Negaholics: 2 (Rerun)
- ทำซ้ำไปมา (Pattern Repeater) ติดอยู่ในวงจรที่หาทางออกไม่เจอ อยากทำสิ่งที่แปลกใหม่/ เปลี่ยนแปลงไป แต่พอรู้ตัวก็กลับไปทำอย่างเดิมแล้ว เป็นการกระทำที่ค้านกันสิ่งที่ตัวเองต้องการ หรือบางครั้งก็ทำไปเพราะความเคยชินโดยอัตโนมัติ ทำต่างกับที่คิด/ ตั้งใจโดยที่ตัวเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร
- ไม่เคยตั้งมาตรฐานให้ตัวเอง (Never-Measure-Up) กลุ่มนี้มักคิดว่าตัวเองทำไม่ได้ และมีเหตุผลบอกตัวเองร้อยแปด จึงทำอะไรไม่ได้ดีจริง ๆ
3. จิตตกทางด้านจิตใจ (Mental Negaholics) ดูยากและลึกลับเพราะเป็นเรื่องความคิด คือรู้สึกเศร้า หดหู่ (อาจจะไม่รู้ตัว) โดยที่ตัวเองก็ไม่เข้าใจสาเหตุ พวกนี้จะเปลี่ยนความคิดด้านลบเป็นการกระทำ/ พฤติกรรมด้านลบ และมักจะยึดติดกับการทำร้าย/ กล่าวโทษตัวเอง/ ไม่ยอมปล่อยวาง
- ตำหนิตลอดเวลา (Constant Critic) ดูสิ่งที่ตัวเองทำและติเตียนตนเองตลอด เช่น “ไม่น่าแบบนั้น” “ทำไมไม่ทำแบบนี้” “ทำเสียเรื่องอีกแล้ว” เป็นต้น จึงรู้สึกแย่ตลอดเวลา เพราะเกิดสม่ำเสมอ จะรู้สึกว่าตัวเองแย่/ ทำอะไรไม่ได้ กลุ่มนี้มักจะมีสาเหตุการกระทำจากภายนอกมาเป็นส่วนเสริม เช่น การเลิกกับแฟน การพลาดสัญญาธุรกิจ
- พวกแข่งขันเปรียบเทียบ (Comparing Contestant) เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นทุกเวลาและกับทุกสิ่ง และมักเป็นการเปรียบเทียบกับคนที่ดีว่า ทำให้ชีวิตเป็นการแข่งขัน เพราะอยากให้คนอื่นชื่นชมตัวเอง/ อยากได้สิ่งที่ดีที่สุด
- เสียใจกับอดีต (Retroactive Fault Finder) เสียใจกับสิ่งที่ตนเองทำในอดีต ประเภท ไม่น่าเลย ถ้าทำแบบนั้นก็คงดี พวก “ถ้า...” ชีวิตจะเต็มไปด้วยความเศร้าหมองเพราะรู้สึกว่ามีสิ่งที่ดีกว่าให้เลือกปฏิบัติ และตัวเองไม่ได้เลือกสิ่งนั้นไป
- เลิกล้มง่าย ๆ (Premature Invalidator) ล้มเลิกก่อนทำ/ ก่อนทำสำเร็จ เพระกลัวความผิดพลาด/ ความล้มเหลวที่ตัวเองจะได้รับ ซึ่งอาจมองได้ว่าเป็นกลไกป้องกันตัวเองอย่างหนึ่ง
4. จิตตกผ่านทางคำพูด (Verbal Negaholics) พวกนี้อยู่ด้วยได้ไม่ได้ เพราะทำให้เราอารมณ์เสีย หรือแม้แต่จิตตกตาม พวกนี้มองเฉพาะสิ่ง/ สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดที่จะเกิดขึ้นเป็นหลัก ถ้าไม่หนักแน่นพอ อยู่ด้วยแล้ว จะหดหู่ตาม เมื่อมีสิ่งเล็กน้อยผิดพลาดก็ไม่รีรอที่จะบ่น (เห็นได้ชัดว่าพวกที่มองโลกในแง่ดี รื่นรมย์มีวิธีรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดฝันต่างออกไป พวกรื่นเริงจะใช้การสื่อสารเพื่อบอกสิ่งที่ตนเองต้องการ แล้วหาทางทำให้เกิดได้ เกิดผลลัพธ์เชิงบวกมากกว่าจะมานั่งบ่น) โดยย่อ กลุ่มนี้ เป็นพวกที่มองว่าน้ำเหลือแค่ครึ่งแก้ว แทนที่จะมองว่า น้ำยังเหลืออีกครึ่งแก้ว เป็นกลุ่มที่เปลี่ยนแปลงลำบากที่สุด
- ติดกับ (Beartrapper) กลุ่มนี้ร้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่น แต่ก็มองว่าคนอื่นทำได้ไม่ดี มองว่าคนที่มาช่วยทำไม่ได้/ ไม่เข้าใจตัว เป็นพวกที่คนอื่นมาช่วยก็ปัดความช่วยเหลือนั้น แล้วก็มาบ่นต่อ เป็นหลุมดักคนมาช่วย แม้เต็มใจมาช่วย แต่พอสักพักก็ทำให้คนมาช่วยนั้นรู้สึกอับจนตามไปด้วย เช่น ข้อเสนอเพื่อช่วยหาทางออกทุกอย่างถูกปฏิเสธหมด พวกนี้ขอความช่วยเหลือ แต่ก็ไม่คิดหาทางแก้จริงจัง ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะ มองว่าปัญหาที่ตัวมีหนักหนาเกินจะแก้
- บ่นแหลก (Constant Complainer) มองโลกในแง่ร้าย และปฏิเสธทุกอย่าง อันนั้นไม่ดี อันนี้ไม่ใช่ พอคนที่เข้ามาสัมผัสกับความคิดด้านลบสุดขั้ว ก็จะหนีหายไปหมด โดยที่กลุ่มนี้ก็จะไม่เห็นว่าทัศนคติของตนผิดเพี้ยนไป เกิดเป็นความเชื่อว่าชีวิตเป็นเช่นนี้อยู่แล้ว (โหดร้ายเป็นเรื่องปกติ) และไม่เคยมองโลกรื่นรมย์
- กระต่ายตื่นตูม (Herald of Disaster) เป็นพวกตื่นตูม และหวาดกลัวทุกอย่าง มองว่าโลกนี้แย่แล้ว สิ่งเลวร้ายกำลังจะเกิด อาจมองถึงขั้นโลกานาศเลย
- หมดหวัง (The Gloom and Doomer) เหมือนกลุ่มกระต่าย แต่มองว่าไม่มีทางแก้ไขใด ๆ ปฎิกิริยาจึงเป็นไปในทำนองเนือย ไม่มีการโต้ตอบหาทางออกใด ๆ เฉยชา หมดสิ้นทุกอย่าง
**** จะรู้สึกตัวหรือไม่ก็ตาม แต่เมื่อจิตตกก็จะมีแนวโน้มพฤติกรรมไปในทางทำลายล้าง/ บ่อนทำลาย อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าคน ๆ หนึ่งจะเป็นไปได้หลายอย่าง ตามรูปแบบสถานการณ์และช่วงเวลา (ดูจากมิ้งเอง) วันนี้ขอสรุปแค่นี้ก่อนนะคะ สาเหตุ และวิธีแก้จะตามมาภายหลังนะคะ ขอบคุณค่ะมิ้ง
1 comment:
โอ้ น่าสนมากครับ เป็นข้อมูลที่ดีเลย
จะตามอ่านนุ
ลค
Post a Comment