เปลวไฟ
*รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังแต่งกลอนให้สำนักพิมพ์คบไฟเลย จะมีใครอ่านรู้เรื่องเข้าใจไหมเนี่ย พอเป็นภาษาอังกฤษก็สัญลักษณ์แล้ว ยิ่งพอแปลเป็นไทย ยิ่งมีความแตกต่างเชิงภาษา และความไม่สละสลวยมาเป็นกำแพงอีกชั้นอีก
อืม มาอ่านดูอีกที เกิดอะไรขึ้นกันนี่ ภาษาอังกฤษก็ไม่ลงตัว ภาษาไทยก็ไม่สลวย! ก็ถือเป็น hard-sale อีกชั้นก็แล้วกัน นักเขียนมีชื่อหลายคนบอกว่าการเขียนไปเรื่อย ๆ ก็คือการพัฒนาทักษะฝีมือ ดังนั้นแล้ว ถึง practice จะไม่ make perfect ก็คง make better ได้ใช่ไหมคะ?
เห็นไหม
เปลวไฟกำลังลุกโชติช่วง
และพวกเขาพยายามดับไฟ
โดยก่อกองไฟที่ใหญ่กว่าเดิม
ไฟกองนั้น
ลุกไหม้ด้วยด้วยความเกลียดชัง
โหมแรงด้วยความไม่เข้าใจ
เผาไหม้ร้อนแรง กระจายตัว
สายน้ำนั้น
ดับไฟได้ด้วยความสงบเย็น
หากเพราะเขาไม่เข้าใจไฟ
และยิ่งไม่สนใจสายน้ำเย็น
เวลานี้
กองไฟกำลังลุกโชติแรง
เผาไหม้เขาให้เร้าร้อน
แผดเผาอยู่ทั่วใจรอบตัว
จนกว่าจะถึงเวลา
จนกว่าจะเป็นเวลา
ที่กองไฟจะเป็นแสงไฟ
ให้ความสว่างและนำทาง
กองไฟคงได้ใช้ถูกทาง
เปลวไฟคงได้ใช้เป็นทาง
……………
ปล. เพื่อชีวิตชะมัด!
No comments:
Post a Comment