เด็กหญิงกับความสุข
ไปเจอเรื่อง “เด็กหญิงผู้แสนเศร้า” ของ คุณ หลังเที่ยงคืน มา
ติดใจและประทับใจพอควร นอกจากจะต่อยอดลงไปที่บล็อกแล้ว ก็เลยขอเก็บยอดแล้วยกมาไว้ที่นี่ด้วยคน
แล้วก็สงสัย ว่า ตัวมิ้งเองมองอะไรสวยงาม ง่ายดาย ฉายฉวย ไปจนถึงเคลิ้มฝันไปมากเกินควรไหมหนอ?
แต่อย่างน้อย
John Masefield ก็บอกไว้ว่า "The days that make us happy make us wise."นะ
--------
(คุณ หลังเที่ยงคืน)
เด็กหญิงผู้หนึ่งมีดวงตาแสนเศร้า
และผมไม่ทราบอะไรเกี่ยวกับตัวเธอเลย
เธออาศัยอยู่บ้านหลังไหน อาศัยอยู่ที่นั่นกับใคร
เธอมีชีวิตเป็นอย่างไร ชอบขนมหวานหรือตุ๊กตา
เธอมีเพื่อนเล่นกี่คน ใครถักเปียผูกโบให้
เธอหัวเราะได้น่าฟังไหม นิทานเรื่องใดที่กล่อมเธอนอน
ผมแน่ใจว่าเธอต้องหัวเราะได้น่าฟัง
แม้ว่าดวงตาของเธอจะแสนเศร้าเหลือเกิน
..ผมฮัมเพลงออกมาเพลงหนึ่ง
ขณะที่ในใจคิดถึงการเดินทาง
ผ่านทุ่งนาสีเขียวพระอาทิตย์ยามเย็น ลมเอื่อย
ทุกสิ่งเงียบสงบไร้สิ่งรุมเร้า
เพื่อนของผมที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ร้องท้วง
หาว่าผมฮัมเพลงอะไร พาให้ใจเศร้าไม่เข้าท่า
ทั้งที่ผมก็แค่ฮัมเพลงของผมดี ๆ
ถ้าใครมาฟังแล้วเก็บไปเศร้าก็คงเพราะมีความเศร้า
แฝงอยู่ในใจเขาเองต่างหาก
..
เด็กหญิงผู้หนึ่งมีดวงตาแสนเศร้า
ทั้งที่ผมไม่ทราบอะไรเกี่ยวกับตัวเธอเลย
เด็กหญิงผู้นั้นหัวเราะให้ได้ยินเบา ๆ
และเสียงหัวเราะของเธอก็แสนเศร้าไม่แพ้กัน
-------
(มิ้ง)
เด็กหญิงผู้หนึ่งมีดวงตาแสนเศร้า
และผมไม่ทราบอะไรเกี่ยวกับตัวเธอเลย
เธออาศัยอยู่บ้านหลังไหน อาศัยอยู่ที่นั่นกับใคร
เธอมีชีวิตเป็นอย่างไร ชอบขนมหวานหรือตุ๊กตา
เธอมีเพื่อนเล่นกี่คน ใครถักเปียผูกโบให้
เธอหัวเราะได้น่าฟังไหม นิทานเรื่องใดที่กล่อมเธอนอน
ผมไม่ทราบอะไรเกี่ยวกับตัวเธอเลย
ดังนั้น เราจึงมาเป็นเพื่อนกัน
อาศัยความคุ้นเคยทีละน้อย
อาศัยความชอบพอทีละหน่อย
เราจึงมาเป็นเพื่อนกัน
ตอนนี้ ผมเริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับเธอ
และผมก็เริ่มรู้เกี่ยวกับเธอ
ตอนนี้ เธอหัวเราะให้ผมฟังเบา ๆ
เมื่อยามที่เราพูดคุยกัน
เมื่อยามที่ผมเล่าเรื่องขำขันให้เธอฟัง
แล้วเสียงหัวเราะก็แปรเปลี่ยน
ให้ดวงตาแสนเศร้ากลับมีชีวิตชีวา
No comments:
Post a Comment