Sunday, April 15, 2007

[book review] The Twelve Kingdoms Vol.1

The Twelve Kingdoms Vol.1: Sea of Shadow (Hardcover)
By Fuyumi Ono (Translated/ adapted from Japan to English by Alexandra O. Smith and Elye J.Alexander)


(Thanks to Yueki in NYC for sharing her version of TW - I've got this one as well!)
ชนิด : Urban Fantasy (Young Adult)
สำนักพิมพ์ : Tokyopop (March 13, 2007)
จำนวนหน้า : 464 หน้า


หนังสือเปิดตัวด้วย Yoko ตัวเอกของเรื่องที่ดูเหมือนจะเป็นเด็กสาวหัวอ่อนธรรมดา – เรียนเก่งเรียบร้อย และเชื่อฟังพ่อแม่ – เธอมีชีวิตที่เรียบง่ายมาตลอดจนกระทั่งฝันร้ายว่าถูกขบวนสัตว์ร้ายมากมายไล่เอาชีวิตมาเยือน และในแต่ละคืน พวกมันก็เข้าใกล้เธอเข้ามาเรื่อย ๆ แม้ว่าจะลืมตาตื่น แต่ความรู้สึกในตอนนั้นก็ยังตามเธอมา จนกระทั่ง Yoko ได้เจอกับ Keiki ชายประหลาดในชุดกิโมโนซึ่งบอกว่าเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย

และกว่าจะรู้ตัว เธอก็ถูกดึงมาอยู่ในอีกโลกหนึ่งแล้ว Yoko ได้เจอสัตว์ประหลาดมากมายอย่างที่เธอเผชิญในฝัน และคราวนี้เธอก็ถูกบีบบังคับให้ต้องจับดาบขึ้นมาสู้ อย่างไรก็ตาม ขณะที่เธอกำลังพยายามหาความจริงของเรื่องราวทั้งหมดจาก Keiki นั้นเอง Yoko กลับพลัดหลงจาก Keiki และมีเพียงดาบกับอัญมณีคู่ดาบเท่านั้นที่เหลืออยู่กับเธอ และหญิงสาวไม่มีทางเลือกใด ๆ นอกจากจะพยายามหา Keiki ให้เจออีกครั้ง พร้อมกับหาทางกลับไปสู่โลกที่เธอจากมาไปพร้อมกัน ๆ

การอยู่ตามลำพังในโลกที่ไม่คุ้นเคยไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เมื่อเธอไม่มีคนรู้จัก ไม่มีญาติมิตร หรือแม้แต่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโลกที่เธอเผชิญหน้าอยู่ และที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้น นอกเหลือจากเหล่าฝูงปีศาจที่คอยไล่ล่าเอาชีวิตเธอแล้ว ชาวเมืองที่ Yoko พบเจอตั้งท่าเป็นปฏิปักษ์กับผู้ที่มาจากโลกอื่นอย่างเธออย่างเปิดเผย และนั่นก็หมายถึงว่าเธอต้องดิ้นรนเพื่อที่จะเอาชีวิตให้รอดหนักกกว่าที่เคย!

ความสนใจแว่บแรกต่อหนังสืออยู่ที่ปกที่เหมือนจะเป็นการ์ตูนญี่ปุ่นเล่มหนึ่ง หากแต่เมื่อหยิบมาดูจริงจัง ก็ต้องแปลกใจที่พบว่าเป็นนิยาย เรื่องราวที่เกิดในหนังสือ ซึ่งคือ ตัวเอกหลุดหลงเข้าไปในโลกต่างมิติเหมือนจะโครงเรื่องที่คุ้นเคย ซ้ำซาก หากเมื่อได้เริ่มอ่านกลับพบว่ามีความแปลกใหม่และท้าทายกว่านั้นมาก เพราะโดยมาก ในเรื่องการหลงไปสู่อีกมิติอื่นเช่นนี้ ตัวละครจะได้รับความช่วยเหลืออย่างดีจากคนรอบข้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการ์ตูนผู้หญิงหลายเรื่อง ที่จะมีตัวละครชายมากมายมาปกป้องดูแล

อย่างที่ได้บอกว่า ตัวเอกถูกบีบบังคับให้ต้องอยู่คนเดียว และเอาตัวรอดจากทั้งปีศาจและมนุษย์ในครึ่งแรก และสถานการณ์เหล่านั้นก็บังคับให้เธอต้องเข้มแข็ง และแข็งแกร่งขึ้น จากที่ลังเลที่จะต้องใช้ดาบประหัตประหารเหล่าปีศาจที่ไล่ตามเธอ กลายเป็นว่า Yoko เลือกที่จะ “กำจัด” เหล่าปีศาจนั้นโดยไม่ลังเล และด้านความสัมพันธ์ที่มีต่อมนุษย์ด้วยกันเอง เมื่อชาวบ้านที่พบตั้งท่าเป็นปฏิปักษ์กับเธอ และคนที่ดีกับเธอต่างก็ทำไปเพื่อหลอกใช้และหาประโยชน์จากเธอ จนทำให้ Yoko เลือกที่จะอยู่ในป่าเพื่อต่อสู้กับสัตว์ร้าย ดีกว่าเข้าไปในเมืองและเผชิญความโหดร้ายจากมนุษย์ที่เป็นเผ่าพันธุ์เดียวกับเธอ ลักษณะเหล่านี้ถือเป็นส่วน coming of age ในลักษณะ realist ที่ Yoko ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเอาตัวรอดทั้งสิ้น และแม้จะฟังดูขมขื่น และโหดร้าย แต่เมื่อประกอบกับเรื่องราวความเป็นไปในเรื่องกลับประสานได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในครึ่งหลัง ที่ตัวเอกได้รู้จักกับตัวละครอื่นในเรื่องที่ได้กลายมาเป็นเพื่อนของเธอ และทำให้ความเชื่อมั่นในมนุษย์ของเธอกลับฟื้นคืนขึ้นมาใหม่

ครึ่งแรกของเรื่องเน้นเรื่องราวและการเติบโตที่จะกล้าอยู่เพื่อตัวเอง และปกป้องตัวเองจากอันตรายไม่ว่าจากปีศาจและมนุษย์ของ Yoko และเน้นให้เห็นการต่อสู้ภายในใจของตัวละครหลัก สถานการณ์ที่เธอเผชิญทำให้เธอต้องตั้งคำถามถึงความเป็นมนุษย์ และศีลธรรมภายในใจของเธอ โดยแสดงผ่านบทสนทนาตอบโต้กับจิตใต้สำนึกของตัวเอง จากจุดนี้เราจะเห็นความมั่นคงและความเชื่อมั่นที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ของตัวเอก

ในส่วนครึ่งหลังเมื่อมีผู้ร่วมเดินทางเพิ่มขึ้นมา เป็นส่วนที่ปริศนาต่าง ๆ ในหัวของ Yoko ซึ่งรวมถึงสาเหตุที่เธอต้องหลงมาอยู่ในโลกต่างมิติเปิดเผยจนหมด และก็ถือว่าคนเขียนทำได้ดีที่ให้เธอเดินทางจนค้นพบและเปลี่ยนแปลงตัวเองได้จนเมื่อเธอมาค้นพบความเป็นไปต่าง ๆ ในภายหลัง ก็ทำให้หญิงสาวมีความกล้า และมีจุดยืนของตัวเองในการที่จะตัดสินใจต่อไป.
---
25.04.07

ไม่ได้เขียนเพิ่มเติมไปว่า หลังจากอ่าน Twelve Kingdoms เล่นนี้เสร็จ มีความสุขมาก ถึงกับบอกตัวเองว่าโชคดีและดีใจที่ได้รู้ภาษาอังกฤษ เพราะช่วยเปิดโลกให้ได้อ่านหนังสือดี ๆ หลากหลายขึ้นอีกมาก ซึ่งอันที่จริง ถ้าได้รู้มากภาษาก็จะเป็นแต้มต่อที่สำคัญในการที่จะเสาะแสวงหาหนังสือดี ๆ ของแต่ละชาติมาอ่านเพิ่มเติม ทุกชาติทุกภาษามีหนังสือดีน่าอ่านน่าสะสมที่ไม่ได้แปลเป็นภาษาไทยหรือแม้แต่ภาษาอังกฤษด้วยกันทั้งนั้น และอันที่จริง ถึงแม้ว่าจะแปลมาได้ ก็อาจจะไม่ได้ความสมจริงและอรรถรสความเข้าใจดื่มด่ำในภาษานั้นมา แต่ก็นั่นแหละ ได้บางส่วน ก็อาจจะดีกว่าไม่ได้มาแม้แต่ส่วนเดียวก็ได้

อย่างไรก็ตาม จากที่ค้นในเนทเมื่อคืน ก็พบว่า บ้านเราก็มีการแปล Twelve Kingdoms เป็นภาษาไทยด้วย ตั้งแต่เดือนมกราแล้ว หากแต่เป็นการแปลจากภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาไทยเลย (ทำโดยสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์คอมมิคส์โดยจัดอยู่ในประเภทเดียวกับกำลังภายใน) ก็เลยไม่แน่ใจว่าอย่างไรดี เพราะว่าฉบับภาษาอังกฤษมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขอยู่เหมือนกัน และสิ่งนั้นก็อาจจะเกิดเช่นเดียวกับภาษาไทยด้วย คนแปลเป็นคนที่ไม่คุ้นเคยก็ยิ่งทำให้ไม่แน่ใจกับอรรถรสที่จะได้ แต่ประการสำคัญก็คือ ฉบับภาษาอังกฤษเพิ่งออกมาเล่มเดียวเอง และกว่าจะออกอีกก็อีกนาน โอ้!

4 comments:

Anonymous said...

เอ่อ คือว่าต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นเขาก็แบ่งเป็นสองเล่ม
คือ "ภาคต้น" กับ "ภาคจบ" นะฮะ
ฉบับภาษาไืทยเขาก็ทำตามต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นทุกอย่าง
แต่ของภาษาอังกฤษเป็นยังไงอันนี้ก็มิอาจทราบได้

ผมว่าคนแปลภาคภาษาไทยเขาแปลออกมาได้ดีในระดับนึงแล้ว
เพราะเนื้อเรื่องในเล่มนี้ค่อนข้างเยอะและมีความยากพอสมควร
ได้อ่านจากรายละเอียดต่างๆที่เสริมเข้ามาแล้วก็เห็นถึงความพยายาม
และความตั้งใจของคนแปลมากทีเดียวละฮะ

ยังไงจะติดตามภาคภาษาไทยให้จบ
เพราะภาคภาษาอังกฤษคงอีกเป็นชาติกว่าจะแปลหมด

Anonymous said...

พอดีแวะผ่านมา เห็นด้วยกับความคิดแรกนะคะ

เท่าที่อ่านดูแล้วคุณก็ยังไม่รู้รายละเอียดของเรื่องนี้มากนัก
บางครั้งการที่ไม่มีข้อมูลที่เพียงและเอามาพูดในลักษณะนี้
มันก็เหมือนกับเป็นการแสดงความไม่รู้ของคุณ

ภาคภาษาไทยเขาทำเหมือนภาคภาษาญี่ปุ่นทุกอย่างนะคะ
ที่สำคัญภาคแรกเขาแบ่งออกเป็นภาคต้นกับภาคจบนะ
ไม่ได้รวบรัดทำเป็นเล่มเดียวเหมือนกับภาคอังกฤษในมือคุณ

ming-ki said...

อืม เป็นเพราะว่าเขียนโดยมิได้เทียบกับฉบับภาษาญี่ปุ่น แต่ว่าแค่เทียบกับภาษาอังกฤษแทน
จึงวิจารณ์ออกไปโดยอาศัยมาตรฐานภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์โดยไม่รู้จริง
ต้องขอโทษและขอบคุณคุณ Anonymous ทั้งสองคน
ที่มาช่วยแบ่งปันความรู้สำหรับเรื่องการแบ่งหนังสือกันนะคะ
อันนี้ต้องขอโทษที่พูดออกไปโดยที่ไม่รู้ข้อมูลที่ถูกต้องไปจริง ๆ

และก็ต้องบอกว่าเป็นการพูดโดยความไม่รู้ และแสดงออกถึงความไม่รู้จริง ๆ
พร้อมจะแสดงออกเสียด้วย
เพราะหน้านี้เป็นการวิจารณ์อรรถรสของหนังสือและความรู้สึกที่มีหลังอ่าน
มากกว่าจะเป็นการพูดถึงความรู้ถึงหนังสือนั้น
และไม่ได้อวดอ้างหรือบอกว่าเป็นคนที่รู้ดีแต่ประการใด

เห็นด้วยว่าเนื้อเรื่องในหนังสือค่อนข้างละเอียดทำให้การถ่ายทอดเป็นภาษาอื่นยากลำบาก
ซึ่งอย่างไรเสียก็เกิดจุดบกพร่องบ้าง (แม้กับฉบับภาษาอังกฤษก็ดี)
และดังนั้น แม้ว่าจะสละสลวย คนที่คิดจะติก็คงหาข้อติจนได้
ดังเช่นที่เกิดขึ้นตอนนี้ อย่างที่บอกว่าลางเนื้อชอบลางยา

อย่างไรก็ตาม เห็นด้วยว่า ฉบับภาษาอังกฤษอีกนานกว่าจะจบจริง ๆ ค่ะ

Unknown said...

เราว่าจะไปซื้อเหมือนกันค่ะ แต่เดี๋ยวรอเล่ม 3 ออกก่อน แหะๆ(หมายถึงเล่ม 3ภาคภาษาอังกฤษนะคะ) เพราะอยากอ่านเล่ม 3 มากกก แต่ต้องรอปีหน้าซีนะ ได้ข่าวว่าออกปีละเล่ม - -'' ทั้งหมด 12 เล่มกว่าจะได้อ่านจนจบก็แต่งงานมีลูกพอดี 555+

ภาษาไทยก็ทำได้ดีนะคะ ลองหามาอ่านดูสิคะ สงสัยจะออกช้าประมาณภาษาอังกฤษแล้วละมั้ง...เล่ม 5 ไม่ออกอีกเลย นานหลายเดือนแล้วด้วย... ต้องรอลุ้นว่าใครจะออกก่อนกัน 555