Wednesday, April 11, 2007

จับผิดบล็อกแท็ค

สักพักมาแล้วตั้งแต่ต้นเดือนธนวาคม 2549 การละเล่น blogtag ได้แพร่ระบาดไปทั่วบรรดาบล็อกทั้งหลาย โดยที่มีจุดกำเนิดมาจากคุณ Jeff Pulver ผู้ออกความคิดเห็นเก๋ไก๋มาว่าเหล่าบรรดานักบล็อกทั้งหลายรู้จักกันแค่บางด้าน และน้อยด้านมากเกินไป จึงอยากให้นักบล็อกทั้งหลายเล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวเองมาห้าข้อ และก็ส่งต่อข้อบังคับเหล่านี้ไปให้คนอื่น ๆ เพื่อให้บอกเรื่องราวของตัวเองมาต่อ ๆ ไปเป็นทอด ๆ

ใหม่ ๆ ที่ได้รับ tag นี้มาในระยะต้น ๆ ก็สนุกดีที่จะได้รู้เรื่องราวของคนเล่นบล็อกที่น่าทำความรู้จักให้มากขึ้นกว่าเดิม แต่พอเล่น ๆ ไปก็เริ่มสงสัยว่ามันจะช่วยให้เรารู้จักกันได้มากขึ้นจริงหรือ หรือว่ามันจะมีประโยชน์มากขึ้นจริงหรือถ้าได้รู้จักกัน เพราะสำหรับประการแรกแล้ว สิ่งที่เราเลือกที่จะเล่าก็เป็นสิ่งที่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจและวินิจฉัยของเราโดยสิ้นเชิง ดังนั้นสิ่งที่เล่าไปจะมีระดับชั้นความสำคัญมากขนาดไหนก็ได้ และนั่นก็หมายถึงว่า อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่สลักสำคัญอะไรเลยเมื่อได้รู้ เป็นแค่เรื่องธรรมดาที่ไม่อาจทำให้รู้จักเราได้ดีมากขึ้น และสำหรับประการหลังเอง ก็สอดคล้องกับประการแรก เพราะการเล่นบล็อกของหลาย ๆ คนเป็นเพื่อปลดปล่อยตัวเอง และแสวงหาความชอบและผู้ที่มีความชอบคล้ายคลึงกับตนเอง โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องเปิดเผยตัวตนให้ผู้อื่นในบล็อกนั้น ๆ ได้รู้จัก อาจจะเลือกเปิดแค่บางส่วน หรือมากกว่านั้น ก็เป็นการโลดแล่นไปในบล็อกโดยที่ไม่ต้องการที่จะเปิดเผยตัวเองให้ผู้อื่นได้รู้จักเลย ดังนั้นแล้ว เมื่อเรามาเล่นบล็อกโดยที่ไม่ระบุชัดว่าเราเป็นใคร ทำอะไร การเปิดเผยตัวตนด้วยความลับเล็กน้อยเช่นนี้จะมีประโยชน์อะไร เราจะไม่ได้รู้จักเขาดีขึ้นมากกว่าเดิมเลย เพราะทุกอย่างที่เรารู้เกี่ยวกับเขาเป็นศูนย์ตั้งแต่ต้นต่างหาก อีกอย่างก็คือ เราไม่ได้อ่านสนใจบล็อกของใครสักคนเพียงเพราะว่าเขาเป็นใคร แต่เราอ่านเพราะเราสนใจในข้อเขียนและมุมมองของเราต่างหาก และที่สำคัญ เรากำลังก้าวล่วงไปในความเป็นส่วนตัวและตัวตนที่อยากจะถูกปกปิดหรือเปล่า คนที่มาเล่นบล็อกเพื่อจุดประสงค์นี้ เพื่อความผ่อนคลายเช่นนี้ก็มี

* ก็แค่จับผิดไปเรื่อย blogtag มาเร็วเกินไป และที่สำคัญ การที่ระบุให้ส่งต่อให้คนห้าคนทำให้สิ่งนี้ระบาดรุนแรงมากไปในระยะเวลาสั้น ๆ ทำให้ผู้ที่ถูก tagged และออกมาเล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวเองมีมากเหลือเกินจนทำให้เฝือ และกลายเป็นเห็นเมื่อไหร่ อารมณ์เสียเมื่อนั้น หากค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป blogtag อาจจะมีวงจรชีวิตที่น่ารักกว่านี้ก็ได้

ช่วงหลัง มี tag อื่น ๆ ออกมาระบาดเพิ่มเติมมากขึ้น เห็นแบบนี้ก็เถอะ แต่ส่วนตัวเองเป็นคนที่ไม่เห็นด้วยกับกิจกรรมนี้อย่างรุนแรง การทำความรู้จักและรู้จักกับใครคนหนึ่งคนใด ต้องใช้เวลาและความพยายาม ความสนใจใส่ใจมากกว่าได้รู้ความลับห้าข้อ ซึ่งถ้าบอกในกติกาว่า … sharing five things about themselves that relatively few people know … ทุกสิ่งที่เอามาลงบล็อกไม่ว่าจะคนรู้มากรู้น้อยขนาดไหน ก็ถือเป็นความลับได้แล้ว เพราะคนอ่านไม่รู้จักอะไรตัวคนเขียนเลย

* ฟังดูเหมือนเป็นคนที่ไม่เชื่อในเรื่องสัมพันธภาพในบล็อก แต่ก็อย่างที่คิดนั่นแหละ ... การทำความรู้จักและรู้จักกับใครคนหนึ่งคนใด ต้องใช้เวลาและความพยายาม ความสนใจใส่ใจมากกว่าได้รู้ความลับห้าข้อเยอะ ดังนั้น เอาเวลามาใส่ใจสนใจกันแทนดีกว่า

No comments: