไปก็เป็นอันเสร็จ

เหมือนจะมีอีก แต่ที่ทำบ่อย ๆ ก็คงจะเป็นอย่างนี้เท่านั้นกระมัง (หรือจะเพราะนึกออกเท่านี้ก็ไม่แน่ใจ) แต่ที่แน่ ๆ ถึงปัจจุบันก็พูดได้เลยว่า ทำอาหารตามของที่มีอยู่ในตู้ หรือที่เรียกง่าย ๆ ว่าทำตามมีตามเกิดจริง ๆ เพราะฉะนั้น จะทำอาหารเป็นแบบฟิล-ฉัน (ที่ไม่ได้แปลว่า ฟิวชั่น (fusion)) และขณะเดียวกัน ก็ไม่ได้ทำอาหารแบบดั้งเดิมใด ๆ เสียด้วย ดังเช่น ข้าวผัดซอสวันนี้จะใส่ถั่วลันเตาแทนที่จะเป็นแครอท ใส่ไส้กรอกแทนเบคอน เพราะว่าในตู้เย็นวันนี้มีแบบนั้น และจะไม่ใส่ซอสพริก เพราะว่าเพิ่งหมดก็ได้ หรือว่า วันนี้อบไก่จะใส่ฟักทองลงไปด้วย เพราะมาเพิ่งได้ฟักทองมา ซึ่งแปลว่าได้ จะให้ทำใหม่ก็อาจจะไม่เหมือนเดิม เพราะว่าขึ้นกับวัสดุ-วัตถุดิบวันนั้นมากกว่าจะพึ่งสูตรใด ๆ

นอกจากนั้น รสชาติก็จะไม่เป็นอะไรเลย นอกจากรสชาติแบบ “นังมิ้ง” ซึ่งจากปากคำของผู้เสียหายก็คงจะจำกัดความได้ว่า เป็นรสชาติแบบนังมิ้งจริง ๆ นอกจากจะเข้มไปด้วยพริกไทยเป็นหลักแล้ว ก็ยังจะมีรสจัดจ้านอีกต่างหาก และอีกประการ ฟินน์ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียหายหลักที่อยู่กีบฝีมือทำอาหารกับมิ้งมานานก็ยังบอกอีกว่า ถ้าใช้หอมใหญ่มาทำน้ำซุป มีแครอท มีมะเขือเทศก็เป็นพี่มิ้งแน่ ๆ อีก

คราวหน้าคงจะได้มาพูดเรื่องอาหารต่อ เรายังไม่ได้ไปถึง “ข้าวต้มลุยไฟ” และอื่น ๆ เลย

No comments: