Latin: the false paradox
“Would it be of use to learn Latin?”,
Well, I think to myself and grin,
This must be some kind of sins,
It’s long been what I wanna jump in.
Latin might be the grimmest option.
Yet, as languages are my passions,
It becomes another life mission,
Another to complete in action!
1. ก็รู้ตัวอยู่เหมือนกันว่า เรียนลาตินไปก็ไม่ได้ใช้ แถมตอนนี้ยังเอาเวลาที่ควรจะทบทวนและฟื้นฟูอิตาเลี่ยน หรือแม้แต่ขัดเกลาอังกฤษไปเสียอีก เพราะถ้าอยากเรียนภาษาใหม่ก็ควรจะเป็นภาษาใช้ประโยชน์ทำให้เกิดแต้มต่อได้อย่างจีน แต่เพราะพอเริ่มเรียนในบล็อก ก็อดไม่ได้ที่จะลงมือจริงจังอย่างที่บอกว่าชอบภาษา และเหมือนได้เปิดกุญแจไขกล่องความฝันที่เพิ่งรื้อออกมาจากห้องเก็บของ ที่จะเริ่มเรียน จะฝึกฝน และศึกษาด้วยความสนุกและเป็นสุขใจ – ไม่ได้เกิดความรู้สึกอย่างนี้มานาน แม้จะมีความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นกับตอนหันมาวาดรูปด้วย illus ใหม่ แต่ก็ไม่ลึกซึ้งหรือดื่มด่ำมากเท่านี้เลย
อย่างไรก็ตาม สนุกกับการแกะและฝึกฝน เหมือนหมุนลูกบิดให้ออกมาสีเดียวกัน เหมือนแกะปริศนาลึกลับได้ แต่ขณะเดียวกันก็กลัวว่าจะเปล่าประโยชน์ ตอนนี้สัญญากับตัวเองว่าจะแบ่งเวลาให้ภาษาอื่นด้วย เฮ้ออ ความอยากเข้าใจร้อยภาษากลับมาอีกแล้ว Dzongkha ก็จำได้แค่สามคำตอนนี้ เริ่มจะเครียดแล้วนะเนี่ย กรีกก็อยากเรียน ไหนจะบาลี เขมร พม่า ไทยใหญ่อีก โอ๊ยยยย เครียดจริง ๆ ด้วย
บอกตัวเองไว้ก่อนดีไหมว่า Rome wasn’t built in a day!!!!
2. อย่างไรก็ตาม นี่เป็นครั้งแรกที่เริ่มเรียนภาษาใหม่ โดยไม่ได้ใช้เงินไปแม้แต่บาทเดียว ต้องขอบคุณ คุณศล จริงๆ ที่ส่ง ebook มาให้ แล้วก็เลยไปเจอแหล่งรวมหนังสือ ebook ที่สามารถโหลดได้อีก ทั้ง ๆ ที่เป็นปกติ ถ้าจะเริ่มเรียนภาษาใหม่ อีมิ้งจอมบ้าคงวิ่งแจ้นไปซื้อหนังสือมาสักสามเล่มเป็นอย่างน้อยมาตุนไว้ (ดังนั้น อย่าถามเชียวว่ามิ้งมีตำราอังกฤษ ฝรั่งเศส และอิตาเลี่ยนกี่เล่ม – เฉพาะอังกฤษ เคยเอามาดูก็ตกใจว่ามีเป็นตู้แล้ว จะเอาอะไรล่ะ
- Headway ทั้ง Pre-Intimidate/ Intimidate/ Advanced
- Languages in Use ทั้ง Grammar/ Structure/ Vocabular
แล้วก็อื่น ๆ อีกมากมายเกินจะกล่าว พูดได้ว่าเป็นยิ่งกว่าญาติผู้ใหญ่โรงเรียนสอนภาษาแล้ว แล้วอันนี้ก็ไม่นับ dictionary ทั้งหลายที่มีนะคะ ไม่ต้องถามว่ามีอะไรบ้าง แค่ Slang อย่างเดียวก็ปาไปสาม Idioms อีกสี่ โอ... กู)
นั่นแหละ แต่เพราะคราวนี้เกรงใจตัวเองว่าเพิ่งซื้อชุดหนังสือและซีดีอิตาเลี่ยนแพงระยับมา (จริง ๆ แล้วเกรงใจหนังสือ!) ก็เลยพยายามกดมือตัวเองไม่ให้หยิบแล้วเอาไปจ่ายเงินไว้ แล้วอีกอย่างก็กลัวว่า passion นี้จะ burn bright, burn high and then die ตามลักษณะนิสัยด้วย ก็เลยบอกตัวเองไปก่อนว่าถ้า endure ได้ครบเดือนนึงก็จะวิ่งไปซื้อตำราเพิ่ม
นั่นแหละ Life has made of purpose, and full of purpose!
3. แต่เห็นหนังสือที่โหลดมาแล้ว เปิดหน้าแรกก็ไม่เท่าไหร่เพราะเป็นฟอนท์ Time Roman ในไฟล์ pdf พิมพ์บอกชื่อหนังสือ ชื่อผู้แต่งธรรมดา แต่หน้าต่อมานี่สิ เห็นแล้วนิ่งงันมาก ๆ หนังสือทั้งสามเล่มตีพิมพ์ในปี 1891, 1911, 1913 (ดูแค่ปีที่พิมพ์ซ้ำล่าสุด) ก็ร้อยกว่าปีมาแล้ว ไม่น่าเชื่อเลยว่า เทคโนโลยีสมัยใหม่จะผสมผสานออกมาแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่ลาตินดูเป็นคนละยุคสมัยกับโลก IT อย่างปัจจุบันมาก ทั้งปีที่พิมพ์ ทั้งภาษาที่กำลังเรียน ดูย้อนเวลากลับไปจริง ๆ
อืม แค่เห็นแค่ e-book ก็เกิดความรู้สึกย้อนเวลากลับไปได้ ถ้าได้เห็นหนังสือจริง ๆ ได้สัมผัสกับมือก็คงจะดีไม่ใช่น้อย แปลกสำหรับมิ้งที่ผู้ที่เขียน หรือแม้แต่เจ้าของหนังสือเล่มนั้นจะไม่อยู่แล้ว มิ้งก็ยังเกิดความรำลึกถึง และคิดถึงเขาเหล่านั้นอยู่เป็นระยะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าของลายมือที่อยู่ในหนังสือ รู้สึกอยากย้อนเวลากลับไป แล้วเห็นด้วยตาตัวเองถึงยุคสมัยที่หนังสือเล่มหนึ่งเกิดขึ้น และคงตัวตนต่อมา และขณะที่เขียน ก็เกิดนึกถึงเวลาที่มีการใช้ลาตินกันอยู่
หรือว่ามิ้งจะเกิดอาการ Somewhere in Time ขึ้นหนอ?
4. แต่ Latin ยากจริง ๆ ขนาดมีพื้นอิตาเลี่ยนมาแล้วนะเนี่ย กฎการเปลี่ยนแปลงเยอะมาก นั่งทำแบบฝึกหัดไป อ่านไปก็อยากจะลุกมากรี๊ดก็หลายครั้ง หรือกรี๊ดไปแล้วก็มี .. แต่สงสัยว่าไฟยังติดแรงอยู่กระมัง ก็เลยฮึดบอกตัวเองไปว่า ต้องทำให้ได้ ต้องทำให้ดี ขึ้นมา
ถึงจะเริ่มเรียนอย่างมุ่งมั่นได้ไม่เท่าไหร่ก็เถอะ แต่ก็รู้สึกเหมือนได้โลกมาไว้ในกำมือแล้ว ทั้งที่รู้ได้ไม่ถึงหนึ่งในล้าน แปลกที่รู้สึกดี เหมือนว่าได้ไล่ตามความฝันที่สูญหายไป และเห็นความฝันนั้นใหม่แล้วไล่ตามกลับมาอีกครั้ง
มิ้งรักภาษาจริง ๆ นะเนี่ย เป็นความดื่มด่ำ รักในระดับลึกซึ้งมากกว่าที่มีต่ออะไรทั้งสิ้น ... ตอนนี้ก็อยากจะเรียนภาษาร้อยแปดขึ้นมาอีกแล้ว อืมม ถ้าเรียนได้เรื่อย ๆ ก็คงจะดี
Come along is my ambitious ambition จริง ๆ !
No comments:
Post a Comment