อ่านการ์ตูนกันเถอะ?
(ถ้ากลัวว่าเรื่องนี้จะเข้าข่ายพูดไปไร้สาระ ขอให้พิจารณาดูตอนท้ายของเรื่อง ซึ่งเกิดจากมิ้งในโหมดวิชาการออกโรงประจำการ!)
ตอนเด็ก ๆ อิฉันเริ่มอ่านการ์ตูนก็ด้วยเหตุที่มีอะไรอยู่ในบ้านก็ไปขุดมาอ่านนั่นแหละค่ะ และเมื่อมีคนในบ้านซื้อการ์ตูนมา จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่เอามาอ่าน แต่ก็นะ ต้องแอบอ่านอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ ลับหลังคนซื้อก็เพราะหนูไปขโมยเค้ามาอ่านนี่คะ
เรื่องสมัยเด็ก ๆ จึงเป็นเรื่องตั้งแต่ปี 70 และ 80 จำได้ว่าการ์ตูนช่วงนั้นจะเป็นเล่มบาง ๆ ราคาเจ็ดบาทอยู่เลย (หรือถูกกว่านั้นก็จำไม่ได้ ^^”) อย่างคอบร้า ไอกับมาโกโต้ หน้ากากเสือ แล้วก็อะไรอีกก็ไม่รู้ น๊านนานเกินกว่าเด็กสี่ห้าขวบจะจำไหว และเพราะลูกพี่ลูกน้องอีกคนอ่านการ์ตูนผู้หญิง หนูก็เลยได้อ่านเรื่องอย่างเอเลี่ยนสตรีท ไซเฟอร์ นัยน์ตาเธอสีม่วง อสูรน้อยกระซิบรัก จอร์จี้ที่รักไปด้วย อ๊ะ .. อีกเรื่องที่ขาดไม่ได้ นักรักโลกมายานี่แหละ อ่านมาตั้งแต่เล่มละเจ็ดบาทสิบบาทจริง ๆ
มาเริ่มซื้อการ์ตูนเองแรก ๆ ก็โดราเอมอนเลย ใครมันช่างคิดเอาการ์ตูนมือสองมาเลหลังขายหน้าโรงเรียนเด็กประถมกันวะ ค่าขนมวันละสิบบาทจะต้องถูกเก็บไปห้าบาทเพื่อโดราเอมอนหนึ่งเล่มทุกวัน แล้วหลังจากนั้น The Talent ของมิตรไมตรีก็กลายเป็นของซื้อเป็นชิ้นเป็นอันทุกอาทิตย์ขึ้น มา อ่านมันตั้งแต่ดรากอนบอล เซนต์เซย่า ซิตี้ฮันเตอร์ รันม่า ดรากอนเควส ฯลฯ (เหมือนจะเรียงลำดับตามในเล่มอย่างไรชอบกล) จำได้ว่ามันออกวันพุธ แต่ว่าร้านแถวบ้าน ๆ มันจะเอามาขายวันพฤหัสฯ แล้วอิฉันซึ่งไม่เคยเข็ดหลาบก็จะไปเก้อตั้งแต่วันพุธทุกที
พอเริ่มโต การซื้อการ์ตูนก็เยอะขึ้นเป็นเงาตามตัวเพื่อคอยดูดทรัพย์ในกระเป๋า วันอาทิตย์จะกลายเป็นวันใช้เงินเพื่อการ์ตูน จุดมุ่งหมายปลายทางก็คือ เดอะมอลล์รามฯ ในสมัยที่ยังรุ่งเรือง มีขายมันทุกร้านจริง ๆ ตั้งแต่ร้านของวิบูลย์กิจเอง แล้วก็หลายร้านอีกมากมายที่จะให้ได้ซื้อทั้งสยามปอร์ต พริ้นติ้ง (สันเหลืองตัวอักษรชมพู/ขาว) หมึกจีน ยอดธิดา บลา... บลา ... บลา... ยังดีนะที่เมื่อก่อนราคายังไม่ใจร้ายใจดำถึงปัจจุบัน ไม่งั้นก็คงจะได้ล้มละลายมาตั้งแต่เด็กเป็นแน่
ขึ้นมัธยม โอ... การ์ตูนผู้หญิงเริ่มมามีบทบาทกับชีวิตมากขึ้น โอ.. ก็หนูเป็นเด็กผู้หญิงนี่คะ แต่ขณะที่เพื่อนสาว ๆ ของหนูอ่านมันแค่การ์ตูนผู้หญิง หนูก็ยังคงเมามันมัวเมากับการอ่านการ์ตูนผู้ชายไปด้วย แล้วก็กลายเป็นว่าเริ่มอ่านมันดะทุกอย่างเลยทีนี้ แต่ทว่านะคะ ... เรื่องไหนหวานแหววกิ๊บก๊าบเกินไป หนูก็ยังอ่านไม่ได้จริง ๆ อย่าง Oh my darling! และ Sailor Moon เป็นต้น แค่รู้เรื่องก็อยากจะกรี๊ดดดด ก็นะคะ ชีวิตหนูถูก socialised ด้วยการ์ตูนเด็กผู้ชายมาตลอดนี่นา แต่ถึงกระนั้นก็ขอหนูออกตัวหน่อยเถอะว่า ถึงชั้นจะอ่านเรื่องหวานแหววตะแหน่วตะแหน่วววว...ววไม่ได้ แต่ชั้นน่ะ อ่านการ์ตูนมาตั้งแต่พวกหล่อนทั้งหลายยังไม่รู้จักการ์ตูนนะยะ
อ่านมาตั้งแต่การ์ตูนยังไร้ลิขสิทธิ์จนมามีลิขสิทธิ์ ช่วงไหนที่ทำงานหรือเรียนหนักมาก ๆ ก็มีการ์ตูนช่วยต่อชีวิต มีอยู่ช่วงหนึ่งซึ่งอ่านการ์ตูนเยอะ ก็จะเป็นว่าซื้อ Viva วันจันทร์ วันพุธ Weekly วันพฤหัส Boom วันศุกร์ C-Kids กลายเป็นว่าวันอังคารเป็นวันหงอยที่ห่อเหี่ยวที่สุดเพราะไร้การ์ตูนอ่านกันไป อย่างไรก็ตาม สิ่งมีชีวิตน้ำจืดไม่อาจอยู่น้ำเค็มได้อย่างไร มิ้งกับการ์ตูนผู้หญิงก็ฉันนั้น แล้วเดี๊ยนก็กลับมาอ่านการ์ตูนผู้ชายเต็มรูปแบบอีกแล้วนั่นแหละ
อ่านไม่อ่านอย่างไรไม่รู้ แต่ที่แน่ ๆ ตอนเรียน แล้วคุยกับเพื่อนญี่ปุ่นและเกาหลี เฮีย ๆ ทั้งหลายก็ต้องถึงกับอึ้งงงงไปเมื่อพบว่า Thai girl อย่างหนูอ่านมากระจุยยยยกระจายยยจริง ๆ พูดเรื่องอะไรไปก็รู้หมด (แถมยังไปคุยเรื่องมังกรหยกกับเพื่อนไต้หวันต่อได้อีกนะค้า โอ โอ) และที่สำคัญ ขณะที่คุณพี่ญี่ปุ่นของมิ้งหยุดอ่านการ์ตูนไปแล้วหลังใกล้ยุค 90 นั้นมิ้งก็ยังคงอ่านต่อไป จนในที่สุดเมื่อคุยกันเรื่อง Berserk นารุโตะ ฮันเตอร์ฮันเตอร์ ฯลฯ ก็มีแค่พี่แจ๊ปที่งงไม่รู้เรื่องอะไรกันนี่อยู่คนเดียว
ทุกครั้งที่กลับมาบ้าน ก็อย่าได้หวังเลยว่าจะห่างหายจากการ์ตูนเพื่อทำรายงานหรือกิจการงานกุศลใด ๆ ได้ น้องชายซึ่งชอบการ์ตูนเหมือนกันก็จะเก็บการ์ตูนที่อ่านด้วยกันอย่าง Boom หรือเรื่องที่เป็นเล่ม ๆ ไม่ว่าจะเป็นหุ่นเชิดฯ โคโค่เต็มพิกัดฯ One Piece ฯลฯ นับล้านเรื่องไว้รอท่า จัดไว้อย่างดีเรียงเล่มให้เรียบร้อย และเมื่ออีมิ้งได้กลับถึงบ้าน รื้อของ สุขีกับที่บ้านแล้ว แทนที่ยามดึกจะรีบ ๆ นอนให้หาย jetlag ก็ไม่ กลับอ่านการ์ตูนอย่างเก็บกดไปเรื่อย ๆ และวันต่อ ๆ มาก็กลายเป็นวันตามล่าการ์ตูนเรื่องที่น้องไม่ได้ซื้อเพราะเราอ่านอยู่คนเดียวมาเก็บต่อไปนั้นแหละ
(ยังมีต่ออีกยาว)
1 comment:
อิอิ ตามมาอ่านค่ะ
เท่าที่ดูแล้ว สงสัยว่าจะเป็นช่วงวัยใกล้ๆกัน
แถมมีน้องชายคอยตุนเสบียงการ์ตูนไว้ให้คล้ายๆกัน
แต่อย่างที่ฉันเล่าไว้ใน bloggang ที่ว่าไปๆมาๆ น้องชายอ่านภาษาญี่ปุ่นได้แล้ว เลยทิ้งพี่สาวหนีไปซื้อการ์ตูนต้นฉบับมาอ่านแทน พี่สาวอย่างฉันเลยห่างหายจากการ์ตูนผู้ชายไปโดยปริยาย เพราะให้ซื้อเอง ก็เหนื่อยเหมือนกันนะ เนื่องจากตัวเองก็ต้องคอยซื้อการ์ตูนผู้หญิงอ่านอยู่แล้วด้วย
จำได้ถึงโดเรมอนสมัยยังไม่มีลิขสิทธิ์ แต่ที่ครอบครองตอนนั้นก็ไม่ค่อยเหลือเท่าไรแล้ว น้องชายไปซื้อแบบที่ออกเป็นลิขสิทธิ์มาเก็บไว้ http://www.ilookatthesky.com/?p=67
นึกถึงการ์ตูนสมัยเด็กๆ มีหลายเรื่องแต่ก็ไม่รู้ทำหายไปไหน พอถึงตอนนี้ก็ต้องมาตามซื้อเก็บกัน
Post a Comment