Thursday, July 20, 2006

กินข้าวที่ Delicatezza

*เขียนไว้ตั้งแต่ต้นปี


เพราะว่าคุณป๋าของเราคลั่งไคล้และใหลหลงอาหารญี่ปุ่นมาก .... มากจนถึงขนาดไปลงคอร์สอบรมการทำอาหารญี่ปุ่น โดยเฉพาะซูซิหน้าต่าง ๆ และไม่รู้สึกเป็นเรื่องปกติที่จะลากทุกคนในบ้านไปร้านญี่ปุ่นสุดโปรดที่มีหลายร้านอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง จึงไม่น่าแปลกใจอะไรที่แม่และมิ้งซึ่งชอบอาหารฝรั่งจะอดรนทนไม่ได้ ต้องวิ่งหนีไปหาร้านอาหารอร่อย ๆ อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ญี่ปุ่นและจีนกันเป็นบางครั้งบางคราว

นั่นแหละ ... วันนี้เราก็เลยจะแวะไปชิม Delicatezza ร้านอิตาเลี่ยนแสนอร่อยแถว ๆ ซอยทองหล่อ 15 กัน ก่อนหน้านั้น อาจารย์ที่เคารพรักคนหนึ่งของเราได้แนะนำมา โดยบอกว่า สลัดร้านนี้อร่อยที่สุด และโชคไม่ดีที่การไปทานมื้อค่ำด้วยกันครั้งที่แล้ว ไม่ได้จองโต๊ะไป ทำให้ต้องไปหาอาหารร้านอื่น และได้กลับมาชิมขนมเพียงเท่านั้น

ติดใจคั่งค้างแบบนี้ ดิฉันจะยอมได้อย่างไร ก็นะคะ ในที่สุดความเก็บกดก็ทะลุขีดสุด กลายไปการบุกไปที่ Delicatezza กันเย็นนี้เลย อืม ตอนแรกว่าจะจองโต๊ะก่อนไป แต่ก็กลายเป็นไม่ได้จอง ดีนะเนี่ย ที่ไปถึงเร็ว ทำให้ได้โต๊ะสุดท้ายที่รอดพ้นจากการจองมา ... ขอบคุณที่ไปเร็ว แม้จะไม่ได้จองโต๊ะไว้ก็ตาม

พอนั่งลงสั่งอาหารได้สักพัก คุณพี่พนักงานก็พร้อมเสิร์ฟขนมปังร้อน ๆ กับเนย แต่อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่าเราเข้าร้านมาเป็นโต๊ะแรก ยังมิทันจะได้ส่งขนมปังคำแรกเข้าปาก สลัดที่สั่งไว้ก็ปรากฏตัวอยู่บนโต๊ะแล้ว โอ ชาม Mixed Salad ของเรา ประกอบไปด้วย สลัดกรีนและเรดโอ๊คเป็นหลัก โรยหน้าด้วยมะเขือเทศเชอรี่ลูกเล็ก พริกหวานและแครอทหั่นเป็นเส้น และแตงกวาฝานบาง ๆ อืมม ความสด หวาน กรอบไปด้วยกันได้ดีกับน้ำสลัดบัลซามิก และน้ำมันมะกอกจริง ๆ ยังไม่ทันไร Parma Ham and Melon ก็มา .... รสชาติเค็มของแฮมถูกความหวานหอมของแตงมาช่วยไว้พอดี หวานและหอมถูกใจป้า ๆ เสียจริง ๆ ... แต่ถึงกระนั้น คนทั้งโต๊ะเราก็พร้อมใจกันประสานเสียงว่า เค็มไปนิด เค็มจนต้องกินให้น้ำส้มบัลซามิกและผักสลัดมาช่วย

หลังจากนั้น ด้วยความที่เราไปด้วยกันหลายคน และมุ่งมั่นจะลองหลาย ๆ อย่าง ก็ทำให้เป็นกินแบบ Asian Share โดยแบ่งเกือบทุกอย่างไว้ตรงกลาง จึงไม่น่าแปลกใจที่ Roman Styled Fried Spinach จะถูกแบ่งกันอย่างทั่วถึง คราวนี้ผักขมของเราถูกผัดมาด้วยความสุกพอดี และก็นับเป็นทางเลือกที่ดีนอกเหนือไปจากผักขมอบชีสซึ่งกลายเป็นรายการบังคับจนน่าเบื่อในร้านอาหารหลาย ๆ ร้านไป นอกเหนือจากผักขมสุกพอดีแล้ว กระเทียมที่ผัดมาจนนิ่มและพริกแห้งก็ช่วยเพิ่มกลิ่นและรสชาติอาหารได้เป็นอย่างดี

มาดูที่ซุปกันบ้าง Pumpkin Soup ซุปฟักทองของเราเต็มแน่นไปด้วยเนื้อฟักทองเนียนละเอียด และถือได้เป็นดาวเด่นสำหรับคนที่ชอบซุปแต่ไม่พิสมัยครีมจัด ๆ เป็นที่สุด เพราะใช้น้ำมันมะกอกมาเป็นส่วนประกอบหลักแทนที่ครีมและนม อย่างไรก็ตาม จานนี้ต้องรอจนหายร้อนนิดหน่อยแล้วค่อยลงมือตักจริง ๆ เพราะเมื่อตั้งทิ้งไว้สักพัก ก็จะทำให้เนื้อฟักทองก็จะข้นขึ้นและทำให้เราได้ชิมความอร่อยเต็ม ๆ ของฟักทอง

Italian Grilled Sausages อร่อยกับเนื้อไส้กรอกหนักแน่นเต็มคำ ที่มีมะนาวและผักคอสมาช่วยตัดรสให้ความเลี่ยนที่เกิดจากน้ำมันส่วนเกินของไส้กรอกอย่างลงตัว .... Lamp Chop จานนี้เป็นภาระรับผิดชอบหลัก เพราะเป็นคนเดียวในโต๊ะที่ชอบแกะ อืม แกะน้อยของเราถูกปรุงมาอย่างดี และก็อร่อยกำลังพอดีจริง ๆ รสของกระเทียมและโรสแมรี่ก็ช่วยแต่งกลิ่นเป็นที่สุด อย่างไรก็ตาม หงุดหงิดและผิดหวังพอสมควรที่ไม่มีมิ้นท์ ซอส/ เยลลี่ มาด้วย ก็เลยขาดรสหวานอมเปรี้ยวที่จะมาตัดรสไป

Pork Lasagna อร่อยแต่นาน เพราะเป็นต้องอาศัยเวลาอบนานสักนิด ทำให้เป็นอาหารจานที่มาสุดท้าย และก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะมี ครู ที่หาได้ยากมาด้วย

ส่วนขนม ของเด็ดของร้านอย่างหนึ่งก็คือ Tiramisu เพราะสัดส่วนผสมลงตัวระหว่างเนื้อเค้ก ชีสมัสคาโปน กาแฟ และลิเคียว และสิ่งที่ทำให้ชอบมากก็คือ เกล็ดน้ำกาแฟ Sunkist Orange Sorbet ก็ไม่น้อยหน้าเหมือนกัน เพราะเกล็ดนำส้มที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อส้ม และเปลือกส้มหั่นเป็นเส้นยาว นอกจากจะไม่ขมแล้วยังชื่นใจ

เพราะร้าน Delicatezza มีเนื้อที่เพียงห้องเดียว จึงทำให้ยากที่จะต้อนรับผู้มาเยือนได้ทั้งหมด ทำให้ระหว่างที่นั่งดื่มด่ำกับรสชาติอาหาร ก็มีคนเดินเข้าเดินออกร้านเป็นระยะ ๆ และซึ่งไม่ได้จองมา ก็อาจจะต้องผิดหวังกันไป และสำหรับคนที่นั่งอยู่แล้ว ก็อาจจะทำให้ต้องเร่งมื้ออาหารให้เร็วขึ้นสักนิด เพื่อช่วยการ turn-over ของร้าน

สาธุ ๆๆ ใครจะ จองโต๊ะ ก็รีบ ๆ จอง

*** และสาธุค่ะ เวรล่ะ ตอนเขียนเขียนโดยมีเป้าหมายยั่วน้ำลายน้องที่ไม่ได้ไปด้วย ประกอบกับความเว่อร์ในการใช้ภาษา ยิ่งกว่ามีคอลัมน์แนะนำร้านอาหารของตัวเอง อิฉันบรรยายให้ร้านเกินจริงไปไหมนี่ เพราะให้แค่ 6.8-7/10 เท่านั้นนะคะ

No comments: