Tuesday, July 04, 2006

เด็กหญิงกับความสุข

ไปเจอเรื่อง “เด็กหญิงผู้แสนเศร้า” ของ คุณ หลังเที่ยงคืน มา

ติดใจและประทับใจพอควร นอกจากจะต่อยอดลงไปที่บล็อกแล้ว ก็เลยขอเก็บยอดแล้วยกมาไว้ที่นี่ด้วยคน
แล้วก็สงสัย ว่า ตัวมิ้งเองมองอะไรสวยงาม ง่ายดาย ฉายฉวย ไปจนถึงเคลิ้มฝันไปมากเกินควรไหมหนอ?

แต่อย่างน้อย

John Masefield ก็บอกไว้ว่า "The days that make us happy make us wise."นะ

--------

(คุณ หลังเที่ยงคืน)

เด็กหญิงผู้หนึ่งมีดวงตาแสนเศร้า
และผมไม่ทราบอะไรเกี่ยวกับตัวเธอเลย

เธออาศัยอยู่บ้านหลังไหน อาศัยอยู่ที่นั่นกับใคร
เธอมีชีวิตเป็นอย่างไร ชอบขนมหวานหรือตุ๊กตา
เธอมีเพื่อนเล่นกี่คน ใครถักเปียผูกโบให้
เธอหัวเราะได้น่าฟังไหม นิทานเรื่องใดที่กล่อมเธอนอน

ผมแน่ใจว่าเธอต้องหัวเราะได้น่าฟัง
แม้ว่าดวงตาของเธอจะแสนเศร้าเหลือเกิน

..ผมฮัมเพลงออกมาเพลงหนึ่ง
ขณะที่ในใจคิดถึงการเดินทาง
ผ่านทุ่งนาสีเขียวพระอาทิตย์ยามเย็น ลมเอื่อย
ทุกสิ่งเงียบสงบไร้สิ่งรุมเร้า

เพื่อนของผมที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ร้องท้วง
หาว่าผมฮัมเพลงอะไร พาให้ใจเศร้าไม่เข้าท่า
ทั้งที่ผมก็แค่ฮัมเพลงของผมดี ๆ
ถ้าใครมาฟังแล้วเก็บไปเศร้าก็คงเพราะมีความเศร้า
แฝงอยู่ในใจเขาเองต่างหาก

..

เด็กหญิงผู้หนึ่งมีดวงตาแสนเศร้า
ทั้งที่ผมไม่ทราบอะไรเกี่ยวกับตัวเธอเลย
เด็กหญิงผู้นั้นหัวเราะให้ได้ยินเบา ๆ
และเสียงหัวเราะของเธอก็แสนเศร้าไม่แพ้กัน

-------

(มิ้ง)

เด็กหญิงผู้หนึ่งมีดวงตาแสนเศร้า
และผมไม่ทราบอะไรเกี่ยวกับตัวเธอเลย

เธออาศัยอยู่บ้านหลังไหน อาศัยอยู่ที่นั่นกับใคร
เธอมีชีวิตเป็นอย่างไร ชอบขนมหวานหรือตุ๊กตา
เธอมีเพื่อนเล่นกี่คน ใครถักเปียผูกโบให้
เธอหัวเราะได้น่าฟังไหม นิทานเรื่องใดที่กล่อมเธอนอน

ผมไม่ทราบอะไรเกี่ยวกับตัวเธอเลย

ดังนั้น เราจึงมาเป็นเพื่อนกัน
อาศัยความคุ้นเคยทีละน้อย
อาศัยความชอบพอทีละหน่อย
เราจึงมาเป็นเพื่อนกัน

ตอนนี้ ผมเริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับเธอ
และผมก็เริ่มรู้เกี่ยวกับเธอ

ตอนนี้ เธอหัวเราะให้ผมฟังเบา ๆ
เมื่อยามที่เราพูดคุยกัน
เมื่อยามที่ผมเล่าเรื่องขำขันให้เธอฟัง

แล้วเสียงหัวเราะก็แปรเปลี่ยน
ให้ดวงตาแสนเศร้ากลับมีชีวิตชีวา

No comments: