Monday, July 24, 2006

อาขยานวัยเด็ก

“วิชาเหมือนสินค้า”

วิชาเหมือนสินค้า อันมีค่าอยู่เมืองไกล
ต้องยากลำบากไป จึงจะได้สินค้ามา
จงตั้งเอากายเจ้า เป็นสำเภาอันโสภา
ความเพียรเป็นโยธา แขนซ้ายขวาเป็นเสาใบ
นิ้วเป็นสายระยาง สองเท้าต่างสมอใหญ่
ปากเป็นนายงานไป อัชฌาศัยเป็นเสบียง
สติเป็นหางเสือ ถือท้ายเรือไว้ให้เที่ยง
ถือไว้อย่าให้เอียง แล่นเลาะเลี่ยงข้ามคงคา
ปัญญาเป็นกล้องแก้ว ส่องดูแถวแนวหินผา
เจ้าจงเอาหูตา เป็นล้าต้าฟังดูลม
ขี้เกียจคือปลาร้าย จะทำลายให้เรือจม
เอาใจเป็นปืนคม ยิงระดมให้จมไป
จึงจะได้สินค้ามา คือวิชาอันพิศมัย
จงหมั่นมั่นหมายใจ อย่าได้คร้านการวิชา

ไปเจอมาโดยบังเอิญ แล้วก็คิดถึงตอนที่เรียนประถมขึ้นมาได้ จำได้ว่าอยู่ในหนังสือดรุณศึกษา แต่จำไม่ได้ว่าอยู่เล่มไหน อาจจะเป็นเล่มสี่ก็ได้กระมัง ตอนนี้ห่างหายห่างเหินจากหนังสือเรียนระดับประถมมานานเต็มที ก็ไม่รู้ว่า เขายังจะพิมพ์หนังสือแบบนี้ แล้วก็ที่สำคัญ ยังเป็นแบบเรียนให้เด็กปัจจุบันได้เรียนอยู่หรือเปล่า ก่อนหน้านี้เคยถึงอยู่ด้วยซ้ำว่าจะไปเอาแบบเรียนชุดนี้มาเก็บไว้ เพราะนอกจากจะให้ได้รำลึกถึงอดีตแล้ว ก็ยังถือเป็นหนังสือดีที่มีค่าสำหรับเก็บอย่างยิ่งด้วย แต่อย่างไรก็ตาม แปลกที่คิดถึงความทรงจำตอนที่อยู่กับหนังสือชุดนี้ได้ ตั้งแต่ตอนอยู่อนุบาลเลยด้วยซ้ำ ทั้ง ๆ ที่จำอะไรไม่ได้มาก แต่หนังสือชุดดรุณศึกษาก็ทำให้นึกถึงและเป็นจุดเชื่อมโยงอดีตที่สำคัญขึ้นมา เห็นภาพโต๊ะลอก ๆ จากฝีมือเด็กอนุบาล กับห้องเรียนบนชั้นสอง ไปจนถึงการหารูปสัตว์มาแปะลงกระดาษส่งครูเลย

และบทนี้ก็เป็นที่ชอบ และท่องได้ขึ้นใจมาแต่ไหนแต่ไร ถึงจะไม่แน่ใจว่าเราจะได้สินค้าจากแดนไกลมาแล้ว หรือว่านำสินค้าไปขายต่อได้หรือไม่ก็ตาม

No comments: